| แสงเงา ๒ | ||
เงาในภาพ |
||
|
View All |
||
| เหมือนสายลม | ||
บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |
พิมพ์หน้านี้
|
จำได้ว่าก่อนยุติการใช้ชีวิตในเมืองหลวงนาม กรุงเทพมหานคร เมื่อหลายปีก่อน ผมได้ตัดสินใจกระทำการในสิ่งที่บั่นทอนความรู้สึกของผมเหลือเกินในครั้งหนึ่งของชีวิต นั่นก็คือการขาย กล้องถ่ายรูป คู่ชีพ ยี่ห้อนิคอน รุ่น FM2 เพื่อนำเงินมาใช้หนี้เพื่อนฝูงและใช้ง่ายในการเดินทางกลับ บ้านเกิด ที่นราธิวาส กล้องถ่ายรูปตัวนี้กว่าจะได้มาผมต้องใช้เวลาสะสมเงินนานมาก ต้องใช้เงินอย่างกระเหม็ดกระแหม่ ค่อยๆ อดออมเงินวันละบาทสองบาท พร้อมกับหยิบยืมเงินจากญาติพี่น้องและผองเพื่อนส่วนหนึ่งกว่าจะได้เงินครบตามจำนวน จึงนับเป็นกล้องที่ผมรักและภาคภูมิใจที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นกล้องที่ทนทานคุณภาพเยี่ยมเป็นที่นิยมใช้กันในหมู่ช่างภาพหนังสือพิมพ์เวลานั้นแล้ว ภายในกล้องตัวนี้ ยังได้บรรจุความทรงจำ ความใฝ่ฝัน และประสบการณ์ในชีวิตของผมมากมายเหลือเกิน
ตราบจนกระทั่งผมผิดหวังจากงาน ถ่ายภาพ ในหนังสือที่ผมเป็นลูกจ้างรับเงินเดือนประจำ โดยไม่ได้รับเงินเดือนนานหลายเดือนขณะที่มีหนี้สินสุมหัวเนื่องจากต้องใช้จ่ายเงินในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันการเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงก็ไม่เป็นไปตามเป้า เนื่องจากผมใช้ชีวิตส่วนใหญ่หมดไปกับการเดินทางเสาะแสวงหาประสบการณ์การถ่ายภาพ และหวังใช้ชีวิตให้คุ้มค่าใน วิถี ที่ผมคิดว่าถูกต้อง ผมจึงตัดสินใจขายกล้องที่ผมรักที่สุดในชีวิตเพื่อนำเงินมาใช้ยามขัดสน !! ขณะโดยสารอยู่ในขบวนรถไฟสายกรุงเทพฯ-สุไหงโกลกเพื่อมุ่งไปสู่อีกโลกหนึ่งของชีวิต ผมเหมือน นกบาดเจ็บ ที่หวังไปเยียวยารักษาแผลใจ ณ สถานที่ที่ให้กำเนิดผมขึ้นมาในดินแดนสุดปลายด้ามขวาน ตอนนั้นจำได้ว่าเหมือนผมจะตั้งหน้าตั้งตามองทิวทัศน์นอกหน้าต่างยามรถไฟวิ่งผ่านไปเพื่อค้นหาอะไรสักอย่างหนึ่งที่ตกหล่นหายไประหว่างรอยทาง
ในที่สุดวารวันผ่านมาหลายปี ผมก็ค้นพบว่า บ้านเกิด ที่นราธิวาสคือสถานที่ พักใจ ที่ดีที่สุด เพราะเป็นสถานที่ที่อวบไปด้วยความรัก ความอบอุ่น มีความหวังและกำลังใจจากผู้คนรอบข้าง ผมจึงเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง !!
ผมมีพ่อ-แม่ พี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหาย โดยเฉพาะ เพื่อนสนิท ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมอยู่เป็นจำนวนมาก ชีวิตใหม่ของผมค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างด้วยธุรกิจเล็กๆ คือ การทำร้านขายปลาสวยงามในตัวเมืองนราธิวาส โดยเบื้องต้นพี่ชายเป็นคนลงทุนให้บางส่วน หลังจากนั้นผมลงทุนลงแรงทำด้วยตัวเองทั้งหมด แม้กระทั่งหัดตัดกระจกทำตู้ปลาด้วยตัวเอง ตระเวนไปประกอบติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ ตามแต่ลูกค้าจะสั่ง โดยมีภรรยาแสนดีค่อยให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ว่าเวลาจะล่วงเลยมานานเพียงใด ในใจลึกๆ ของผมก็ยังคงเฝ้าใฝ่ฝันว่าจะเป็น ช่างภาพมืออาชีพ ให้ได้ ผมจึงพยายามเสาะแสวงหากล้องถ่ายรูปมาลองถ่ายภาพทิวทัศน์และกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเกิด โดยหยิบยืมกล้องของเพื่อนบ้าง ของพี่บ้าง ตามแต่จะหามาได้ โดยรู้ทั้งรู้ว่ามันน่าจะ ผิดกฎ ของนักเลงกล้องที่มักจะไม่ค่อยยอมใช้กล้องของคนอื่น และก็ไม่ค่อยชอบให้คนอื่น ยืมกล้อง ไปใช้ แต่ภายใต้เงื่อนไขที่จำกัดผมจึงต้องยอมทำผิดกฎกติกาบ้าง ตราบกระทั่งวันหนึ่งผมก็มีกล้องถ่ายรูปเป็นของตัวเองอีกครั้ง
นับจากนั้นผมจึงตระเวนถ่ายรูปอย่างจริงๆ จังๆ ยามว่างเมื่อใดผมมักตระเวนไปถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ ผมสนใจติดตามทั้งวิถีชีวิต ศิลปะวัฒนธรรม ประเพณี และธรรมชาติที่มีทั้งป่าไม้ น้ำตก ชายหาด แม่น้ำ ฯลฯ เพื่อสะสมไว้เป็นธนาคารภาพส่วนตัว จนบางครั้งหน่วยงานราชการหรือคนรู้จักที่ต้องการหาภาพถ่ายในพื้นที่ต้องการใช้ภาพ ก็มาขอใช้ภาพ ซึ่งผมก็ยินดีให้เสมอ เพราะถือว่าจะได้ช่วยประชาสัมพันธ์ความสวยงามของบ้านเกิดให้ผู้คนได้สัมผัสและรู้จักมากขึ้น แม้นด้วยฝีมือการถ่ายภาพที่ยังอ่อนด้อยอยู่มาก ด้วยประสบการณ์ของ ช่างภาพบ้านนอก คนหนึ่ง ฝีมือการถ่ายภาพของผมจึงอาจจะสู้ฝีมือของช่างภาพระดับมืออาชีพไม่ได้ แต่อย่างน้อยที่สุดผมก็ภูมิใจว่า สิ่งที่ท่านผู้สนใจจะได้เห็นได้สัมผัสในหนังสือเล่มนี้ นอกจากจะเป็น จิตวิญญาณ อันสวยงามบริสุทธิ์ของพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์แล้ว ทั้งหลายทั้งปวงยังเป็น ชีวิตและจิตวิญญาณ ของผมที่ทุ่มเทให้กับการถ่ายภาพเพื่อสะท้อน บางสิ่งบางอย่าง ที่ถูกผู้คนมองข้ามผ่านเลยไป
ผมเชื่อว่า ในภาพถ่ายมีชีวิต และหวังว่ามันคงจะพอมีประโยชน์บ้างสำหรับท่านที่สนใจในหนังสือเล่มนี้ ขอบคุณยิ่งในความรักและความปรารถนาดีของทุกท่าน ที่ทำให้ผมได้ทำ ความฝัน ให้เป็นจริง หลังจากที่ดำรงอยู่ในทุกลมหายใจของผมมาเกือบค่อนชีวิต
ขอสันติสุขจงอยู่คู่ท่าน พงศ์ นราฯ ริมหาดนราทัศน์ อ.เมือง จ.นราธิวาส |