| แสงเงา ๒ | ||
เงาในภาพ |
||
|
View All |
||
| เหมือนสายลม | ||
บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ยอดสะพานเชื่อมแผ่นดิน - เกาะปีนัง ทันทีที่เครื่องบินจากต้นทาง 'สุวรรณภูมิ' วาดวงโค้งเพื่อเตรียมร่อนลงเหนือ 'สนามบินปีนัง' ขณะปลายปีกด้านหนึ่งค้อมขนาบน้ำ ภาพอันน่าตะลึงลานก็พลันปรากฏ ณ เบื้องหน้า
สะพานเชื่อมเกาะปีนัง แพรวพราวระยิบระยับจากภาพสะท้อนสีแสงของดวงอาทิตย์เหนือผืนน้ำกว้างใหญ่ โลดเต้นดั่งมีชีวิต ขณะหนึ่งนั้นภายใต้ความกว้างของผืนท้องทะเล กลับปรากฏเรือใหญ่ลำหนึ่งกำลังวิ่งย้อนแสงอาทิตย์เป็นเงาดำเหนือระยับแสง แลตัดคลื่นน้ำฝากริ้วยาวฟองขาวพราวฟูฟ่อง ข้าพเจ้าน่าจะได้ชมชื่นภาพนี้มากกว่ามากและเนิ่นนานกว่า หากสามารถจำแลงมาเป็นภาพเปิดหนังสือที่กำลังเรียบเรียงเล่มหนึ่ง ว่าด้วยประวัติศาสตร์ของเมืองเบตงโดยละเอียด ลำเรือโดดเดี่ยว กลางความเวิ้งว้าง ... จิตวิญญาณผู้คนบนเรือคงอ้างว้างสิ้นดี
เฉกเช่นคืนวันเนิ่นนานผ่านมาหลายร้อยหลายพันปีมาแล้ว ย่อมปรากฏเรือโดดเดี่ยว คนเดียวดาย แบกรับชะตากรรมจำพรากหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ ลำแล้วลำเล่า-คนแล้วคนเล่า ผ่านวันคืนอันโหดร้ายกลางชะเลลึก โดยเฉพาะผู้คนจากจีนแผ่นดินใหญ่และแหล่งอารยธรรมอินเดียซึ่งต่างใช้ท้องทะเลปลายแหลมมลายูเป็นจุดเชื่อมสายธารสองคาบสมุทร เชื่อม...ชีวิต การเดินทาง และความใฝ่ฝัน บนโลกใบใหม่ที่มิอาจกำหนดอนาคต
ส่วนหนึ่งของผู้อพยพเหล่านี้นี่เอง ที่พากันอพยพขึ้นฝั่งยัง 'เกาะหมาก' หรือ 'ปีนัง' และเดินลัดเลาะฝ่าดงแดนอันตรายระยะทางกว่า ๑๐๐ กิโลเมตร เพื่อใช้เพียงสองมือพลิกฟื้นป่าดงดิบท่ามกลางโอบกอดของเทือกเขาสันกาลาคีรี ให้กลายเป็นเมืองในหุบเขานาม 'เบตง' ในกาลปัจจุบัน ภาพเบื้องหน้าสวย ขณะข้างหลังภาพก็มีเรื่องเล่าสอดคล้องยุคสมัย
แต่...ข้าพเจ้ากลับพลาดอย่างมหันต์ !! พลาดเพราะทันทีที่หยิบกล้องคู่กายเพื่อกดปุ่มชัตเตอร์บันทึกภาพแห่งความประทับใจ จึ่งได้รู้ว่าลืมใส่แบตเตอรี่ซึ่งเพิ่งชาร์ตไฟมาเมื่อคืน แต่ด้วยความเร่งรีบจึงนำไปเก็บไว้อีกกระเป๋าใบหนึ่ง และกระเป๋าใบนั้นดันกำลังนอนสงบนิ่งอยู่ในช่องเก็บของบนเครื่องบิน นาทีนั้น, ข้าพเจ้าทำได้เพียงเก็บกล้อง ถอนหายใจ และหลับตา...
นับเนื่องจากนั้น แม้นเส้นทางปีนัง-เบตง ดวงตาจะได้สัมผัสทิวทัศน์บรรยากาศที่งดงามปานใด และปะบางเหตุการณ์น่าสนใจที่ได้ซึมซับและบันทึกผ่านเลนส์ แต่เหมือนข้าพเจ้าจะ 'หลับใจ' จากต้นทางปีนัง กระทั่งถึงปลายทางเบตง ด้วยหัวใจวนเวียนนึกถึงแต่ภาพภาพหนึ่งที่ตรึงตรา
ข้าพเจ้าจำเชื่อว่า 'ความประทับใจแรก' กับ 'รักแรกพบ' อาจล้วนดำเนินไปบนวิถีเดียวกัน แม้นต่อมาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดก็ตาม แต่มรรคาระหว่างนั้นย่อมถูกเรียกเป็น 'ความฝังใจ' ที่จำหลักแน่นกับเรื่องราวใด โดยมิอาจกัดเซาะได้ด้วยวันเวลา และแน่นอน มันจักสถิตอยู่ในความทรงจำอย่างมิอาจลืมเลือนได้ - ตลอดกาล
ภายใต้อ้อมกอดของขุนเขานาม 'เบตง'
|