| แสงเงา ๒ | ||
เงาในภาพ |
||
|
View All |
||
| เหมือนสายลม | ||
บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
มหาเจดีย์ชเวดากองตั้งอยู่ในระดับความสูง ๑๙๐ ฟุตหรือ ๕๖ เมตรของเนินเขาสิงฆุตตระ โดยยอดเนินถูกปรับพื้นที่ให้เสมอกัน ความกว้างจากเหนือจรดใต้ ๙๐๒ ฟุตหรือ ๒๗๕ เมตร จากตะวันออกถึงตะวันตก ๗๐๕ ฟุต หรือ ๒๑๕ เมตร ครอบคลุมในพื้นที่ตั้งทั้งหมดประมาณ ๓๕ ไร่ และมีกำแพงสูงล้อมโดยรอบ เส้นทางสู่ยอดมหาเจดีย์ชเวดากองมี ๔ ทิศด้วยกัน แต่ละทิศบริเวณทางเข้าจะมีรูปสัตว์ในตำนานปรัมปรา ๒ รูปเป็นสัตว์ครึ่งสิงโตครึ่งนกทำหน้าที่เป็นทวารบาล เรียกกันว่า ชินเต้ (Chinthe) หรือสีหปักษีทวารบาลและยักษ์ทวารบาล อันเป็นความเชื่อของชาวพม่าว่าชินเต้คือผู้ปกป้องรักษา และบ้างก็ว่าเป็นผู้คอยดูแลไม่ให้มีการสวมรองเท้าขึ้นไปบนยอดเขาอันเป็นที่ประดิษฐานพระมหาเจดีย์ชเวดากอง
เส้นทางสู่ยอดมหาเจดีย์ทางทิศใต้ทิศที่ผู้คนที่จะมาสักการะบูชาพระมหาเจดีย์ชเวดากองใช้กันมากที่สุด คือทิศใต้ เนื่องจากมีถนนที่ทอดตรงมาจากใจกลางเมืองหรือเขตซีบีดี (Central Business Distric) บริเวณตลาดสก๊อตต์ (Boyoke Market) และพื้นที่โดยรอบที่ครอบคลุมไปด้วยอาคารสูง อาคารพาณิชย์ เพราะเป็นย่านธุรกิจสำคัญของเมืองย่างกุ้ง เบื้องขวาของถนนเส้นนี้จะเห็นเจดีย์มหาวิศระ (Maha Wizara) ก่อนถึงจุดตัดกับถนน ( บริเวณจุดตัดนี้หากเลี้ยวซ้ายไปอีกเล็กน้อยจะพบกับวงเวียน U Wizara Roundabout & Monument หากเลี้ยวขวาจะพบกับ Army Religious Communoty Centre และ Police Religious Community Centre แต่หากข้ามถนนตรงไปก็คือบันได ๑๐๔ ขั้นทอดตัวสู่ลานเจดีย์ชเวดากอง ระหว่างสองข้างทางบันได เรียงรายไปด้วยร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจากทางวัดให้จำหน่ายสินค้าและของที่ระลึกแก่ผู้คนที่มาสักการบูชา เป็นจุดที่ พ.สุวรรณ ผู้เขียนหนังสือ พระเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ทองคำองค์ศักดิ์สิทธิ์ของโลก แนะนำว่า ผู้สนใจและศรัทธาอยากได้ พระบัวเข็ม ซึ่งเป็นพระอรหันต์ที่มีฤทธิ์มาก ก่อนบวชเคยค้าขายในตลาดปรากฏว่าค้าขายดีมาก มาบูชา ก็ควรแวะหาเช่าได้จากร้านค้าบริเวณนี้เพราะสร้างได้งดงามและต้องลักษณะของพระบัวเข็มที่แท้จริง
นอกจากนี้ว่ากันว่าเดิมใครที่เดินทางขึ้นด้านนี้ จะเห็นคานไม้สักเก่าแก่หลายท่อนที่รอดพ้นจากการทำลายของอังกฤษเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๓๙๕ ส่วนตัวอาคารทั้งหมดที่สร้างครอบลานขึ้นสู่มหาเจดีย์เห็นเด่นแต่ไกลเป็นอาคารที่สร้างใหม่หลังสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่สองสิ้นสุดลง ประวัติศาสตร์พม่า-อังกฤษนั้นเรียกกันว่าเป็นยุคของ สมัยอาณานิคมอังกฤษ ซึ่งก่อให้เกิดสงครามอังกฤษ-พม่า ถึง ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ เกิดขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๓๖๗ สมัยราชวงศ์คองบองของพม่า เมื่ออังกฤษซึ่งกำลังขยายอิทธิพลของตนจากอินเดียสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ยกทัพเรือพร้อมด้วยทหาร ๑๑,๐๐๐ คนเข้าโจมตีเมืองย่างกุ้งจนราบคาบ ทำให้พม่าต้องเสียดินแดนไปส่วนหนึ่ง สงครามอังกฤษ-พม่า ครั้งที่ ๒ เกิดขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๓๙๕ ซึ่งพม่าต้องเสียดินแดนพม่าตอนล่างทั้งหมดให้กับอังกฤษ โดยอังกฤษอ้างเอาสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการค้าของพ่อค้าอังกฤษที่ทำการค้าขายอยู่แถบเมืองย่างกุ้งและพะโค จึงยึดเอาดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ซึ่งรวมถึงเมืองท่าสำคัญเช่น ย่างกุ้ง ไปด้วย และสงครามครั้งนี้เองที่อังกฤษได้ทำลายอาคารทางขึ้นด้านทิศใต้ของพระมหาเจดีย์ชเวดากองจนเสียหายไปมาก ส่วนสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ ๓ ที่ถึงกับทำให้ พม่าเสียเมือง เกิดขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๔๒๘ ในรัชสมัยของ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ โอรสของพระเจ้ามินดง ซึ่งกลายเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่าหลังจากอังกฤษได้ครอบครองพม่าไว้ได้ทั้งประเทศ สำหรับตอนบนสุดของบันไดด้านทิศใต้ ผู้เดินทางจะพบวิหารที่อยู่ใกล้ที่สุดอันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าในอดีตพระนามว่า โกนาคมน (
เส้นทางสู่ยอดเจดีย์ทางทิศเหนือ จากถนน Ar zar ni st. สู่ทางขึ้นด้านทิศเหนือ จะพบบันไดสูง ๑๒๘ ขั้น สร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๐๐๓ โดยพระนางชินสอบู ตอนบนสุดของบันไดคือวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันพระนามว่า โคตมะ ( ทิศเหนือของบันไดมีอ่างน้ำ ๒ ใบ ใบทางขวามีชื่อว่า ตุยซีกะ (Thwezekan) แปลว่า อ่างชำระโลหิต ซึ่งสำหรับชาวมอญแล้วเมื่อได้เห็น ได้สัมผัส หรือได้รับรู้ประวัติความเป็นมาของอ่างน้ำนี้คงเจ็บชอกช้ำระกำใจเป็นยิ่ง เพราะมีตำนานเล่าว่าครั้งที่พระเจ้าอโนรธายกทัพมาตีเมืองตะโทงซึ่งเป็นเมืองหลวงของมอญได้สำเร็จ แม่ทัพของพระองค์ชื่อ ญาณสิทธา ได้นำอาวุธที่เปื้อนเลือดมาชำระที่อ่างใบนี้ เลือดที่หลั่งไหลสู่สายน้ำเพื่อชำระดาบให้สะอาด มิใช่หรือคือพี่น้องที่ต่างดับชีพสาบสูญไปด้วยไฟสงครามระหว่างพม่า-มอญ ที่ยืดเยื้อมานับร้อยนับพันปี
เส้นทางสู่ยอดเจดีย์ทางทิศตะวันออกจากถนน Nat Mauk Rd. เชื่อมต่อกับ Bahan Rd. ด้านหนึ่งคือทะเลสาบหลวง (Kan Daw Gyi Lake) ส่วนตรงข้ามเป็นถนนสายเล็กๆ ซึ่งเป็นส่วนต่อเนื่องจากตลาดปะหัน เป็นเส้นทางที่มีสินค้าตั้งขายเรียงรายทั้งของที่ระลึก ดอกไม้ หนังสือ ฯลฯ สภาพเดิมเมื่อไม่กี่ปีมานี้บริเวณทางขึ้นด้านนี้ส่วนที่เป็นลานช่วงกลางทางขึ้นจะมีร้านขายน้ำชาตั้งอยู่ใกล้ๆ กับศิลาจารึกจำนวน ๓ หลักของพระเจ้าธรรมเจดีย์ ซึ่งรับสั่งให้จารึกไว้เมื่อพุทธศักราช ๒๐๒๘ ในคราวที่ทรงส่งมอญไปอุปสมบทที่ลังกาและกลับมาผูกกัลยาณีสีมาที่เมืองพะโค (หงสาวดี) จากนั้นพระองค์ทรงให้ซ่อมพระเจดีย์ชเวดากองและมีรับสั่งให้จารึกบอกเล่าประวัติของเจดีย์เป็นภาษามอญ พม่า และบาลี ปัจจุบันศิลาจารึกซึ่งมีส่วนแตกหักอยู่บางส่วน ได้ถูกย้ายไปอยู่บนลานเจดีย์บริเวณฝั่งตรงข้ามที่เป็นจุดไหว้พระวันอาทิตย์ หรือเบื้องทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีการสร้างอาคารบังแดด ลม ฝน ไว้ อย่างไรก็ตามข้อความในศิลาจารึกถูกเขียนขึ้นใหม่เพื่อให้อ่านง่ายขึ้นด้วยภาษามอญ พม่า และภาษาอังกฤษ บันไดทิศตะวันออกมี ๑๑๘ ขั้น ในอดีตถูกทำลายไปมากเช่นเดียวกัน ในครั้งที่อังกฤษโจมตีเจดีย์เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๙๕ ตอนบนสุดของบันไดคือวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าในอดีตพระนามว่า กกุสันธะ (
เส้นทางสู่ยอดเจดีย์ทางทิศตะวันตกเป็นทางขึ้นมาจากถนนอูวิสารา ( ตรงหัวมุมมีอนุสาวรีย์ของ อู วิสารา พระนักต่อสู้ที่อดอาหารถึง ๑๖๖ วันเพื่อประท้วงจักรวรรดินิยมอังกฤษที่ครอบครองพม่าอยู่ในเวลานั้นกระทั่งตนเองถึงแก่กาลมรณภาพ จนเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ความเป็นชาตินิยมพม่าที่นำขบวนโดยพระสงฆ์ ทางขึ้นทางทิศนี้มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอย่างน้อยก็ ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือการที่ทางขึ้นด้านนี้ถูกปิดไว้เป็นเวลาเกือบ ๘๐ ปี คือตั้งแต่พุทธศักราช ๒๓๙๕๒๔๗๒ ระหว่างเกิดสงครามระหว่างอังกฤษ-พม่า ครั้งที่ ๒ กระทั่งถูกอังกฤษปิดทางขึ้นด้านนี้ในปี ๒๔๗๔ อย่างไรก็ดีแม้จะถูกอังกฤษยึดครอง แต่ชาวพม่าก็ยังสามารถเข้าไปสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากองได้ กระทั่งมีเหตุการณ์หนึ่งที่ท้าทายอำนาจของอังกฤษคือการที่พระเจ้ามินดงแห่งมัณฑะเลย์ทรงส่งฉัตรฝังเพชรอันใหม่เพื่อหมายมาดให้เป็นพุทธบูชาแก่มหาเจดีย์ชเวดากอง ระหว่างที่มีการจัดงานที่มีชาวพม่ากว่าแสนคนมาเที่ยวชมงาน พร้อมๆ กับการที่พระเจ้ามินดงได้ปรารภเรื่องเอกราชของพม่า ทำให้อังกฤษไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง คือการเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่จากฐานบันไดลุกลามไปยังปีกด้านเหนือจนเผาผลาญศาสนสถานสำคัญไปไม่น้อย หลักฐานสำคัญที่มีเหลืออยู่ในปัจจุบันและสามารถสะท้อนแรงใจและความสามัคคีของคนพม่าคือสิ่งที่เรียกว่า วิหารสองเหรียญ (Two Pice Tazaung) ซึ่งตั้งอยู่บนลานด้านฝั่งนี้ เนื่องจากตั้งชื่อตามเงินเรี่ยไรที่ได้รับบริจาคจากนักธุรกิจและบรรดาเจ้าของแผงลอยในบริเวณทางขึ้นจำนวน ๒ เหรียญ เพื่อนำมาก่อสร้างบันไดด้านนี้ใหม่หลังถูกไฟไหม้ วิหารด้านนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าในอดีตพระนามว่า กัสสปะ (
ถึงวันนี้การจะขึ้นสู่ลานมหาเจดีย์ชเวดากองกลายเป็นเรื่องไม่ยุ่งยากอีกต่อไป เพราะผู้เดินทางมาสักการะสามารถใช้บริการทั้งลิฟท์และบันไดเลื่อนที่มีอยู่รอบด้าน นอกจากนี้ทุกด้านยังมีการขายสินค้าที่ระลึกมากมายหลายแบบ และที่สำคัญคือเครื่องสักการบูชาซึ่งมีอยู่มากมายหลายแบบ ทั้งดอกไม้บูชาชนิดต่างๆ ฉัตรจำลอง ฯลฯ เพื่อจะได้บูชาสิ่งที่ตนเคารพศรัทธา โดยเฉพาะ พระพุทธเจ้า ๕ องค์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพื้นที่ของมหาเจดีย์แห่งนี้. |