• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 52
  • จำนวนผู้ชม : 17315
  • จำนวนผู้โหวต : 131
  • ส่ง msg :
เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม 2550
ชินเต้, อ่างชำระโลหิต และเรื่องเล่าก่อนถึงยอดเนินสิงฆุตตระ
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 277 , 11:30:54 น.   | หมวดหมู่ : บันทึกการเดินทาง  
พิมพ์หน้านี้


มหาเจดีย์ชเวดากองตั้งอยู่ในระดับความสูง ๑๙๐ ฟุตหรือ ๕๖ เมตรของเนินเขาสิงฆุตตระ โดยยอดเนินถูกปรับพื้นที่ให้เสมอกัน ความกว้างจากเหนือจรดใต้ ๙๐๒ ฟุตหรือ ๒๗๕ เมตร จากตะวันออกถึงตะวันตก ๗๐๕ ฟุต หรือ ๒๑๕ เมตร ครอบคลุมในพื้นที่ตั้งทั้งหมดประมาณ ๓๕ ไร่ และมีกำแพงสูงล้อมโดยรอบ

เส้นทางสู่ยอดมหาเจดีย์ชเวดากองมี ๔ ทิศด้วยกัน แต่ละทิศบริเวณทางเข้าจะมีรูปสัตว์ในตำนานปรัมปรา ๒ รูปเป็นสัตว์ครึ่งสิงโตครึ่งนกทำหน้าที่เป็นทวารบาล เรียกกันว่า ‘ชินเต้’ (Chinthe) หรือสีหปักษีทวารบาลและยักษ์ทวารบาล อันเป็นความเชื่อของชาวพม่าว่าชินเต้คือผู้ปกป้องรักษา และบ้างก็ว่าเป็นผู้คอยดูแลไม่ให้มีการสวมรองเท้าขึ้นไปบนยอดเขาอันเป็นที่ประดิษฐานพระมหาเจดีย์ชเวดากอง

เส้นทางสู่ยอดมหาเจดีย์ทางทิศใต้

ทิศที่ผู้คนที่จะมาสักการะบูชาพระมหาเจดีย์ชเวดากองใช้กันมากที่สุด คือทิศใต้ เนื่องจากมีถนนที่ทอดตรงมาจากใจกลางเมืองหรือเขตซีบีดี (Central Business Distric) บริเวณตลาดสก๊อตต์ (Boyoke Market) และพื้นที่โดยรอบที่ครอบคลุมไปด้วยอาคารสูง อาคารพาณิชย์ เพราะเป็นย่านธุรกิจสำคัญของเมืองย่างกุ้ง เบื้องขวาของถนนเส้นนี้จะเห็นเจดีย์มหาวิศระ (Maha Wizara) ก่อนถึงจุดตัดกับถนน (

U Htaung Bo Rd
)

บริเวณจุดตัดนี้หากเลี้ยวซ้ายไปอีกเล็กน้อยจะพบกับวงเวียน U Wizara Roundabout & Monument หากเลี้ยวขวาจะพบกับ Army Religious Communoty Centre และ Police Religious Community Centre แต่หากข้ามถนนตรงไปก็คือบันได ๑๐๔ ขั้นทอดตัวสู่ลานเจดีย์ชเวดากอง

ระหว่างสองข้างทางบันได เรียงรายไปด้วยร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจากทางวัดให้จำหน่ายสินค้าและของที่ระลึกแก่ผู้คนที่มาสักการบูชา เป็นจุดที่ พ.สุวรรณ ผู้เขียนหนังสือ “พระเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ทองคำองค์ศักดิ์สิทธิ์ของโลก” แนะนำว่า ผู้สนใจและศรัทธาอยากได้ ‘พระบัวเข็ม’ ซึ่งเป็นพระอรหันต์ที่มีฤทธิ์มาก ก่อนบวชเคยค้าขายในตลาดปรากฏว่าค้าขายดีมาก มาบูชา ก็ควรแวะหาเช่าได้จากร้านค้าบริเวณนี้เพราะสร้างได้งดงามและต้องลักษณะของพระบัวเข็มที่แท้จริง

นอกจากนี้ว่ากันว่าเดิมใครที่เดินทางขึ้นด้านนี้ จะเห็นคานไม้สักเก่าแก่หลายท่อนที่รอดพ้นจากการทำลายของอังกฤษเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๓๙๕ ส่วนตัวอาคารทั้งหมดที่สร้างครอบลานขึ้นสู่มหาเจดีย์เห็นเด่นแต่ไกลเป็นอาคารที่สร้างใหม่หลังสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่สองสิ้นสุดลง

ประวัติศาสตร์พม่า-อังกฤษนั้นเรียกกันว่าเป็นยุคของ ‘สมัยอาณานิคมอังกฤษ’ ซึ่งก่อให้เกิดสงครามอังกฤษ-พม่า ถึง ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ เกิดขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๓๖๗ สมัยราชวงศ์คองบองของพม่า เมื่ออังกฤษซึ่งกำลังขยายอิทธิพลของตนจากอินเดียสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ยกทัพเรือพร้อมด้วยทหาร ๑๑,๐๐๐ คนเข้าโจมตีเมืองย่างกุ้งจนราบคาบ ทำให้พม่าต้องเสียดินแดนไปส่วนหนึ่ง

สงครามอังกฤษ-พม่า ครั้งที่ ๒ เกิดขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๓๙๕ ซึ่งพม่าต้องเสียดินแดนพม่าตอนล่างทั้งหมดให้กับอังกฤษ โดยอังกฤษอ้างเอาสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการค้าของพ่อค้าอังกฤษที่ทำการค้าขายอยู่แถบเมืองย่างกุ้งและพะโค จึงยึดเอาดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ซึ่งรวมถึงเมืองท่าสำคัญเช่น ‘ย่างกุ้ง’ ไปด้วย และสงครามครั้งนี้เองที่อังกฤษได้ทำลายอาคารทางขึ้นด้านทิศใต้ของพระมหาเจดีย์ชเวดากองจนเสียหายไปมาก ส่วนสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ ๓ ที่ถึงกับทำให้ ‘พม่าเสียเมือง’ เกิดขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๔๒๘ ในรัชสมัยของ ‘พระเจ้าธีบอ’ หรือ ‘สีป่อ’ โอรสของพระเจ้ามินดง ซึ่งกลายเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่าหลังจากอังกฤษได้ครอบครองพม่าไว้ได้ทั้งประเทศ

สำหรับตอนบนสุดของบันไดด้านทิศใต้ ผู้เดินทางจะพบวิหารที่อยู่ใกล้ที่สุดอันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าในอดีตพระนามว่า ‘โกนาคมน’ (Temple of the Konagamana)

เส้นทางสู่ยอดเจดีย์ทางทิศเหนือ

                จากถนน Ar zar ni st. สู่ทางขึ้นด้านทิศเหนือ จะพบบันไดสูง ๑๒๘ ขั้น สร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๐๐๓ โดยพระนางชินสอบู ตอนบนสุดของบันไดคือวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันพระนามว่า ‘โคตมะ’ (Temple of the Gautama Buddha)

                ทิศเหนือของบันไดมีอ่างน้ำ ๒ ใบ ใบทางขวามีชื่อว่า ‘ตุยซีกะ’ (Thwezekan) แปลว่า ‘อ่างชำระโลหิต’ ซึ่งสำหรับชาวมอญแล้วเมื่อได้เห็น ได้สัมผัส หรือได้รับรู้ประวัติความเป็นมาของอ่างน้ำนี้คงเจ็บชอกช้ำระกำใจเป็นยิ่ง เพราะมีตำนานเล่าว่าครั้งที่พระเจ้าอโนรธายกทัพมาตีเมืองตะโทงซึ่งเป็นเมืองหลวงของมอญได้สำเร็จ แม่ทัพของพระองค์ชื่อ ‘ญาณสิทธา’ ได้นำอาวุธที่เปื้อนเลือดมาชำระที่อ่างใบนี้

                เลือดที่หลั่งไหลสู่สายน้ำเพื่อชำระดาบให้สะอาด มิใช่หรือคือพี่น้องที่ต่างดับชีพสาบสูญไปด้วยไฟสงครามระหว่างพม่า-มอญ ที่ยืดเยื้อมานับร้อยนับพันปี

เส้นทางสู่ยอดเจดีย์ทางทิศตะวันออก

                จากถนน Nat Mauk Rd. เชื่อมต่อกับ Bahan Rd. ด้านหนึ่งคือทะเลสาบหลวง (Kan Daw Gyi Lake) ส่วนตรงข้ามเป็นถนนสายเล็กๆ ซึ่งเป็นส่วนต่อเนื่องจากตลาดปะหัน เป็นเส้นทางที่มีสินค้าตั้งขายเรียงรายทั้งของที่ระลึก ดอกไม้ หนังสือ ฯลฯ สภาพเดิมเมื่อไม่กี่ปีมานี้บริเวณทางขึ้นด้านนี้ส่วนที่เป็นลานช่วงกลางทางขึ้นจะมีร้านขายน้ำชาตั้งอยู่ใกล้ๆ กับศิลาจารึกจำนวน ๓ หลักของพระเจ้าธรรมเจดีย์ ซึ่งรับสั่งให้จารึกไว้เมื่อพุทธศักราช ๒๐๒๘ ในคราวที่ทรงส่งมอญไปอุปสมบทที่ลังกาและกลับมาผูกกัลยาณีสีมาที่เมืองพะโค (หงสาวดี) จากนั้นพระองค์ทรงให้ซ่อมพระเจดีย์ชเวดากองและมีรับสั่งให้จารึกบอกเล่าประวัติของเจดีย์เป็นภาษามอญ พม่า และบาลี

                ปัจจุบันศิลาจารึกซึ่งมีส่วนแตกหักอยู่บางส่วน ได้ถูกย้ายไปอยู่บนลานเจดีย์บริเวณฝั่งตรงข้ามที่เป็นจุดไหว้พระวันอาทิตย์ หรือเบื้องทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีการสร้างอาคารบังแดด ลม ฝน ไว้ อย่างไรก็ตามข้อความในศิลาจารึกถูกเขียนขึ้นใหม่เพื่อให้อ่านง่ายขึ้นด้วยภาษามอญ พม่า และภาษาอังกฤษ

                บันไดทิศตะวันออกมี ๑๑๘ ขั้น ในอดีตถูกทำลายไปมากเช่นเดียวกัน ในครั้งที่อังกฤษโจมตีเจดีย์เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๙๕ ตอนบนสุดของบันไดคือวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าในอดีตพระนามว่า ‘กกุสันธะ’ (Temple of the Kakusandha Buddha)

เส้นทางสู่ยอดเจดีย์ทางทิศตะวันตก

เป็นทางขึ้นมาจากถนนอูวิสารา (

U Wizara Rd.
) ซึ่งเป็นบันไดที่ยาวที่สุดมีถึง ๑๖๖ ขั้นสร้างโดยพระนางมะเมกะเล (Ma May Gale) มเหสีของพระเจ้าสารวดี (Tharrawaddy) ผู้ทรงให้สร้างระฆังใบยักษ์หนักกว่า ๔๐ ตันชื่อว่า ‘มหาทิสดา’ ทางขึ้นด้านนี้นับว่าเป็นทิศเดียวที่มีบันไดเลื่อนไว้บริการสำหรับพวกขี้เมื่อย ส่วนทางขึ้นที่เหลือทั้ง ๓ ด้านล้วนมีลิฟท์ให้บริการหมดแล้ว

ตรงหัวมุมมีอนุสาวรีย์ของ ‘อู วิสารา’ พระนักต่อสู้ที่อดอาหารถึง ๑๖๖ วันเพื่อประท้วงจักรวรรดินิยมอังกฤษที่ครอบครองพม่าอยู่ในเวลานั้นกระทั่งตนเองถึงแก่กาลมรณภาพ จนเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ความเป็นชาตินิยมพม่าที่นำขบวนโดยพระสงฆ์

ทางขึ้นทางทิศนี้มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอย่างน้อยก็ ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือการที่ทางขึ้นด้านนี้ถูกปิดไว้เป็นเวลาเกือบ ๘๐ ปี คือตั้งแต่พุทธศักราช ๒๓๙๕–๒๔๗๒ ระหว่างเกิดสงครามระหว่างอังกฤษ-พม่า ครั้งที่ ๒ กระทั่งถูกอังกฤษปิดทางขึ้นด้านนี้ในปี ๒๔๗๔ อย่างไรก็ดีแม้จะถูกอังกฤษยึดครอง แต่ชาวพม่าก็ยังสามารถเข้าไปสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากองได้ กระทั่งมีเหตุการณ์หนึ่งที่ท้าทายอำนาจของอังกฤษคือการที่พระเจ้ามินดงแห่งมัณฑะเลย์ทรงส่งฉัตรฝังเพชรอันใหม่เพื่อหมายมาดให้เป็นพุทธบูชาแก่มหาเจดีย์ชเวดากอง

ระหว่างที่มีการจัดงานที่มีชาวพม่ากว่าแสนคนมาเที่ยวชมงาน พร้อมๆ กับการที่พระเจ้ามินดงได้ปรารภเรื่องเอกราชของพม่า ทำให้อังกฤษไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง คือการเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่จากฐานบันไดลุกลามไปยังปีกด้านเหนือจนเผาผลาญศาสนสถานสำคัญไปไม่น้อย หลักฐานสำคัญที่มีเหลืออยู่ในปัจจุบันและสามารถสะท้อนแรงใจและความสามัคคีของคนพม่าคือสิ่งที่เรียกว่า ‘วิหารสองเหรียญ’ (Two Pice Tazaung) ซึ่งตั้งอยู่บนลานด้านฝั่งนี้ เนื่องจากตั้งชื่อตามเงินเรี่ยไรที่ได้รับบริจาคจากนักธุรกิจและบรรดาเจ้าของแผงลอยในบริเวณทางขึ้นจำนวน ๒ เหรียญ เพื่อนำมาก่อสร้างบันไดด้านนี้ใหม่หลังถูกไฟไหม้

วิหารด้านนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าในอดีตพระนามว่า ‘กัสสปะ’ (Temple ofthe Kassapa)

ถึงวันนี้การจะขึ้นสู่ลานมหาเจดีย์ชเวดากองกลายเป็นเรื่องไม่ยุ่งยากอีกต่อไป เพราะผู้เดินทางมาสักการะสามารถใช้บริการทั้งลิฟท์และบันไดเลื่อนที่มีอยู่รอบด้าน นอกจากนี้ทุกด้านยังมีการขายสินค้าที่ระลึกมากมายหลายแบบ และที่สำคัญคือเครื่องสักการบูชาซึ่งมีอยู่มากมายหลายแบบ ทั้งดอกไม้บูชาชนิดต่างๆ ฉัตรจำลอง ฯลฯ เพื่อจะได้บูชาสิ่งที่ตนเคารพศรัทธา

โดยเฉพาะ ‘พระพุทธเจ้า ๕ องค์’ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพื้นที่ของมหาเจดีย์แห่งนี้.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 13/03/2008 เวลา : 00.27 น.
http://www.oknation.net/blog/underthesamesun

หงสาวดี
มีหงส์สองตัว
มีตำนานที่น่ารักน่าหยิกที่เดียว
แต่ผมไม่แน่ใจนักว่าที่ถูกต้องคืออะไร
อาจารย์ทราบไหมว่าหงส์ที่อยู่บนเป็นตัวผู้หรือตัวเมียครับ
ความคิดเห็นที่ 6
หนุมานชาญสมร วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 15.48 น.
http://www.oknation.net/blog/wintawan
บนเส้นทางการเดินทาง  มีเรื่องให้ค้นหา  มีความงามให้จดจำ    มีมิตรภาพที่ล่องลอยอยู่รายทาง

อยากไป อยากเก็บเรื่องราวในภาพถ่าย
ความคิดเห็นที่ 5
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 14.58 น.
http://www.oknation.net/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม

ความงามอย่างนี้ไม่อยากให้สูญสลาย
เพราะความไม่สงบเลยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 4
พีร์ระพิชญ์ วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 12.03 น.
http://www.oknation.net/blog/Ravi

ความรู้ ... พม่า
ดีครับ
ความคิดเห็นที่ 3
wullopp วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 11.59 น.

ขอขอบคุณอาจารย์ปราณชลีครับ... // ขอกราบนมัสการพระมหาเจดีย์ชเวดากองเจ้า ขอเทวดาท่านผู้รักษาประเทศพม่า โปรดคุ้มครองชาวพม่าให้อยู่รอด ปลอดภัย ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่น่าจะมาถึงในเร็วๆ นี้ครับ...
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 11.45 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ยอดเยี่ยมค่ะ ....

สวัสดีค่ะ ...ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่แบ่งปัน

มีความสุขกับวันกลางสัปดาห์นะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
สันติสุข/กาญจนประกร วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 11.31 น.
http://www.oknation.net/blog/mindmag

เเวะมาทักทาย อย่าลืมไปอ่านงานเขียนผมบ้างนะครับ
ด้วยมิตรภาพ
สันติสุข กาญจนประกร
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน