• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 20286
  • จำนวนผู้โหวต : 154
  • ส่ง msg :
เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม 2551
เมียนมาร์ นาร์กิส และพระองค์ท่านผู้การุณย์
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 368 , 11:41:24 น.  
พิมพ์หน้านี้


ข้าแด่พระองค์ท่านผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระมหาการุณยภาพ...

ก่อนแสงส่องแห่งอรุโณทัยจะฉายฉาน โปรดได้สดับตรับฟังเรื่องราวจากข้าฯ ผู้น้อยด้วยเถิด

มิใช่เพียงเพราะในห้วงคำนึงได้ตรึงข้าฯ กับเพลาค่ำคืนอันเปล่าเปลี่ยวในเมืองย่างกุ้ง ณ คราหนึ่ง

เจ็บปวดของผู้คนแม้นจะแสดงผ่านดวงหน้า แต่มิอาจปิดกั้นดวงใจที่งดงามและรอยยิ้มแสนหวาน

ห้วงสมุทรความอาทรเรียกร้องให้ผองเราก้าวลงเรือล่องปะทะคลื่นในสังสารวัฏเช่นธุลีปลิวว่อนในสายลม

ขณะราตรีคลี่กาย แต่โชนแสงจากยอดเจดีย์ทองเมืองตะเกิงยังคงดูโดดเด่นเช่นเวหาพราวมวลหมู่ดาริกา

ศรัทธาเปล่งประกายด้วยสีสันพรรณราย ร้อยรัดหัวใจปวงข้าฯ เข้าด้วยกันก่อนติดปีกถลาบินสู่โพ้นฟ้า

ข้าฯ รู้สึกว่าชีวิตช่างมีความปราโมทย์เหลือเกินภายใต้หัตถ์แห่งความเมตตาของพระองค์

ข้าแด่พระองค์ท่านผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระมหาการุณยภาพ...

ดวงใจจะปราศจากความเศร้าโศกได้เช่นใดเล่า  เมื่อความทุกข์ทรมานปวดร้าวโถมทับเหล่าผู้คนรายเรียง

ความเจ็บปวดสัญจรดังเกลียวคลื่น ฝันตื่นขื่นขมขมวดปมร้าวเหลือ เรือรักอัปปางกลางชเลท่ามลมสงบ แต่ก่นดังด้วยระงมเสียงสะอื้นไห้ที่ลอยล่องมาจากทั่วทิศา

ชีวิตที่ดีงามดั่งไม่เคยปรากฏ ก้าวเดินแต่ละก้าวจึงรวดร้าวเช่นเหยียบย่ำไปบนแผ่นผาขรุขระแลสูงชัน

ความทรงจำนับจากลืมตา ดวงวิญญาณถูกโบยตีไม่สิ้นสุด กระหน่ำด้วยอึงอลของพายุร้ายเฝ้าหลอกหลอน

ผู้ถูกลงทัณฑ์ย่อมมิอาจหยั่งรู้ถึงอนาคตกาลในพื้นพิภพ เช่นได้วางชีวิตพลีไว้บนแท่นสังเวย

ข้าแด่พระองค์ท่านผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระมหาการุณยภาพ...

ขอได้ให้เราผองต่างได้อิสรภาพก่อนวันแห่งการโบยบินไปสู่ดวงเนตรของพระองค์

ในความศักดิ์สิทธิ์ โปรดมอบลมหายใจของความทระนง เสมือนบรรณการความฝันอันไม่สิ้นสุด

หลายขวบปีของการต่อสู้ อย่าให้ความรักเพียงถูกห่มคลุมด้วยผ้าผืนขาวเพื่อพิสูจน์รักร้าวยามพรากจาก

แน่นอนว่าความใฝ่ฝัน ความปรารถนาดี มิอาจเหนี่ยวรั้งชีวิตผู้คน

แต่อย่างน้อยข้าฯ อยากจะขอความเมตตาจากพระองค์ผ่านถ้อยคำรำพึงสุดท้าย

ด้วยทุกคนมุ่งมาดปรารถนาปลดพันธนาการสู่อิสรภาพแห่งอนันตภาวะ มิใช่ดำดิ่งสู่ก้นสมุทรอันมืดมิด

ข้าแด่พระองค์ท่านผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระมหาการุณยภาพ...

ได้โปรดประทานเส้นทางเพื่อให้ดวงวิญญาณผู้จากไปได้เคลื่อนสู่มรรคาการผ่อนพักในสวนสวรรค์

มีเพลงกล่อมละมุนละไมผ่านสายลมโบยโบกมิรู้สิ้นสุดในกาละ

สำหรับผู้คนที่ยังร้าวรานกับฝันร้ายอึงคะนึง โปรดได้โอบอุ้มให้ชีวิตได้หยัดยืนในวิถีแห่งศรัทธาอีกครา

แต่งแต้มรอยขาดวิ่นด้วยอ่อนนุ่มของรอยยิ้ม และปะชุนความฝันผ่านดวงเนตรชุ่มน้ำค้างยามอรุโณทัย

เหล่าผู้โหดร้ายเล่า, บางทีด้วยดวงตาที่มืดบอดทำให้เขาต้องหลงทางไปในมิติทิศของความมืดมนอนธกาล

โปรดประทานหัตถ์อ่อนโยนปลอบประโลมอย่าให้ต้องตื่นกลัวกายสั่นสะท้านดั่งลูกนกต้องพายุฝน

ข้าฯ วิงวอนให้พระองค์ได้ประทานให้เหล่าเขาเข้าใจในความรัก จารึกความอ่อนโยนในก้นบึ้งจิตสำนึก

ด้วยดวงใจปีติที่จะเพ่งพินิจเหล่ามวลมนุษย์ร่วมโลกด้วยศรัทธาอาทร

 

ข้าแด่พระองค์ท่านผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระมหาการุณยภาพ...

ได้โปรดเถิด...ข้าฯ ขอเมตตาจากพระองค์ท่านผู้การุณย์ ก่อนรัตติกาลจะมาเยือนสู่มนุษยชาติอีกครา...

หมายเหตุ : ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยแรมคืนในพม่าหลายค่ำคืน เก็บเกี่ยวความรู้สึกรันทดในความเป็นอยู่ของเพื่อนมนุษย์ และความอบอุ่นแห่งมิตรภาพต่อกัน ทั้งในย่างกุ้ง หงสาวดี และบรรยากาศรายทาง ชุมชนริมเล ตลาดชุมชน ฯลฯ กระทั่งวันเกิดโศกนาฎกรรม 'นาร์กีส' ข้าพเจ้าอึ้งไปหลายเพลา ค่ำคืนหนึ่งจึงค่อยๆ หยิบภาพเก่าๆ มาไล่เลียงความหลัง และร้อยเรียงโศลกแห่งความโศกเศร้าเสร็จเพียงข้ามคืน เพื่อส่งใจ 'ไว้อาลัย' ต่อโศกนาฎกรรมของมวลหมู่มนุษยชาติร่วมกัน.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 32
ปราณชลี วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 09.09 น.
http://www.oknation.net/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ขอบคุณเป็นอย่างสูงทุกความคิดเห็นนะครับ
- คุณเดญาพอ ข้าพเจ้าขออนุญาตนำ 'ความ' ของท่านไปเชื่อมงานเขียน "บทเพลงสุดท้าย, จักคำรามก้องเหนือฟ้า 'ลุ่มอิระวดี' " อันเป็นประหนึ่งภาคต่อของ "เมียนมาร์ นาร์กิส และพระองค์ท่านผู้การุณย์ " อนุญาตหรือไม่-ไม่รู้ แต่ขอ 'ขอบคุณ' ล่วงหน้าครับ (แหะ แหะ)
- คุณครูเจี๊ยบครับ ขอบคุณมากครับ
- คุณซันตะวันยิ้มครับ ข้าพเจ้าเคยพำนักอยู่หุบ 'อุ้มผาง' ประมาณ ๔ เดือนขณะบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์สายพระป่า มีโอกาสได้เดินจารึกท่องอุ้มผางอย่างสุขใจ จำได้ว่าวันเดินทางไปครั้งแรกผ่าน 'ถนนลอยฟ้า' รถไถลถนนดินลูกรังที่ชุ่มด้วยโคลนเฉอะแฉะด้วยฝน เห็นหุบเหวไกลลิบ ข้าพเจ้าทำอะไรไม่ได้ นอกจาก 'ทำใจ-ปลง' (ฮา) เวลานั้นชาวบ้านไม่ได้ใช้เส้นทางที่ผ่านพม่าแล้วจึงไม่ได้สัมผัส แต่ข้าพเจ้าจำเป็นต้องใช้ 'ทางลัด' ผ่านเขตแดนพม่าเมื่อเวลาล่วงมาหลายปี ช่วงเดินทางไปโรงเรียนบ้านหินตั้ง หมู่ ๖ บ้านจะแก ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเขียนสารคดีชีวิตครูแท้อีกคนหนึ่งนาม 'ครูสมเจตน์ พงษ์วิสุวรรณ์' ข้าพเจ้าเขียนเล่าไว้สั้นๆ ในตอน "อุปสรรคฤาจะขวางกั้น?" ส่วนฉบับเต็มตีพิมพ์ไว้ในนิตยสาร 'ฅ คน' ยุคแรกๆ ครับ.
- ป๋ารูน ครับ เร็วๆ นี้ได้ 'ลงใต้' แน่ด้วยมีภารกิจ 'เร่งด่วน' คงได้ไป 'คารวะ' ท่านพร้อม 'รบกวน' บางเรื่องบางราวครับ.
ความคิดเห็นที่ 31
เณรรูน วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 15.11 น.
http://www.oknation.net/blog/singslatan

เมื่อไหร่จะลงมาสำรวจธรรมชาติชายฝั่งแปซิคบ้าง ท่าน..
ความคิดเห็นที่ 30
INDYLOVE วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 10.24 น.
http://www.oknation.net/blog/loveindy

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมที่blog ค่ะ ยินดีอย่างยิ่งถ้าจะแวะไปเยี่ยมบ่อยๆ ยินดีต้อนรับเพื่อนบ้านคนนี้เสมอค่ะ ขอบคุณที่ชื่นชอบผลงาน จะคอยติดตามผลงานของคุณปราณชลีเช่นกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 29
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 10.03 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

สวัสดีครับ
อ่านพบว่าท่านปราณชลี เคยอยู่ที่อุ้มผางมาหลายวันคืน ในอดีตต้องเดินผ่านเขตพม่าก่อนจะไปอุ้มผางได้เคยได้ทันสัมผัสหรือเปล่าครับ
ผมติดตามเรื่องราวของทีลอซูและอุ้มผาง ผ่านผลงานของครูซัน สมพงษ์ หมื่นจิตต์ ซึ่งจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ครอบครัวยังคงสานต่อปณิธานของครูซัน ตามกำลังแห่งชนกลุ่มน้อย
จึงแวะมาบอกกล่าว หากรบกวนต้องขออภัยอย่างสูง
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim/2008/05/14/entry-1
ความคิดเห็นที่ 28
chedtha วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 03.39 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

ขอร่วมอธิษฐานด้วยคนครับ

จากใจจริง
ความคิดเห็นที่ 27
ชายเมา..ใต้เงาจันทร์ วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 19.10 น.
http://www.oknation.net/blog/alcohol

ขอความสงบสุขจงมีแด่พม่าโดยเร็ว
ขออิสระภาพจงปรากฎแด่ผู้ที่กำลังเพรียกหา

ขอไว้อาลัยแด่ผู้ที่จากไป
ชายเมา...ใต้เงาจันทร์
ความคิดเห็นที่ 26
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 16.44 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai

ร่วมอาลัยด้วยคน...
เขียนได้อารมณ์มากค่ะ..
ความคิดเห็นที่ 25
INDYLOVE วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 09.51 น.
http://www.oknation.net/blog/loveindy

ขอร่วมไว้อาลัยแด่ชีวิตที่สูญสิ้นไปค่ะ
ความคิดเห็นที่ 24
เดญาพอ วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 03.07 น.
http://www.oknation.net/blog/dayapor
ชี วิ ต ที่ เ ป ลื อ ย เ ป ล่ า

เพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดค่ะ เลยแวะเวียนมาทักทาย ได้เห็นภาพงามๆ และคำดีๆ ที่ถ่ายทอดความหวัง ในยามที่โลกเต็มไปด้วยโศกนาฏกรรมและภัยพิบัติ ไม่ว่าจะด้วยน้ำมือมนุษย์หรือธรรมชาติ

เช้านี้จะไปยื่นวีซ่าเข้าพม่าค่ะ ถ้าได้วีซ่าเข้าไป คงจะมีเรื่องราวมาเล่าให้ฟังค่ะ ช่วยเป็นกำลังใจให้ได้เข้าไปพม่าด้วยนะค่ะ

ข่าวล่าสุดจากเพื่อนๆ ในพื้นที่ เล่าให้ฟังว่า สถานการณ์แย่เอามากๆ ทหารพม่ายังเข้มงวดไม่ให้ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักข่าวและองค์กรการกุศล เข้าไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และทหารพม่ายังเข้าไปค้นในห้องพักตามโรงแรมต่างๆ ที่มีชาวต่างชาติอยู่ค่ะ

ตอนนี้ยังไม่มีใครออกมาหให้ความกระจ่าง หรือแยกแยะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบว่า เป็นพื้นที่ที่มีชาติพันธ์ (กะหรี่ยง, มอญ พม่าแท้...)อะไรที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากนาร์กีส แต่ได้ข่าวจากเพื่อนกะเหรี่ยงหนึ่งคนในเมืองไทย ว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบที่หนักนั้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวกะเหรี่ยง นี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทหารพม่าไม่ได้ใส่ใจกับความเดือดร้อน แต่ยังคงเดินหน้าลงประชามติต่อไป

มีเรื่องราวรายละเอียดอีกหลายอย่างเกี่ยวกับโศกนาฎ
กรรมนาร์กีส ที่คนภายนอกอย่างเราๆ น่าจะได้ยิน เพื่อจะได้เข้าใจว่าทำไม ทหารพม่าจึงไม่ยอมปล่อยให้เจ้าหน้าที่การกุศลจากต่างประเทศเข้าไปช่วย

อยากเขียน แต่ต้องเดินทางอีกแล้ว จะพยายามหาเวลาค่ะ
ความคิดเห็นที่ 23
มาลีรัตน์ วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 22.00 น.
http://www.oknation.net/blog/maleerat

ร่วมไว้อาลัยด้วยคน
ความคิดเห็นที่ 22
ปราณชลี วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 16.34 น.
http://www.oknation.net/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ขอบพระคุณทุกท่านนะครับ สำหรับการ 'เยี่ยมชม' และให้ 'กำลังใจ'
โศกนาฎกรรมที่พม่าสะท้อนเรื่องราวมากมาย ที่สำคัญมันได้ 'เปิดเปลือย' ตัวตนของมนุษย์ในยามประสบเคราะห์กรรมอย่างถึงแก่นลึกของ 'จิตสำนึก'
ข้าพเจ้าเฝ้าติดตามเหตุการณ์อย่างเศร้าใจ พลันได้คิดว่าท้ายที่สุดทุกการกระทำล้วนเป็นผลมาจาก 'มนุษย์' ด้วยกันเอง และเป็น 'ลิขิตฟ้า' ที่เริ่มส่งสัญญาณเตือนมนุษย์
ปราฏการณ์ล่าสุดคือแผ่นดินไหวที่เมืองจีนที่คร่าชีวิตผู้คนไปอีกนับหมื่น และเหตุการณ์ในอีกหลายๆ พื้นที่ ที่ล้วนสะท้อนอะไรบางอย่างให้ชวนคิด
ฤาโลกกำลังก้าว 'ถอยหลัง' สู่วันดับ - ในเร็ววัน.
ความคิดเห็นที่ 21
เสดพีร์ วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 13.49 น.
http://www.oknation.net/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ในใจ *+*

ห่างคอมฯ ไปเกือบอาทิตย์ กลับมาก็มาเจอคล้ายๆ กับกำลังอ่านคำรำพึงของท่านรพินทรนาถอยู่
ความคิดเห็นที่ 20
ฅนผ่านทาง วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 22.18 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
มุ ม ม อ ง เ ป ลี่ ย น :: ชี วิ ต ก็ เ ป ลี่ ย น ต า ม

บางทีบางขณะต้องรอจนถึงห้วงสุดท้ายแห่งเรื่องราว
จึงจะสามารถเรียงรายความเจ็บช้ำออกมาได้อย่างปราศจากการกลั้น

ผมเชื่อมั่นเสมอว่าพม่าเป็นชนเผ่าพี่น้องที่มีความอดทนเป็นอย่างสูง จากเหตุการณ์หลากหลายที่ผ่านมาภายในประเทศ จนถึงภายในจิตใจ แม้กระทั่งความทุกข์ทรมานที่กำลังเกิดขึ้นในวันนี้

ขอพลังจงอยู่กับผองเพื่อนมนุษย์ที่กำลังตกระกำในพม่า
ความคิดเห็นที่ 19
ลุงเอก วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 21.35 น.
http://www.oknation.net/blog/WidelyLife
ท่องเที่ยวไป...ด้วยใจอนุรักษ์และรู้คุณค่า

ขอร่วมไว้อาลัยกับการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ครับ

สัจธรรมของชีวิต มีเกิด ตั้งอยู่ และดับสลาย
ตามวัฏจักร แห่งวงเวียนกรรม
ขอทุกดวงวิญญาณสู่สุขคติ ครับ

และขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ยังอยู่ครับ