| แสงเงา ๒ | ||
เงาในภาพ |
||
|
View All |
||
| เหมือนสายลม | ||
บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
มุมทำงานของท่านพระครูธรรมธรฯ พระครูธรรมธรฯ นั่งนิ่งดั่งดิ่งลึกเข้าไปในสมาธิอันลุ่มลึก ข้าพเจ้ากวาดสายตาวอกแวกสังเกตการณ์สรรพสิ่งรอบข้าง ใจกลับถูกจู่โจมด้วยความประหวั่นพรั่นพรึงว่าบรรยากาศวิเวกเช่นนี้ในพื้นที่ที่กำลังเกิดปัญหา หากเกิดเหตุร้ายเราจะทำเช่นใดได้ พลันได้ยินเสียงก้องชำแรกความเงียบ ถ้าเรามีความปรารถนาดีต่อกันก็ไม่ต้องกลัวอะไร ตั้งแต่แรกๆ ที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่พระอาจารย์วิ่งเข้าหามวลชนตลอด ไปพูดคุยทำความรู้จัก ทำความเข้าใจ บางทีไปนั่งจิบชากับชาวบ้านตามชุมชน นั่งกันอยู่ริมถนนก็มี เรียกว่าเป็นการดำเนินรอยตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา อย่างบ้านประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดนราธิวาสอยู่ที่อำเภอยี่งอ อาจารย์ก็ไปบ่อย บางทีไป ๔ โมงเย็น กลับ ๔ ทุ่ม เพราะใครๆ ก็มาคุยด้วย คนมุสลิมกับอาจารย์ดีกันทั้งนั้น ที่ มอ.ปัตตานี เห็นไหมพระอาจารย์ไปนั่งพูดคุยกับผู้นำศาสนา (ดร.อิสมาแอล ลุตฟี จะปะกียา) ท่านอธิการบดีวิทยาลัยอิสลาม จังหวัดยะลา อย่างสนิทสนมกัน นั่งคุยกัน ๒ ชั่วโมงก็ยังมี พระอาจารย์พูดถึงบรรยากาศช่วงกลางวันที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) ซึ่งเป็นการประชุมของคณะอนุกรรมการฯ ขณะที่ข้าพเจ้าไปนั่งรอสัมภาษณ์ จนในที่สุดพระอาจารย์จึงเอ่ยปากชวนให้มาค้างแรมที่วัดเพื่อจะได้สัมผัสบรรยากาศและเก็บซับข้อมูลจริงในพื้นที่อย่างได้รายละเอียด ข้าพเจ้าถามอีกครั้ง : แถวนี้คนไทยมุสลิมรู้จักอาจารย์หมด รู้จักหมด พวก สจ. กำนัน ก็มาที่วัด คงจะมีวัดเดียวมั๊งที่เข้ามา แล้วเขาไม่ระแวงนะ ปกติเรื่องของกินอะไรเขาจะไม่กินของวัด แต่มาที่วัดนี้เขากินได้หมด บางทีมานอนในวัดข้ามคืนเลย เป็นกันเอง พระอาจารย์เชื่อว่าชาวบ้านตรงนี้ไม่ได้คิดไปไกลถึงลักษณะต้องแบ่งแยกดินแดน แต่ปัญหาในพื้นที่มีปัจจัยเยอะ ยาเสพติดคือปัญหาอันดับต้นๆ แต่ด้านมวลชนไม่เป็นปัญหา ใครมาปรึกษาพระอาจารย์ช่วยหมด มีอะไรก็ช่วยประสานงานให้ คนที่นี่ขนาดเราขับรถชนลูกเขาตาย ถ้าคนที่เชื่อถือห่วงใยกัน เรายังไปดื่มน้ำชาที่บ้านเขาได้อีก ขึ้นบ้านไปเขายังต้มน้ำชากาแฟให้เรากิน เขาถือว่าพระเจ้าต้องการแล้ว ไม่ได้โกรธ ในหลักการทำงานระหว่างคนไทยพุทธ-มุสลิม พระครูธรรมธรฯ ให้ความเห็นว่า เห็นได้ชัดเจนว่าคนพุทธหรือมุสลิมมีความพร้อมเพรียง สามัคคี สามารถรวมตัวกันได้ เพราะฉะนั้นหากมีหลักที่ดีจะทำงานร่วมกันได้สบาย ขอเพียงอย่าไปสร้างภาพว่าอยากไปอยู่ข้างหน้า ขอยกให้เขาเป็นใหญ่ ให้เขาทำ เราเพียงแต่แนะนำ สิ่งไหนที่เขาขาดความรู้เราไปเสริมเขา ถ้าไปถึงแล้วชวนเขาให้ตามเรา เขาไม่ตามหรอก สิ่งเหล่านี้ย่อมมีประโยชน์ในการผสานให้ความสงบสุขกลับคืนมาในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง เพราะกว่าจะได้ผลึกประสบการณ์เหล่านี้ ชีวิตของพระครูธรรมธรฯ ได้ผ่านพบประสบการณ์การใช้ชีวิตและการร่วมคลุกคลีทำงานพัฒนากับคนมุสลิมมายาวนานเกือบชั่วชีวิต
ไม่มีกำแพงขวางกั้น จะมีก็เพียงร่มเงาให้สัตว์โลกได้พักพิง อาจารย์บวชพระที่วัดพรหมันพงศาราม อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พอบวชแล้วก็ตั้งปณิธานว่าจะเป็นพระตลอด บวชอยู่ที่นั่นได้ ๕ ปี ช่วงนั้นเริ่มพัฒนาวัดวาอารามหลายแห่ง มาช่วยพัฒนาที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลาด้วย จากนั้นก็ไปอยู่ที่วัดเนตรขัมมาราม ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี เสร็จจากนั้น ๕ ปีมาทำที่สุราษฎร์ฯ ปี ๒๕๓๘ ถึงปี ๒๕๔๑ ก็มาอยู่ตรงนี้ ได้ทุนจากชาวบ้านช่วยกัน หาไปทำไป ครั้งหนึ่งในช่วงที่ประจำพรรษาอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี เป็นห้วงที่พระครูธรรมธรฯ ได้สัมผัสใกล้ชิดกับชาวบ้านมุสลิม เพราะต้องไปพัฒนาพื้นที่วัด ๖๒๙ ไร่ของมูลนิธิมหามงกุฎซึ่งเป็นวัดของสังฆราช จากที่คุ้นเคยกับมุสลิมตั้งแต่ก่อนบวชพระ และได้สัมผัสกับมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้ขณะไปช่วยงานที่อำเภอจะนะระหว่างปี ๒๕๒๙-๒๕๓๐ ช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๓๒-๒๕๓๗ พระครูธรรมธรฯ เดินทางไปช่วยงานของสมเด็จพระสังฆราชบุกเบิกที่ปทุมธานี ในงานก่อสร้างศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนาพื้นที่ในจุดที่มีคนมุสลิมเกือบ ๒๐ ครอบครัวอาศัยอยู่มาประมาณ ๗๐ ปีแล้ว แรกๆ ชาวบ้านไม่ยอมย้ายออกจากพื้นที่ กระทั่งเข้าไปเจรจาด้วยถึงยอมย้ายออก ยอมให้รื้อถอน กาลต่อมาจึงกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน การทำงานกับมุสลิมไม่มีปัญหาอะไร ก็เหมือนกับเราทำงานกับคนพุทธ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องเป็นคนไม่มีอคติ ตัวอคติสำคัญ อย่าไปมองว่าเขาเป็นคนละศาสนากับเรา คำว่าศาสนาเป็นเพียงคำสอนเท่านั้น ทุกศาสนาสอนให้คนทำดี จะชั่วหรือดีไม่ใช่อยู่ที่ศาสนา แต่อยู่ที่ผู้ปฏิบัติ ศาสนาทุกศาสนาดีหมด การที่เราจะทะเลาะหรือเอาศาสนามาเป็นต้นเหตุของการทะเลาะเบาะแว้งกัน มันไม่ใช่ บางประเทศมีมุสลิมล้วนทำไมเขายังฆ่ากัน มุสลิมกับมุสลิมเขายังฆ่ากัน พุทธล้วนก็ยังฆ่ากัน พ่อกับลูกยังฆ่ากันเลย แล้วถามว่าเป็นเพราะศาสนาหรือเปล่า คนละเรื่องเลย เพราะฉะนั้นไม่ใช่ตัวศาสนาทำให้แตกแยก ไม่ได้เกี่ยวกับตรงนั้นเลย มันอยู่ที่คน อย่างใน ๓ จังหวัดถ้าจะบอกว่ามุสลิมฆ่าพุทธ ไม่ใช่แน่ เพราะว่ามุสลิมก็ตาย ไม่ใช่ปัญหาเรื่องศาสนา บางคนมาโยงกันว่าพุทธกับมุสลิมแตกแยกกัน มันคนละประเด็น ผัวเมียเมื่อก่อนรักกันจะตาย พอทะเลาะกันไปคนละทางแล้ว ถ้าถามว่าเกี่ยวกับศาสนาหรือไม่ ผู้ที่เอาศาสนามาอ้าง ไม่ใช่ ไม่ใช่ปัญญาชน ไม่ใช่นักการศาสนา บางคนมองว่ามุสลิมน่ากลัว พระอาจารย์กลับเห็นว่ามุสลิมน่าคบ คบแบบสมถะ เพราะเขาเข้าถึงศาสนา เคร่งในหลักการทางศาสนา คนที่เข้าถึงศาสนา เคร่งศาสนา ถ้าเราเป็นคนเข้าใจศาสนาด้วย สบายเลย เราอย่าระแวงซิ แต่คนที่ไม่เข้าใจเรื่องศาสนาที่ตัวเองนับถือแท้ๆ บางคนเป็นพุทธ พุทธโดยบัตรประชาชน พุทธโดยสายเลือด ไม่รู้ว่าหลักของพุทธเป็นแบบไหน ไม่เข้าใจ ไม่ได้เรียนรู้ศาสนาตัวเองซึ่งเป็นพุทธ แต่บอกว่าเป็นพุทธ ตัวเองยังไม่เข้าใจตัวเอง ทีนี้ก็ไปมองศาสนาของคนมุสลิมเป็นเรื่องน่ากลัวอีกใช่ไหม เราไปมองตัวความรุนแรง ไม่ได้พิจารณาว่าความรุนแรงนั้นไม่ได้เกี่ยวกับศาสนา อาจด้วยทัศนคติที่เปิดกว้างเช่นนี้ ทำให้พระครูธรรมธรฯ กลายเป็นพระสงฆ์ที่พี่น้องมุสลิมในพื้นที่ให้ความเคารพนับถือมาก กระทั่งได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการกลางอิสลามในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นตัวแทนเพื่อเป็นหนึ่งในคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) ขณะพูดคุย ข้าพเจ้าเหลือบตามองเข็มนาฬิกาพบว่าเวลาได้ย่างก้าวสู่วันใหม่ได้กว่า ๒ ชั่วโมงแล้ว จึงขออนุญาตไปพักผ่อนเอาแรง ขณะเดียวกันก็คิดว่าพระครูธรรมธรฯ จะได้พักผ่อนด้วยหลังจากเหนื่อยงานมาทั้งวัน ไปนอนหลับพักผ่อนก่อน พระอาจารย์เองเป็นคนไม่นอนนะเวลากลางคืน จะเดินดูโน่นดูนี่ ตรวจตราความเรียบร้อยบ้าง นั่งสมาธิบ้าง พอตี ๔ พระลูกวัดก็จะมาสวดมนตร์ภาวนาทำวัตรเช้า
เสียงสวดมนตร์ในน้ำเสียงสม่ำเสมอของพระครูธรรมธรฯ และพระลูกวัด ปลุกข้าพเจ้าให้ตื่นจากการหลับใหล เอื้อมดูนาฬิกาเป็นเวลาตี ๔ กว่าเล็กน้อย แหวกมุ้งเก็บพับผ้าห่ม การนอนในที่โล่งไม่มีฝากั้นทำให้ได้สัมผัสธรรมชาติและกระแสลมที่โชยพัดเย็นสบายตัว นอนคนเดียว ตัวคนเดียว ทำให้ได้สัมผัสกับความเงียบโดยแท้ ล้างหน้าล้างตาเสร็จสรรพมาร่วมนั่งสวดมนตร์ไหว้พระด้วย ทำให้หวนคิดถึงครั้งหนึ่งที่ได้บวชพระและเดินทางไปประจำพรรษาอยู่ในหุบเขากลางป่าอุ้มผางนานข้ามหลายเดือน ต้องตื่นตีสามครึ่งทุกวันเพื่อมาสวดมนตร์ทำวัตรเช้าตามวัตรปฏิบัติของภิกษุสงฆ์ แต่อากาศเย็นเยือกตามภูมิอากาศที่อุ้มผาง แปลกแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับความเยือกเย็นที่ชายแดนใต้ ตี ๕ ขณะรอบข้างยังมืดมิด เงาไม้ไหวพะเยิบยาบตามแรงลมไกว แต่พระสงฆ์ ๓ รูปกับ ๑ เณร พร้อมด้วยเด็กวัดในชุดผ้าขาวถือศีล ๘ ก็ทยอยกันขึ้นท้ายรถกระบะเดินทางออกจากวัด ล้อรถบดขยี้พื้นถนนลูกรังดังเอียดอาด ค่อยๆ เลาะเลียบผ่านป่ายางครึ้ม วิ่งผ่านถนนริมเขื่อนปัตตานี มองเห็นเวิ้งน้ำกว้างใหญ่ ใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาทีก็มาถึงใจกลางเมืองยะลาขณะฟ้าเริ่มสาง ผู้คนพลุกพล่าน คณะพระสงฆ์และเณรยืนตั้งแถว ก่อนจะเดินตรงไปตามถนนเดินบาตรโปรดญาติโยมตามถนนสายต่างๆ กว่าจะกลับถึงวัดอีกครั้งหนึ่งก็เป็นเวลาเกือบ ๙ โมงเช้า
ญาติโยมใส่บาตรใจกลางเมืองยะลา ต่อมาไม่นาน ณ จุดนี้มีการลอบวางระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
ศรัทธาจากญาติโยมแปรเป็นอาหารกองพะเนินเต็มท้ายรถกระบะ ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง ข้าวสวย ดอกไม้ ฯลฯ ถึงวัดแล้วเด็กวัดกุลีกุจอมาช่วยกันแยกอาหาร ส่วนหนึ่งเพื่อถวายพระก่อนเพล ส่วนที่เหลือรวมไว้เป็นกองๆ ประมาณ ๒-๓ กอง เพื่อจะมอบให้แก่ชาวบ้านและทหารที่ได้อาศัยข้าวก้นบาตรเลี้ยงท้องอีกทอดหนึ่ง หลังฉันเพลเสร็จ ข้าพเจ้าได้พูดคุยกับพระครูธรรมธรฯ อีกครั้งหนึ่ง เดี๋ยวจะกลับนราธิวาสเลยใช่ไหม คุยกันเสร็จอาจารย์ให้รถไปส่งที่สถานีรถไฟยะลานะ พระครูธรรมธรฯ ถามด้วยเมตตา เสร็จแล้วหันไปพูดคุยกับคนขับรถเป็นภาษาใต้เสียงดังฟังชัด ข้าพเจ้าเริ่มถามอีกครั้ง : รู้จักกันกับประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานีมานานหรือยัง พอมาอยู่นี้ก็รู้จัก ด้วยความที่พระอาจารย์เป็นคน... พูดง่ายๆ ว่าไม่ระแวง ไปอยู่ที่ไหนก็ต้องอ่อนน้อมไปหาเจ้าที่เขา นั่นเป็นสิ่งสำคัญ ไปอยู่ที่ไหนอย่าไปเหยียบเจ้าที่ ต้องไปทำความเข้าใจกับเขา ไปอธิบายว่าที่มาอยู่นี้เพราะจะมาสร้างวัด ตรงนี้กำนันเป็นมุสลิมนะ เป็นชุมชนมุสลิม การจะสร้างวัดขั้นแรกก่อนต้องขออนุญาตโดยให้กำนันเป็นผู้เซ็นอนุญาต เพราะฉะนั้นแค่เริ่มต้นก็มาเจอคนมุสลิมแล้ว บางวัดอยู่ในเขตยะลา ห่างจากวัดนี้เพียง ๑ กิโลเมตรสร้างวัดมา ๒๐ ปีแต่ไม่ได้เป็นวัดเพราะมุสลิมเขาไม่เซ็นให้ อย่างที่จะนะ ๓๐ กว่าปีเขาก็ไม่เซ็น ที่อาจารย์เข้าไปช่วยตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ มุสลิมทั้งนั้น กำนันต่างๆ พอเราเข้าไปทำไมเขาเซ็นให้ เพราะเราน้อมไปหาเขา ไปชี้แจงทำความเข้าใจ อย่างไฟฟ้าของวัดที่เดินสายเข้ามาได้ ผู้นำมุสลิมทั้งกำนัน ทั้งประธานคณะกรรมการอิสลามฯ เขาไปวิ่งเต้นมาให้นะ ระยะทาง ๒-๓ กิโลเมตรเข้ามา แต่ใช้เพียงวัดเดียวเพราะอยู่ในป่า
ฉันท์อาหารอย่างง่ายๆ ท่ามกลางธรรมชาติ นอกจากนี้แล้วสิ่งที่สะท้อนความผูกพันช่วยเหลือกันคือการใช้สำนักงานร่วมกัน พระครูธรรมธรฯ ไม่มีสำนักงานทำงานเป็นกิจลักษณะนอกจากพื้นไม้ในศาลาวัด จึงขอใช้สำนักงานของกรรมการอิสลามประจำจังหวัด จะพิมพ์หนังสืออะไรเซ็นอย่างเดียว เลขาฯ ประธาน เขาวิ่งมาให้ ไม่เคยหน่วงเหนี่ยว อาจารย์ไม่มีสำนักงาน แฟกซ์หรืออะไรต่างๆ ที่มา ไปทางโน้นทั้งนั้น แล้วเขาวิ่งมาให้ ที่สำนักงานมุสลิมเวลามีอะไรด่วนเขาโทรศัพท์มา บางทีจะเอาเอกสารมาให้ พระอาจารย์บอกว่าอ่านให้ฟังดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา เรื่องอะไร ประชุมเมื่อไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินหรือเรื่องอะไรตางๆ เขาบอกว่าในจังหวัดนี้พวกผมวิ่งให้ท่านเอง ท่านไปข้างบนเถอะ ไปประชุมกับผู้หลักผู้ใหญ่จะได้หาแนวทางช่วยเหลือคนในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็น กอส. เขามีงานอะไรทุกงานคนมุสลิมเขามานิมนต์ให้ไปร่วมด้วยหมด บางทีอาตมาออกจากวัดทุ่มหนึ่ง กว่าจะเดินทางกลับถึงวัดก็ตีหนึ่ง ยิ่งในช่วงเดือนบวช อาตมาต้องไปนั่งพูดคุยตามพื้นที่เขตอำเภอต่างๆ หลายอำเภอ งานปอเนาะอะไรที่มีมุสลิมเป็นพันๆ คนมาร่วม มีอาตมาเป็นพระสงฆ์อยู่รูปเดียวไปนั่งร่วมด้วย ไปช่วยวางศิลาฤกษ์โรงเรียนให้โรงเรียนปอเนาะก็ไป ไม่มีปัญหา
ศรัทธาผู้คนท่ามกลางไฟใต้ ก่อนเที่ยงเล็กน้อย ข้าพเจ้าเก็บเทปอัดเสียง หยิบกล้องบันทึกภาพพระครูธรรมธรฯ ในอิริยาบถต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะร่ำลาพร้อมสัญญาว่าวันใดที่กลับมา คงจะได้มาเยี่ยมเยือนและเก็บซับประสบการณ์จากพระครูธรรมธรฯ นำไปถ่ายทอดให้ผู้คนได้รู้ ได้ทราบ ได้ศึกษา และเข้าใจแนวทางของพระแท้รูปหนึ่งซึ่งเป็นที่รักยิ่งทั้งในหมู่คนไทยพุทธและไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พระครูธรรมธรฯ คือพระสงฆ์ที่มีทีท่าเป็นกันเอง เป็นยอดพระนักพัฒนา และเป็นพระที่ลงมือทำด้วยมือ แทนที่จะทำงานด้วยปากเพียงประการเดียว เฉกเช่นที่บางผู้คนชมชอบ ทุกวันนี้ปัญหาภาคใต้พระอาจารย์ว่าใครๆ ก็รู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร จะแก้กันอย่างไร แต่ทุกครั้งที่ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อพูดคุยปรึกษาหารือ เห็นมีแต่คนพูด พูด แล้วก็พูด แต่ไม่เห็นมีคนทำสักที พระอาจารย์ขอว่าคนที่พูด อย่าเพียงแต่พูด ให้ลงมือทำ ขอเพียงให้มีคนทำจริงทีเถอะ ทุกอย่างจะดีขึ้นมาเอง รถเคลื่อนตัวออกจากพื้นที่วัด ข้าพเจ้าเหลียวหลังกลับไปเห็นพระอาจารย์กำลังยืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางแมกไม้พรรณพืชที่เริ่มถูกแดดเลีย เหลืองจีวร เขียวใบไม้ น้ำใสใส และหัวใจสีชมพูดวงโต เป็นแก่นแกนเชื่อมประสานศรัทธาผู้คนทั้งพุทธ-มุสลิมให้เป็นหนึ่งเดียว
ภาพสุดท้าย หมายเหตุ : ข้อเขียนชิ้นนี้เผยแพร่ครั้งแรกในเว็บไซต์ของศูนย์ข่าวอิศราตั้งแต่ต้นปี ๒๕๔๙ กระทั่งปลายปี ๒๕๕๐ ข้าพเจ้ารับทราบข่าวการสูญเสียครั้งสำคัญขณะสนทนากับ อ.ปิยะ กิจถาร แห่งคณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานี ว่า ท่านพระครูธรรมธรฯ ถึงกาลมรณภาพเสียแล้วหลังอาพาธหนัก น่าเสียดายมาก ท่านพระครูฯ เป็นพระสงฆ์ซึ่งเป็นที่รักของทั้งพี่น้องไทยพุทธและมุสลิม ถึงขนาดที่ผู้นำมุสลิม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกันเสนอชื่อท่านให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) เพื่อให้เป็นตัวแทนของพี่น้องทุกคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการร่วมประชุมร่วมทำงานเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหากับภาคส่วนต่างๆ ท่านทุ่มเทกับการช่วยแก้ปัญหาไฟใต้มาก แต่ท่านก็มาจากพวกเราไปเสียแล้ว ไม่นานต่อมาข้าพเจ้าได้พูดคุยกับ รศ.ดร.รัตติยา สาและ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งเคยทำงานร่วมกันในฐานะ กอส.เช่นกัน คำพูดของอาจารย์ที่กล่าวถึงท่านพระครูฯ ทำให้ข้าพเจ้ารื้นน้ำตา เท่าที่อาจารย์ได้ประชุม ได้สัมผัสด้วย ท่านเป็นคนยอดเยี่ยมมาก เป็นพระที่สมควรเป็นพระที่ยกมือไหว้ได้ คือมีใจเป็นกุศล แล้วก็เห็นมนุษย์เป็นมนุษย์แล้ว เพราะฉะนั้นใจหนึ่งส่วนหนึ่งเสียใจที่ท่านจากไปก่อน แต่หากใช้วิธีคิดอย่างอาจารย์ คนดีมากๆ อย่างท่านที่ได้พิสูจน์หัวใจที่เต็มร้อยแล้ว บางทีอาจจะถูกพระผู้เป็นเจ้าเชิญไปก่อนก็ได้ เพื่อไม่ให้ท่านได้รับอันตราย คือถ้าท่านมีอยู่ท่านจะได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับคนอื่นอีกมากมาย ซึ่งการคิดแบบนั้นเราอาจเห็นแก่ตัวไป แต่ว่าถ้าคิดอีกลักษณะหนึ่งว่าผู้นี้ขืนอยู่ต่อไป วิธีคิดของท่าน วิธีทำงานของท่าน อาจจะไปขัดขวางผลประโยชน์ของมนุษย์บางกลุ่มมากขึ้นๆ และอันตรายจะถึงตัวท่าน บางทีท่านอาจจะจบชีวิตด้วยน้ำมือของมนุษย์ที่อาจจะไม่มีศักดิ์ศรีเท่าท่าน มือมนุษย์มันสกปรกเกินไป เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรให้ท่านไปอย่างนั้น ท่านลุยงานหนักมาก ทราบจากน้องผู้ใกล้ชิดท่านบอกอาจารย์ ตอนนี้ท่านไม่ค่อยพักผ่อนเท่าไหร่ พักผ่อนน้อยมาก ไม่ค่อยนอนเลย ตื่นเช้าตี ๔ ก็สวดมนต์แล้ว อยากจะให้ผู้นำศาสนาอิสลามอีกหลายๆ คนที่มีอยู่ในพื้นที่นี้ปฏิบัติตนอย่างนั้นบ้าง หวังอยากจะให้มี ก็ไม่ทราบว่ามีแล้วหรือยัง ปัจจุบันนี้วัตถุอยู่ข้างหน้า มันชนะใจคนหมด คนทำดีมากๆ บางทีจน แต่ว่าถ้าเขาคิดแต่โลกนี้ก็ท้อที่จะทำดี ต้องบอกว่าอยู่เป็นคนดีแต่จนดีกว่ารวยแต่เป็นคนชั่วร้าย ความดีเป็นสิ่งถาวร เราจึงน่าจะเลือกอยู่ในหนทางของคนดี ................................................................................................
ขอประทานโทษเป็นอย่างสูงครับท่านพระครูฯ ที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนท่านที่วัดทุ่งข่อยตามที่ข้าพเจ้าได้รับปากไว้ในวันจากลา แต่ข้าพเจ้าขอสัญญาว่าจักสืบสานปณิธานในการร่วมกันหาหนทางเยียวยาปัญหาภาคใต้เท่าที่กำลังข้าพเจ้าจะทำได้ และยืนหยัดกระทำตนเป็นคนดีตามที่ท่านได้สอนสั่งและเน้นย้ำในน้ำคำสุดท้าย ก่อนจากลา... |