• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 52
  • จำนวนผู้ชม : 17283
  • จำนวนผู้โหวต : 130
  • ส่ง msg :
เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



วันอาทิตย์ ที่ 20 เมษายน 2551
ผูกโบว์ที่ หัวใจ ส่งไปให้ เด็กพรุชิง
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 246 , 08:29:51 น.   | หมวดหมู่ : หัวใจเดียวกัน  
พิมพ์หน้านี้


'ปาฏิหาริย์เหนือปากน้ำบางนรา' พระบรมฉายาลักษณ์ที่รอดพ้นจากพระเพลิงในโรงเรียนทุ่งโต๊ะดัง นราธิวาส

                 ลูกกลมๆ เหมือนกัน หัวใจดวงเล็กๆ เท่าๆ กัน แต่ความรู้สึกกลับแปลกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เพื่อนรักของข้าพเจ้าคนหนึ่งชมชอบการโยนโบว์ลิ่ง ทุกครั้งที่ลงประลองฝีมือบนลานกว้างแถวห้างใหญ่แห่งทุ่งบางกะปิ เขาชอบชวนข้าพเจ้าไปด้วย สายใยความเป็นเพื่อนทำให้บางครั้งคราผู้คนต้องยอมฝืนทนทำอะไรบางอย่างซึ่งสวนทางกับสิ่งที่หัวใจเพรียกหา

ด้วยวัยสังขารและความชมชอบที่แตกต่าง เขาโยนโบว์ แต่ข้าพเจ้ายกแก้ว (เมื่อไม่มีใครชนแก้ว) และ/หรือ ชนแก้ว (เมื่อมีคนคุยด้วย) นอกเหนือจากนั้นเรา 'ต่างมีโลกของตัวเอง'

เสียงเพลงดัง ดนตรีเร้าใจ บรรยากาศสวยสดงดงาม สีสันแพรวพราว พร้อมสรรพในทุกสิ่งที่สนองตอบต่อความต้องการของมนุษย์ ดนตรี อาหาร บรรยากาศ ฯลฯ ใครๆ ต่างทุ่มใจไปกับการเล่น บางคราข้าพเจ้าก็อดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อมีใครคนหนึ่งตะโกนเสียงดังด้วยความดีใจ เพื่อนๆ ปรบมือแสดงความยินดี เมื่อลูกโบว์ลิ่งกระแทกพินล้ม, ครั้งแล้วครั้งเล่า

คราใดที่ลูกโบว์ลิ่งกระแทกพื้นเสียงดังก้อง ก่อนจะกลิ้งต่อไปตามพื้น เป็นหลายครั้งที่ข้าพเจ้ามักย้อนคิดไปถึงเกมละเล่นสมัยเยาว์วัยเมื่อได้เล่นทอยลูกแก้วลงหลุม

ด้วยวารวันที่ผ่านพ้นวัยเด็กมานานนม ประกอบกับโลกสมัยใหม่ทำให้การละเล่นของเด็กเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ยากที่จะมีโอกาสได้พบพานบรรยากาศเก่าๆ กับการละเล่นแบบเก่า แต่ครั้งใดที่ได้เห็นเด็กๆ สนุกสนานกับการเล่นทอยลูกแก้ว ข้าพเจ้ามักจะเดินเข้าไปติดตามดูใกล้ๆ เพราะเสียงตะโกนพูดคุยแบบเด็กๆ ในชุดเสื้อผ้ามอมแมม เปี่ยมเสน่ห์เสมอมา สะท้อนผ่านแววตาเปี่ยมสุข

แต่ไม่ใช่ที่โรงเรียนทุ่งโต๊ะดัง !!

นักเรียนน้อยที่โรงเรียนตาดีกาข้างมัสยิด ๓๐๐ ปี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

นักเรียนน้อยที่โรงเรียนตาดีกาข้างมัสยิด ๓๐๐ ปี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

ปี ๒๕๔๗ ช่วงทำโครงการวิทยุชุมชน คลื่นความดี ๒๔ ชั่วโมงที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะทำงานของเราได้จัดทำโครงการรวมน้ำใจส่งน้องไปโรงเรียน ข้าพเจ้าและทีมงานตระเวนนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคจากประชาชน ห้างร้านต่างๆ ไปมอบให้แก่โรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากการถูกลอบวางเพลิงกว่า ๑๐ แห่ง ทำให้ได้ไปเห็น สัมผัส รับรู้ สถานการณ์และความรู้สึกแท้จริงของผู้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะคณะครูและนักเรียน ซึ่งส่วนใหญ่สะท้อนความรู้สึกไปในทิศทางเดียวกัน คือ ความหวั่นกลัว วิตกกังวล งุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น กระทั่งเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัย

เด็กน้อยเล่นเกมทอยลูกแก้วที่โรงเรียนทุ่งโต๊ะดัง นราธิวาส

 

ที่โรงเรียนทุ่งโต๊ะดัง หมู่ ๘ ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ถูกลอบวางเพลิงและได้รับความเสียหายมากที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๗ ต้องใช้งบประมาณซ่อมแซมเกือบ ๔ ล้านบาท ข้าพเจ้าได้เห็นและสัมผัสอารมณ์เด็กๆ ที่กำลังเล่น 'ทอยลูกแก้ว' ลงหลุม แม้นจะดูสนุกสนาน แต่เมื่อสังเกตอย่างตั้งใจ จะเห็นแววเศร้าฉายฉานผ่านดวงตาของเด็กวัยบริสุทธิ์ใสซื่อเหล่านี้

ทั้งขณะทอยลูกแก้วลงหลุมหรือกองเชียร์ส่งเสียงเชียร์กึกก้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเด็กๆ พากันผินหน้ามองกองซากอาคารเรียนเบื้องหน้าที่ถูกไฟไหม้จนราพณาสูร หรือเหลียวไปมองกลุ่มเพื่อนที่นั่งเรียนอยู่ในเต้นท์ผ้าใบซึ่งกางกั้นแดดเพื่อให้เด็กพอได้เล่าเรียน

อาคารเรียนชั่วคราวของนักเรียนทุ่งโต๊ะดัง หลังอาคารเรียนถูกลอบวางเพลิง

เข้าแถวเคารพธงชาติ

ใครที่ได้ไปสัมผัสกับเด็กนักเรียน ได้พูดคุยและจ้องมองแววตาของเด็กนักเรียนเหล่านี้ ย่อมยากที่จะทำใจได้ว่า ทำไมมีคนคิดร้ายถึงกับต้องเผาโรงเรียนของเด็กๆ ได้ลงคอ?

หลายโรงเรียนที่ถูกลอบวางเพลิงและข้าพเจ้าได้ไปสัมผัสเพียงข้ามวันที่เกิดเหตุ ขณะควันไฟในกองเถ้าถ่านยังกรุ่นควันส่งกลิ่นไหม้ลอยลาง มีลักษณาการเป็นไปของชีวิตครูและนักเรียนเป็นดั่งนี้

'โรงเรียนในฝัน' ของเด็กๆ ราพณาสูร

"วาดภาพอะไรกันอยู่ครับ" ข้าพเจ้าถาม ๒ เด็กนักเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขต อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ซึ่งกำลังนั่งยองๆ กุลีกุจอวาดภาพอยู่เชิงเสาธง ท่ามกองซากเศษไม้ไหม้ไฟ กลางลานโล่งแดดส่อง หลังจากถูกลอบวางเพลิงในเดือนมิถุนายน ๒๕๔๗ หรือ ๑ เดือนหลังจากโรงเรียนนับสิบในพื้นที่ถูกลอบวางเพลิงไปก่อนหน้านี้

"วาดภาพโรงเรียนในฝันครับ" เด็กน้อยตอบเบาๆ ในน้ำเสียง ส่งยิ้มเอียงอาย ขณะก้มหน้าตั้งหน้าตั้งตาวาดภาพบนแผ่นกระดาษขาวต่อ

ปกติภาพในจินตนาการของเด็กมักจะขีดเขียนด้วยลายเส้นมั่น ใช้สีฉูดฉาด เต็มไปด้วยสีสัน

แต่ภาพที่ข้าพเจ้าเห็นเด็กๆ กำลังจรดมือวาดและระบายสี กลับมีโทนไปทางหมอง-หม่น ด้านหน้าเป็นซากอาคารไม้ที่โดนลอบวางเพลิงระบายด้วยสีเทา-ดำ เป็นส่วนใหญ่ แทนซากอาคารไม้ที่ไหม้ไฟ ส่วนพื้นที่ด้านหลังยังว่างโล่ง ข้าพเจ้าจึงยังมิได้เห็นโรงเรียนในฝันตามจินตนาการของเด็กน้อย

อาคารเรียนไม้ 'มัธยมสุไหงปาดี' สมัยข้าพเจ้าได้อาศัยร่ำเรียนช่วงมัธยมต้น ถูกลอบวางเพลิงเช่นกัน

การรอคอยของเด็กนักเรียนน้อยที่บ้านบุดี อ.เมือง จ.ยะลา

โรงเรียนบางนราวิทยา รอดพ้นการถูกวางเพลิง แต่เคยมีข่าวจะถูกลอบวางระเบิด

รอรถไฟ สถานทีรถไฟรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

ผ่านมากว่า ๔ ปี เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโรงเรียนหลายแห่ง รวมทั้งครูผู้เสียสละยังคงตกเป็นเหยื่อของผู้คนซึ่งโหดร้ายเป็นยิ่ง

'โรงเรียนบ้านพรุชิง' เป็นหนึ่งในนั้น !!

ทุกครั้งที่นึกถึงภาพผู้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดก็ตาม จะเป็นชาย-หญิง เด็ก-ผู้ใหญ่ พุทธ-มุสลิม ภาพเหล่านั้นมันรานใจเสมอ

วันหนึ่ง 'เพชรชมพู' บอกความด่วนถึงกิจกรรมของชาวบล็อก โอ.เค.เนชั่น ข้าพเจ้าจึงไม่ได้ฝืนทนทำอะไรบางอย่างที่สวนทางกับสิ่งที่หัวใจเพรียกหาอีกต่อไป สายใยผูกพันระหว่างเพื่อนมนุษย์ยังผนึกแน่น ปรากฏการณ์เล็กๆ กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในสังคมไทย

รีบยกโทรศัพท์ไปหาเพื่อน เล่าความที่เกิดขึ้น คราวนี้ไม่ใช่เพื่อนชวน แต่ข้าพเจ้าชวนเพื่อน

"จองบัตรให้ด้วย ๓ ใบ ๑ ทีม" เพื่อนส่งเสียงมาทางโทรศัพท์

ลูกกลมๆ เหมือนกัน หัวใจดวงเล็กๆ เท่าๆ กัน แต่ความรู้สึกกลับแปลกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงกับกาลก่อน

                เนื่องเพราะมนุษย์ทั้งผองต่างอาศัยอยู่บนโลกใบเดียวกัน และเราล้วนมีหัวใจดวงเดียวกัน

                วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ไปร่วม 'ผูกโบว์ที่หัวใจ ส่งไปให้เด็กพรุชิง' กันเถิดครับ

                'หนึ่งหัวใจ' คือ 'หนึ่งสายใย' แห่งความรักและเมตตาต่อกันของเหล่าเรา, เพื่อนมนุษย์

                เราจะร่วมส่งใจหนุนสร้าง 'โรงเรียนในฝัน' ของเด็กพรุชิงให้ 'เป็นจริง'

               

"เข้าแข่งขันโบว์ลิงค์การกุศล Blogger OK Nation ซับน้ำตาน้องน้อยบ้านพรุชิง"

ตามรายละเอียดที่

http://www.oknation.net/blog/winsstars/2008/04/16/entry-1

ร่วมลงชื่อและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการร่วมเข้าแข่งขันโบว์ลิงค์การกุศล

Blogger OK Nation ซับน้ำตาน้องน้อยบ้านพรุชิง ไว้ใน Comment ที่

http://www.oknation.net/blog/winsstars/2008/04/16/entry-1


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16
Francesca วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 09.00 น.
http://www.oknation.net/blog/Francesca
'Love'  won't wait for you forever... so don't be afraid to get hurt....

อ้าว... แล้วจะเล่นกับเราปะ...
ยังขาดอีกหนึ่งคนนะ...

เล่นกีฬาก่อน.. แล้วเดี๋ยวจะชนแก้วเป็นเพื่อน...

ความคิดเห็นที่ 15
พันธกานท์ วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 08.25 น.
http://www.oknation.net/blog/panthakant


ขอบคุณค่ะ
จาก
น้องๆโรงเรียนบ้านพรุชิง,เทพา-สงขลา
ความคิดเห็นที่ 14
ญาใจ วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 17.05 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@


ความคิดเห็นที่ 13
กู่ วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 17.00 น.
http://www.oknation.net/blog/shadowy
 เตือนใจ ให้เตือนตน เกิดเป็นคน ไม่ง่ายดาย

คุณคะ

มาหาแบบด่วนจี๋ ยังไม่ได้อ่าน แบตฯสำรองในคอมกำลังจะหมด
ขอบพระคุณสำหรับหนังสือค่ะ
มาถึงไร่เมื่อวาน พี่สาวโทรมาบอกว่าหนังสือของคุณไปถึงที่บ้าน เสียดายจังคลาดกันนิดเดียว

แต่เดือนพค.ก็ต้องลงใต้อีก จะกลับไปเอาหนังสือด้วย
ขอบพระคุณจริงๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 10.11 น.
http://www.oknation.net/blog/augustrain