• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 52
  • จำนวนผู้ชม : 17068
  • จำนวนผู้โหวต : 129
  • ส่ง msg :
เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



วันพุธ ที่ 19 มีนาคม 2551
ใต้แสงดาว, ลมหนาว และ ‘เบตง’ (ตอน ๑ จากปีนัง)
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 391 , 13:52:12 น.   | หมวดหมู่ : บันทึกการเดินทาง  
พิมพ์หน้านี้


                         ยอดสะพานเชื่อมแผ่นดิน - เกาะปีนัง

ทันทีที่เครื่องบินจากต้นทาง 'สุวรรณภูมิ' วาดวงโค้งเพื่อเตรียมร่อนลงเหนือ 'สนามบินปีนัง' ขณะปลายปีกด้านหนึ่งค้อมขนาบน้ำ ภาพอันน่าตะลึงลานก็พลันปรากฏ ณ เบื้องหน้า

สะพานเชื่อมเกาะปีนัง

แพรวพราวระยิบระยับจากภาพสะท้อนสีแสงของดวงอาทิตย์เหนือผืนน้ำกว้างใหญ่ โลดเต้นดั่งมีชีวิต

ขณะหนึ่งนั้นภายใต้ความกว้างของผืนท้องทะเล กลับปรากฏเรือใหญ่ลำหนึ่งกำลังวิ่งย้อนแสงอาทิตย์เป็นเงาดำเหนือระยับแสง แลตัดคลื่นน้ำฝากริ้วยาวฟองขาวพราวฟูฟ่อง

ข้าพเจ้าน่าจะได้ชมชื่นภาพนี้มากกว่ามากและเนิ่นนานกว่า หากสามารถจำแลงมาเป็นภาพเปิดหนังสือที่กำลังเรียบเรียงเล่มหนึ่ง ว่าด้วยประวัติศาสตร์ของเมืองเบตงโดยละเอียด

ลำเรือโดดเดี่ยว กลางความเวิ้งว้าง ... จิตวิญญาณผู้คนบนเรือคงอ้างว้างสิ้นดี

เฉกเช่นคืนวันเนิ่นนานผ่านมาหลายร้อยหลายพันปีมาแล้ว ย่อมปรากฏเรือโดดเดี่ยว คนเดียวดาย แบกรับชะตากรรมจำพรากหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ ลำแล้วลำเล่า-คนแล้วคนเล่า ผ่านวันคืนอันโหดร้ายกลางชะเลลึก โดยเฉพาะผู้คนจากจีนแผ่นดินใหญ่และแหล่งอารยธรรมอินเดียซึ่งต่างใช้ท้องทะเลปลายแหลมมลายูเป็นจุดเชื่อมสายธารสองคาบสมุทร

เชื่อม...ชีวิต การเดินทาง และความใฝ่ฝัน บนโลกใบใหม่ที่มิอาจกำหนดอนาคต

ส่วนหนึ่งของผู้อพยพเหล่านี้นี่เอง ที่พากันอพยพขึ้นฝั่งยัง 'เกาะหมาก' หรือ 'ปีนัง' และเดินลัดเลาะฝ่าดงแดนอันตรายระยะทางกว่า ๑๐๐ กิโลเมตร เพื่อใช้เพียงสองมือพลิกฟื้นป่าดงดิบท่ามกลางโอบกอดของเทือกเขาสันกาลาคีรี ให้กลายเป็นเมืองในหุบเขานาม 'เบตง' ในกาลปัจจุบัน

ภาพเบื้องหน้าสวย ขณะข้างหลังภาพก็มีเรื่องเล่าสอดคล้องยุคสมัย

แต่...ข้าพเจ้ากลับพลาดอย่างมหันต์ !!

พลาดเพราะทันทีที่หยิบกล้องคู่กายเพื่อกดปุ่มชัตเตอร์บันทึกภาพแห่งความประทับใจ จึ่งได้รู้ว่าลืมใส่แบตเตอรี่ซึ่งเพิ่งชาร์ตไฟมาเมื่อคืน แต่ด้วยความเร่งรีบจึงนำไปเก็บไว้อีกกระเป๋าใบหนึ่ง

และกระเป๋าใบนั้นดันกำลังนอนสงบนิ่งอยู่ในช่องเก็บของบนเครื่องบิน

นาทีนั้น, ข้าพเจ้าทำได้เพียงเก็บกล้อง ถอนหายใจ และหลับตา...

นับเนื่องจากนั้น แม้นเส้นทางปีนัง-เบตง ดวงตาจะได้สัมผัสทิวทัศน์บรรยากาศที่งดงามปานใด และปะบางเหตุการณ์น่าสนใจที่ได้ซึมซับและบันทึกผ่านเลนส์ แต่เหมือนข้าพเจ้าจะ 'หลับใจ' จากต้นทางปีนัง กระทั่งถึงปลายทางเบตง

ด้วยหัวใจวนเวียนนึกถึงแต่ภาพภาพหนึ่งที่ตรึงตรา

ข้าพเจ้าจำเชื่อว่า 'ความประทับใจแรก' กับ 'รักแรกพบ' อาจล้วนดำเนินไปบนวิถีเดียวกัน

แม้นต่อมาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดก็ตาม แต่มรรคาระหว่างนั้นย่อมถูกเรียกเป็น 'ความฝังใจ' ที่จำหลักแน่นกับเรื่องราวใด โดยมิอาจกัดเซาะได้ด้วยวันเวลา

และแน่นอน มันจักสถิตอยู่ในความทรงจำอย่างมิอาจลืมเลือนได้ - ตลอดกาล

ภายใต้อ้อมกอดของขุนเขานาม 'เบตง'


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30
สเลเต วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 13.00 น.
http://www.oknation.net/blog/mahahong


ลืมค่ะ
รอเช่นกันนะคะ
เมื่อไหร่
หนังสือว่าด้วยประวัติศาสตร์ของเมืองเบตง
จะวางแผง
ไม่พลาดอย่างแน่นอนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 29
สเลเต วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 12.57 น.
http://www.oknation.net/blog/mahahong


เพียงเปิดมาเจอภาพแรก
หัวใจก็ละลายไปเรียบร้อยแล้วค่ะ


เคยไปเบตงมาไม่กี่ครั้ง
แต่ทุกครั้งที่ไป
ก็รู้สึกได้ว่า
เมือง"เบตง"นี้
ช่างน่ารักเสียจริง ๆ


ยังจำได้ค่ะว่า
เมื่อครั้งที่ไปครั้งแรกนั้น
ประทับใจในตู้ไปณษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เสียดาย...ช่วงนั้น
ยังเด็กเกินกว่าจะใช้กล้องถ่ายรูปเป็น
แต่ก็เก็บมาเป็นความทรงจำ
นำมาเล่าให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนฟังที่หน้าห้องค่ะ
อีกอย่างที่เพิ่งไปเห็นครั้งแรกที่เบตง
คือนกนางแอ่นที่เกาะตามเสาไฟฟ้า
เดี๋ยวนี้ยังมีอยู่อีกไหมหนอ
ความคิดเห็นที่ 28
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 00.23 น.
http://www.oknation.net/blog/LOSTGEO

สวัสดีนะครับ

อ่านแล้วถวิลหาเบตงมากเลยครับ...ผมเคยมีช่วงฉากที่นี่นานพอควร

ได้ดู "มาลีฮวนน่า" เต็มวงครั้งแรกก็ที่สนามกีฬาเบตงนี่แหละ

เมืองที่มีเสน่ห์..ด้วยการผสมผสานหลากหลายวิถี..แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

หนังสือประวัติศาสตร์เมืองเบตง...น่าสนใจมากครับ ออกมาเมื่อไหร่ ผมคงไม่พลาดแน่ครับ

ส่วนเส้นทางสายนี้ พอจะเคยผ่านไปบ้าง ความงดงามระหว่างทางนั้นเกินบรรยาย และบางอารมณ์ ผมคิดว่ามันคือผืนแผ่นดินเดียวกันด้วยซ้ำ

ขอบคุณภาพและเรื่องครับ...สวยงามเสมอ
ความคิดเห็นที่ 27
ราษีไศล วันที่ : 22/03/2008 เวลา : 15.06 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ /www.banduannoi.com/ www.tourthailand.th.gs

ภาพสวยทุกภาพเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 26
ปราณชลี วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 15.01 น.
http://www.oknation.net/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

เอ็นทรี่นี้บันทึกระหว่างเดินทางจากปีนังเพื่อไป 'เบตง' เป็นภูมิทัศน์ในมาเลเซียเป็นส่วนใหญ่ ที่เห็นสะพานยาวถึง ๑๐ กม. เชื่อมต่อเมืองบัตเตอร์เวิร์ธกับเกาะปีนัง เมื่อเดินทางออกจากเกาะปีนังแล้วมุ่งตรงไปบาริ่ง เมืองอะลอลสตาร์ รัฐเคดาห์ กระทั่งถึงด่านชายแดนเบตง รวมระยะทาง ๑๑๐ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง
อีกเส้นทางหนึ่งที่คนไทยนิยมใช้เวลานี้คือ ไปผ่านแดนที่ด่านสะเดา จ.สงขลา ข้ามไปฝั่งมาเลเซียวิ่งผ่านอะลอลสตาร์ แล้ววกไปออกด่านข้ามแดนเบตง ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง เป็นเส้นทางปลอดภัยที่ผู้คนใช้กันมากเพื่อหลีกเลี่ยงสาย ๔๑๐ ยะลา-เบตง ที่ต้องผ่านพื้นที่สีแดงหลายจุด แต่ความจริงแล้วทุกวันนี้เส้นทางยะลา-เบตงก็มีคนใช้สัญจรมากมายในแต่ละวัน
ความคิดเห็นที่ 25
ณชาติหนึ่ง วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 13.16 น.
http://www.oknation.net/blog/nnnnnn
_ข้าพเจ้าเป็นสุขกับทางโลก...เสมอด้วยทางธรรม_

ภาพแรกข้าพเจ้ามองเผินๆ คิดว่าเป็นทางด่วนสุขสวัสดิ์แน่ะเจ้าคะ

ที่แท้ก็ "โอเคเบตง" นี่เอง ...ยังคงประทับใจค่ะ

ราวกับได้ย้อนรอยกลับไปสู่วันวานที่เคยได้ไปเยือนอีกครั้ง...
ความคิดเห็นที่ 24
vickie วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 10.58 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

ป๋มมีเพื่อนเดินป่า มาจากเมืองเบตง ตั้งหลายคน เพียงแต่ปัจจุบันมาทำงานในภาคกลาง ฟังเค้าเล่าถึงเบตงแล้ว อยากไปสักครั้ง

เห็นเพื่อนบอกว่า ถ้าให้ดีก็ใช้เส้นใหม่ ตัดเข้ามาเลเซียก่อนแล้วค่อยวกมาเบตง เพราะถนนหนทางดีกว่ากัน ไม่คดเคี้ยว และอันตรายมาก เหมือนถนนในประเทศเส้นปกติ
ความคิดเห็นที่ 23
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 03.34 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai

ความจริงคนเรานั้น...เกี่ยวพันกันแม้ไม่เคยพบเจอ....ไม่ต่างกับฉันและคุณ....
จะดีไหม.....ถ้าใจเรามีกันและกัน.............
มาอยู่เป็นเพื่อนด้วยความคิดถึงค่ะ
ความคิดเห็นที่ 22
roselobster วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 02.30 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก " 

ท้องฟ้าสดใส

สวยงามน่าไปจังค่ะ
ความคิดเห็นที่ 21
naijoe วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 01.50 น.
http://www.oknation.net/blog/naijoe

เบตง...เมืองในหุบเขาแห่งภาคใต้
.
.
อยากจะมีโอกาสสักครั้ง
.
.
ที่ได้ไป
.
.
.
ความคิดเห็นที่ 20