| แสงเงา ๒ | ||
เงาในภาพ |
||
|
View All |
||
| เหมือนสายลม | ||
บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
'ปาฏิหาริย์เหนือปากน้ำบางนรา' พระบรมฉายาลักษณ์ที่รอดพ้นจากพระเพลิงในโรงเรียนทุ่งโต๊ะดัง นราธิวาส ลูกกลมๆ เหมือนกัน หัวใจดวงเล็กๆ เท่าๆ กัน แต่ความรู้สึกกลับแปลกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพื่อนรักของข้าพเจ้าคนหนึ่งชมชอบการโยนโบว์ลิ่ง ทุกครั้งที่ลงประลองฝีมือบนลานกว้างแถวห้างใหญ่แห่งทุ่งบางกะปิ เขาชอบชวนข้าพเจ้าไปด้วย สายใยความเป็นเพื่อนทำให้บางครั้งคราผู้คนต้องยอมฝืนทนทำอะไรบางอย่างซึ่งสวนทางกับสิ่งที่หัวใจเพรียกหา ด้วยวัยสังขารและความชมชอบที่แตกต่าง เขาโยนโบว์ แต่ข้าพเจ้ายกแก้ว (เมื่อไม่มีใครชนแก้ว) และ/หรือ ชนแก้ว (เมื่อมีคนคุยด้วย) นอกเหนือจากนั้นเรา 'ต่างมีโลกของตัวเอง' เสียงเพลงดัง ดนตรีเร้าใจ บรรยากาศสวยสดงดงาม สีสันแพรวพราว พร้อมสรรพในทุกสิ่งที่สนองตอบต่อความต้องการของมนุษย์ ดนตรี อาหาร บรรยากาศ ฯลฯ ใครๆ ต่างทุ่มใจไปกับการเล่น บางคราข้าพเจ้าก็อดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อมีใครคนหนึ่งตะโกนเสียงดังด้วยความดีใจ เพื่อนๆ ปรบมือแสดงความยินดี เมื่อลูกโบว์ลิ่งกระแทกพินล้ม, ครั้งแล้วครั้งเล่า คราใดที่ลูกโบว์ลิ่งกระแทกพื้นเสียงดังก้อง ก่อนจะกลิ้งต่อไปตามพื้น เป็นหลายครั้งที่ข้าพเจ้ามักย้อนคิดไปถึงเกมละเล่นสมัยเยาว์วัยเมื่อได้เล่นทอยลูกแก้วลงหลุม ด้วยวารวันที่ผ่านพ้นวัยเด็กมานานนม ประกอบกับโลกสมัยใหม่ทำให้การละเล่นของเด็กเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ยากที่จะมีโอกาสได้พบพานบรรยากาศเก่าๆ กับการละเล่นแบบเก่า แต่ครั้งใดที่ได้เห็นเด็กๆ สนุกสนานกับการเล่นทอยลูกแก้ว ข้าพเจ้ามักจะเดินเข้าไปติดตามดูใกล้ๆ เพราะเสียงตะโกนพูดคุยแบบเด็กๆ ในชุดเสื้อผ้ามอมแมม เปี่ยมเสน่ห์เสมอมา สะท้อนผ่านแววตาเปี่ยมสุข แต่ไม่ใช่ที่โรงเรียนทุ่งโต๊ะดัง !!
นักเรียนน้อยที่โรงเรียนตาดีกาข้างมัสยิด ๓๐๐ ปี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
นักเรียนน้อยที่โรงเรียนตาดีกาข้างมัสยิด ๓๐๐ ปี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ปี ๒๕๔๗ ช่วงทำโครงการวิทยุชุมชน คลื่นความดี ๒๔ ชั่วโมงที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะทำงานของเราได้จัดทำโครงการรวมน้ำใจส่งน้องไปโรงเรียน ข้าพเจ้าและทีมงานตระเวนนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคจากประชาชน ห้างร้านต่างๆ ไปมอบให้แก่โรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากการถูกลอบวางเพลิงกว่า ๑๐ แห่ง ทำให้ได้ไปเห็น สัมผัส รับรู้ สถานการณ์และความรู้สึกแท้จริงของผู้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะคณะครูและนักเรียน ซึ่งส่วนใหญ่สะท้อนความรู้สึกไปในทิศทางเดียวกัน คือ ความหวั่นกลัว วิตกกังวล งุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น กระทั่งเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัย
เด็กน้อยเล่นเกมทอยลูกแก้วที่โรงเรียนทุ่งโต๊ะดัง นราธิวาส
ที่โรงเรียนทุ่งโต๊ะดัง หมู่ ๘ ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ถูกลอบวางเพลิงและได้รับความเสียหายมากที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๗ ต้องใช้งบประมาณซ่อมแซมเกือบ ๔ ล้านบาท ข้าพเจ้าได้เห็นและสัมผัสอารมณ์เด็กๆ ที่กำลังเล่น 'ทอยลูกแก้ว' ลงหลุม แม้นจะดูสนุกสนาน แต่เมื่อสังเกตอย่างตั้งใจ จะเห็นแววเศร้าฉายฉานผ่านดวงตาของเด็กวัยบริสุทธิ์ใสซื่อเหล่านี้ ทั้งขณะทอยลูกแก้วลงหลุมหรือกองเชียร์ส่งเสียงเชียร์กึกก้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเด็กๆ พากันผินหน้ามองกองซากอาคารเรียนเบื้องหน้าที่ถูกไฟไหม้จนราพณาสูร หรือเหลียวไปมองกลุ่มเพื่อนที่นั่งเรียนอยู่ในเต้นท์ผ้าใบซึ่งกางกั้นแดดเพื่อให้เด็กพอได้เล่าเรียน
อาคารเรียนชั่วคราวของนักเรียนทุ่งโต๊ะดัง หลังอาคารเรียนถูกลอบวางเพลิง
เข้าแถวเคารพธงชาติ ใครที่ได้ไปสัมผัสกับเด็กนักเรียน ได้พูดคุยและจ้องมองแววตาของเด็กนักเรียนเหล่านี้ ย่อมยากที่จะทำใจได้ว่า ทำไมมีคนคิดร้ายถึงกับต้องเผาโรงเรียนของเด็กๆ ได้ลงคอ? หลายโรงเรียนที่ถูกลอบวางเพลิงและข้าพเจ้าได้ไปสัมผัสเพียงข้ามวันที่เกิดเหตุ ขณะควันไฟในกองเถ้าถ่านยังกรุ่นควันส่งกลิ่นไหม้ลอยลาง มีลักษณาการเป็นไปของชีวิตครูและนักเรียนเป็นดั่งนี้
'โรงเรียนในฝัน' ของเด็กๆ ราพณาสูร "วาดภาพอะไรกันอยู่ครับ" ข้าพเจ้าถาม ๒ เด็กนักเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขต อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ซึ่งกำลังนั่งยองๆ กุลีกุจอวาดภาพอยู่เชิงเสาธง ท่ามกองซากเศษไม้ไหม้ไฟ กลางลานโล่งแดดส่อง หลังจากถูกลอบวางเพลิงในเดือนมิถุนายน ๒๕๔๗ หรือ ๑ เดือนหลังจากโรงเรียนนับสิบในพื้นที่ถูกลอบวางเพลิงไปก่อนหน้านี้ "วาดภาพโรงเรียนในฝันครับ" เด็กน้อยตอบเบาๆ ในน้ำเสียง ส่งยิ้มเอียงอาย ขณะก้มหน้าตั้งหน้าตั้งตาวาดภาพบนแผ่นกระดาษขาวต่อ ปกติภาพในจินตนาการของเด็กมักจะขีดเขียนด้วยลายเส้นมั่น ใช้สีฉูดฉาด เต็มไปด้วยสีสัน แต่ภาพที่ข้าพเจ้าเห็นเด็กๆ กำลังจรดมือวาดและระบายสี กลับมีโทนไปทางหมอง-หม่น ด้านหน้าเป็นซากอาคารไม้ที่โดนลอบวางเพลิงระบายด้วยสีเทา-ดำ เป็นส่วนใหญ่ แทนซากอาคารไม้ที่ไหม้ไฟ ส่วนพื้นที่ด้านหลังยังว่างโล่ง ข้าพเจ้าจึงยังมิได้เห็นโรงเรียนในฝันตามจินตนาการของเด็กน้อย
อาคารเรียนไม้ 'มัธยมสุไหงปาดี' สมัยข้าพเจ้าได้อาศัยร่ำเรียนช่วงมัธยมต้น ถูกลอบวางเพลิงเช่นกัน
การรอคอยของเด็กนักเรียนน้อยที่บ้านบุดี อ.เมือง จ.ยะลา
โรงเรียนบางนราวิทยา รอดพ้นการถูกวางเพลิง แต่เคยมีข่าวจะถูกลอบวางระเบิด
รอรถไฟ สถานทีรถไฟรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ผ่านมากว่า ๔ ปี เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโรงเรียนหลายแห่ง รวมทั้งครูผู้เสียสละยังคงตกเป็นเหยื่อของผู้คนซึ่งโหดร้ายเป็นยิ่ง 'โรงเรียนบ้านพรุชิง' เป็นหนึ่งในนั้น !! ทุกครั้งที่นึกถึงภาพผู้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดก็ตาม จะเป็นชาย-หญิง เด็ก-ผู้ใหญ่ พุทธ-มุสลิม ภาพเหล่านั้นมันรานใจเสมอ วันหนึ่ง 'เพชรชมพู' บอกความด่วนถึงกิจกรรมของชาวบล็อก โอ.เค.เนชั่น ข้าพเจ้าจึงไม่ได้ฝืนทนทำอะไรบางอย่างที่สวนทางกับสิ่งที่หัวใจเพรียกหาอีกต่อไป สายใยผูกพันระหว่างเพื่อนมนุษย์ยังผนึกแน่น ปรากฏการณ์เล็กๆ กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในสังคมไทย รีบยกโทรศัพท์ไปหาเพื่อน เล่าความที่เกิดขึ้น คราวนี้ไม่ใช่เพื่อนชวน แต่ข้าพเจ้าชวนเพื่อน "จองบัตรให้ด้วย ๓ ใบ ๑ ทีม" เพื่อนส่งเสียงมาทางโทรศัพท์ ลูกกลมๆ เหมือนกัน หัวใจดวงเล็กๆ เท่าๆ กัน แต่ความรู้สึกกลับแปลกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงกับกาลก่อน เนื่องเพราะมนุษย์ทั้งผองต่างอาศัยอยู่บนโลกใบเดียวกัน และเราล้วนมีหัวใจดวงเดียวกัน วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ไปร่วม 'ผูกโบว์ที่หัวใจ ส่งไปให้เด็กพรุชิง' กันเถิดครับ 'หนึ่งหัวใจ' คือ 'หนึ่งสายใย' แห่งความรักและเมตตาต่อกันของเหล่าเรา, เพื่อนมนุษย์ เราจะร่วมส่งใจหนุนสร้าง 'โรงเรียนในฝัน' ของเด็กพรุชิงให้ 'เป็นจริง'
"เข้าแข่งขันโบว์ลิงค์การกุศล Blogger OK Nation ซับน้ำตาน้องน้อยบ้านพรุชิง" ตามรายละเอียดที่ http://www.oknation.net/blog/winsstars/2008/04/16/entry-1 ร่วมลงชื่อและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการร่วมเข้าแข่งขันโบว์ลิงค์การกุศล Blogger OK Nation ซับน้ำตาน้องน้อยบ้านพรุชิง ไว้ใน Comment ที่
|