| แสงเงา ๒ | ||
เงาในภาพ |
||
|
View All |
||
| เหมือนสายลม | ||
บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
ข้าแด่พระองค์ท่านผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระมหาการุณยภาพ... ก่อนแสงส่องแห่งอรุโณทัยจะฉายฉาน โปรดได้สดับตรับฟังเรื่องราวจากข้าฯ ผู้น้อยด้วยเถิด มิใช่เพียงเพราะในห้วงคำนึงได้ตรึงข้าฯ กับเพลาค่ำคืนอันเปล่าเปลี่ยวในเมืองย่างกุ้ง ณ คราหนึ่ง เจ็บปวดของผู้คนแม้นจะแสดงผ่านดวงหน้า แต่มิอาจปิดกั้นดวงใจที่งดงามและรอยยิ้มแสนหวาน ห้วงสมุทรความอาทรเรียกร้องให้ผองเราก้าวลงเรือล่องปะทะคลื่นในสังสารวัฏเช่นธุลีปลิวว่อนในสายลม ขณะราตรีคลี่กาย แต่โชนแสงจากยอดเจดีย์ทองเมืองตะเกิงยังคงดูโดดเด่นเช่นเวหาพราวมวลหมู่ดาริกา ศรัทธาเปล่งประกายด้วยสีสันพรรณราย ร้อยรัดหัวใจปวงข้าฯ เข้าด้วยกันก่อนติดปีกถลาบินสู่โพ้นฟ้า ข้าฯ รู้สึกว่าชีวิตช่างมีความปราโมทย์เหลือเกินภายใต้หัตถ์แห่งความเมตตาของพระองค์
ข้าแด่พระองค์ท่านผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระมหาการุณยภาพ... ดวงใจจะปราศจากความเศร้าโศกได้เช่นใดเล่า เมื่อความทุกข์ทรมานปวดร้าวโถมทับเหล่าผู้คนรายเรียง ความเจ็บปวดสัญจรดังเกลียวคลื่น ฝันตื่นขื่นขมขมวดปมร้าวเหลือ เรือรักอัปปางกลางชเลท่ามลมสงบ แต่ก่นดังด้วยระงมเสียงสะอื้นไห้ที่ลอยล่องมาจากทั่วทิศา ชีวิตที่ดีงามดั่งไม่เคยปรากฏ ก้าวเดินแต่ละก้าวจึงรวดร้าวเช่นเหยียบย่ำไปบนแผ่นผาขรุขระแลสูงชัน ความทรงจำนับจากลืมตา ดวงวิญญาณถูกโบยตีไม่สิ้นสุด กระหน่ำด้วยอึงอลของพายุร้ายเฝ้าหลอกหลอน ผู้ถูกลงทัณฑ์ย่อมมิอาจหยั่งรู้ถึงอนาคตกาลในพื้นพิภพ เช่นได้วางชีวิตพลีไว้บนแท่นสังเวย
ข้าแด่พระองค์ท่านผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระมหาการุณยภาพ... ขอได้ให้เราผองต่างได้อิสรภาพก่อนวันแห่งการโบยบินไปสู่ดวงเนตรของพระองค์ ในความศักดิ์สิทธิ์ โปรดมอบลมหายใจของความทระนง เสมือนบรรณการความฝันอันไม่สิ้นสุด หลายขวบปีของการต่อสู้ อย่าให้ความรักเพียงถูกห่มคลุมด้วยผ้าผืนขาวเพื่อพิสูจน์รักร้าวยามพรากจาก แน่นอนว่าความใฝ่ฝัน ความปรารถนาดี มิอาจเหนี่ยวรั้งชีวิตผู้คน แต่อย่างน้อยข้าฯ อยากจะขอความเมตตาจากพระองค์ผ่านถ้อยคำรำพึงสุดท้าย ด้วยทุกคนมุ่งมาดปรารถนาปลดพันธนาการสู่อิสรภาพแห่งอนันตภาวะ มิใช่ดำดิ่งสู่ก้นสมุทรอันมืดมิด
ข้าแด่พระองค์ท่านผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระมหาการุณยภาพ... ได้โปรดประทานเส้นทางเพื่อให้ดวงวิญญาณผู้จากไปได้เคลื่อนสู่มรรคาการผ่อนพักในสวนสวรรค์ มีเพลงกล่อมละมุนละไมผ่านสายลมโบยโบกมิรู้สิ้นสุดในกาละ สำหรับผู้คนที่ยังร้าวรานกับฝันร้ายอึงคะนึง โปรดได้โอบอุ้มให้ชีวิตได้หยัดยืนในวิถีแห่งศรัทธาอีกครา แต่งแต้มรอยขาดวิ่นด้วยอ่อนนุ่มของรอยยิ้ม และปะชุนความฝันผ่านดวงเนตรชุ่มน้ำค้างยามอรุโณทัย เหล่าผู้โหดร้ายเล่า, บางทีด้วยดวงตาที่มืดบอดทำให้เขาต้องหลงทางไปในมิติทิศของความมืดมนอนธกาล โปรดประทานหัตถ์อ่อนโยนปลอบประโลมอย่าให้ต้องตื่นกลัวกายสั่นสะท้านดั่งลูกนกต้องพายุฝน ข้าฯ วิงวอนให้พระองค์ได้ประทานให้เหล่าเขาเข้าใจในความรัก จารึกความอ่อนโยนในก้นบึ้งจิตสำนึก ด้วยดวงใจปีติที่จะเพ่งพินิจเหล่ามวลมนุษย์ร่วมโลกด้วยศรัทธาอาทร
ข้าแด่พระองค์ท่านผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระมหาการุณยภาพ... ได้โปรดเถิด...ข้าฯ ขอเมตตาจากพระองค์ท่านผู้การุณย์ ก่อนรัตติกาลจะมาเยือนสู่มนุษยชาติอีกครา... หมายเหตุ : ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยแรมคืนในพม่าหลายค่ำคืน เก็บเกี่ยวความรู้สึกรันทดในความเป็นอยู่ของเพื่อนมนุษย์ และความอบอุ่นแห่งมิตรภาพต่อกัน ทั้งในย่างกุ้ง หงสาวดี และบรรยากาศรายทาง ชุมชนริมเล ตลาดชุมชน ฯลฯ กระทั่งวันเกิดโศกนาฎกรรม 'นาร์กีส' ข้าพเจ้าอึ้งไปหลายเพลา ค่ำคืนหนึ่งจึงค่อยๆ หยิบภาพเก่าๆ มาไล่เลียงความหลัง และร้อยเรียงโศลกแห่งความโศกเศร้าเสร็จเพียงข้ามคืน เพื่อส่งใจ 'ไว้อาลัย' ต่อโศกนาฎกรรมของมวลหมู่มนุษยชาติร่วมกัน. |