| แสงเงา ๒ | ||
เงาในภาพ |
||
|
View All |
||
| เหมือนสายลม | ||
บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
'อิโปห์' หุบขุมดีบุกที่สร้างความหวังให้นักแสวงโชคทั่วสารทิศ ดีบุก กลายเป็นสินแร่ที่มนุษย์โหยหาไว้ครอบครองในยุคอดีตอันไกลโพ้น ที่ใดมีดีบุก, แน่นอนผู้คนพลันกลายเป็นนักแสวงโชคในนามนักขุดแร่ ที่ร่อนตะแกรงชีวิตเพื่อกรองเอาโชคชะตาสีเงินกำนัลตัวเองและครอบครัว นั่นคือเหตุผลของคลื่นคนนักบุกเบิกถั่งโถมทำให้สถานที่นั้นแปรเปลี่ยนเป็นเมืองใหญ่ไปโดยปริยาย อีโปห์ ซึ่งข้าพเจ้ามีโอกาสไปเยือนเพียงข้ามคืนเคลื่อนไปตามครรลองนี้ เพราะเป็นเมืองสำคัญของรัฐเปรัคนับตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๓๗ (พ.ศ.๒๔๘๐) หลังถูกกำหนดให้เป็นเมืองหลวงแทนไตปิง อดีตเมืองหลวงริมแม่น้ำเปรัคที่มีชื่อทรงความหมายยิ่งว่า สันติภาพนิรันดร์ หลังเหตุนองเลือดระหว่างกลุ่มทำเหมืองชาวจีนยุติลง พร้อมกับการเซ็นสัญญาปังโกร์ ใช้เวลาไม่นานจากการเป็นท่าเทียบเรือเล็กๆ ในอดีต อิโปห์กลายมาเป็นเมืองที่มีผังเมืองดีที่สุดของมาเลเซียในวันนี้
เส้นทางเติบใหญ่ของ เประ หรือ เปรัค ซึ่งหมายถึงเหรียญเงินอันเป็นผลพวงจากดีบุก เดินเป็นไปตามวิถีของนักผจญภัยแห่งจีนโพ้นทะเลที่พากันเดินทางสู่แหล่งดีบุก กระทั่งทำให้ที่ดินมรดกแทบร้างไร้ประโยชน์ของ ดาโต๊ะ ปังลีมา กินตา ในฐานะผู้ปกครองดินแดนมลายูท้องถิ่น กลายมาเป็นรัฐที่มั่นคงที่สุดแห่งหนึ่งบนแผ่นดินมาเลเซีย โดยเฉพาะในพื้นที่ของหุบเขาลาลุตและกินตาซึ่งอุดมไปด้วยแร่ดีบุกเปี่ยมค่าต่อมนุษย์ แม้นว่ามาเลเซียจะมีประชากรชาวจีนทั้งหมดประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อิโปห์เป็นเมืองหนึ่งที่จำนวนประชากรกว่า ๕ แสนคน จำนวน ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นชาวจีน ซึ่งอาจสืบเนื่องมาจากการไหลบ่ายุคตื่นดีบุกนั่นเอง ทำให้บรรยากาศในเมืองทุกวันนี้เต็มไปด้วยร้านอาหารจีนประเภทติ๋มซำ หรืออาหารจีนอื่นๆ แซมด้วยร้านอาหารของคนมลายูมาเลย์และชาวอินเดีย วันหนึ่งที่มีโอกาสได้ไปเยือนสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ สภาพเมืองเท่าที่สัมผัสได้ ข้าพเจ้าสามารถพบเห็นเรียงรายของตัวอาคารโบราณ ๒ ชั้นแบบตึกแถวลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบผสมในนิคมช่องแคบ สะท้อนยุคอาณานิคมของมาเลเซียที่มีผู้นำรูปแบบอาคารที่นิยมกันในจีนแผ่นดินใหญ่มาพัฒนาเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมเชิงพาณิชย์ สลับกับป้ายโฆษณาต่างๆ ที่งำไว้ซึ่งความเป็นอาณานิคมอีกรูปแบบหนึ่ง ปรากฏอยู่ในแทบทุกถนนหนทาง เมืองสวยงามสะอาดสมคำร่ำลือ มีสถานที่สำคัญสะท้อนร่องรอยทางประวัติศาสตร์มากมายเป็นประจักษ์พยาน รถราบนท้องถนนไม่ขวักไขว่นักหากเทียบกับความเป็นเมืองใหญ่อันดับ ๒ ของมาเลเซีย
ระหว่างเทือกเขา 'ไร้พรมแดน' ด้วยมีเส้นทางข้ามคาบสมุทรเชื่อมสัมพันธ์ผู้คน
ส้มโอหวานฉ่ำ หนึ่งในผลไม้เลื่องชื่อของอิโปห์
จากใจกลางเมืองไม่ว่าจะเป็นจุดใดก็ตาม เมื่อมองไกลออกไปยังโพ้นฟ้าทำให้ข้าพเจ้าสัมผัสภูมิทัศน์ของเมืองได้สมดังคำกล่าวขานที่ว่า อิโปห์ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของชะง่อนหินปูนกับทิวเขาที่ทอดไปไกลของเทือกเขาหลัก นำมาซึ่งประวัติศาสตร์มากมายที่น่าสนใจ สะท้อนสายรากความเชื่อทางศาสนาจากฮินดู พุทธ และอิสลาม ที่ไหลหลั่งจากซีกฝั่งโลกสู่ฟากฝั่งใจผู้ศรัทธา มีหลักฐานทางฝั่งฟากมหาสมุทรอินเดียที่อยู่ในเขตรัฐเปรักของมาเลเซียปัจจุบัน พบแผ่นหินสลักเป็นรูปพระสถูปทรงหม้อน้ำอันเป็นสัญลักษณ์ของพระสถูปจำลองที่บรรจุพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยจารึกภาษาสันสกฤตที่กล่าวถึงบุคคลผู้หนึ่งนามว่า พุทธคุปตะ ลักษณะอักษรที่จารึกเป็นของสมัยระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ ๔-๕ ในขณะเดียวกัน ในพื้นที่อำเภอยะรังในเขตจังหวัดปัตตานี ก็พบแท่งศิวลึงค์เก่าแก่ที่มีอายุประมาณคริสต์ศตวรรษที่ ๖ อีกทั้งมีร่องรอยชุมชนโบราณที่เป็นเมืองขนาดเล็กในเขตบ้านวัด ที่มีโบราณวัตถุสถานนับเนื่องในคริสต์ศตวรรษที่ ๖-๗ (อ้างจากหนังสือ เล่าขานตำนานใต้, ศรีศักร วัลลิโภดม, น.๑๕) ประวัติศาสตร์ด้านหนึ่งของเมืองอิโปห์ คือการตั้งอยู่บนเส้นทางข้ามคาบสมุทรในสมัยโบราณ จนถึงยุคศรีวิชัย สมัยรัฐอิสระปัตตานี ฯลฯ คาบต่อห้วงยุคสมัยชาวจีนโพ้นทะเลทางฝั่งตะวันตก (ฝั่งมหาสมุทรอินเดีย) ใช้ข้ามมายังฝั่งตะวันออกในเขตอ่าวไทย (เขตทะเลจีนใต้) ผ่านกลางหุบปัตตานีในเขตรามันเดิม กระทั่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงภูมิวัฒนธรรมมากมายทั้งในฝั่งมาเลเซียและฝั่งไทย เกี่ยวพันกันทั้งในฐานะความเชื่อและวิถีชีวิตหลากชาติพันธุ์ ในจำนวนนี้รวมถึงยุคหนึ่งที่สำคัญคือครั้งอดีตพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา (พคม.) กรม ๑๐, กรม ๑๒, เขตพิเศษ, กองพิเศษ/เขตผสม มี จีน เป็ง เป็นผู้บัญชาการสูดสุด และผู้นำสำคัญอีกคนคือ 'อาเฉิน' เคยใช้เคลื่อนไหวบริเวณรอยต่อ อ.เบตง จ.ยะลา กับเขตแดนบริเวณด้านเหนือของรัฐเปรัคและกลันตัน ประเทศมาเลเซีย
สภาพถนนกว้างเป็นระเบียบในเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีผังเมืองดีที่สุดของมาเลย์
สถาปัตยกรรมแบบผสมในนิคมช่องแคบ สะท้อนยุคอาณานิคม
พระราชวังแห่งความทรงจำขององค์สุลต่านแห่งรัฐเปรัค
'มัสยิดอูบาดียะห์' โอ่อ่าภายใต้โดมสีทอง
ทั้งหลายทั้งมวลที่ข้าพเจ้าได้สัมผัส เป็นเพียงเศษเสี้ยวของข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เสียดายมีข้อจำกัดด้าน เวลา ทำให้มิอาจ ร่ายยาว ได้ แต่หวังว่าจะมีผู้คนหันมาสนใจใคร่ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างจริงจังในทุกมิติ มิใช่หยิบยก เงื่อนงำ ทางประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์มาสนองกิเลสตัณหาส่วนตัว แล้วตอกลิ่มให้เกิดความแตกแยกในสังคมประเทศเฉกเช่นหลายๆ กรณีที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นถิ่น ยืนยันเจตนารมณ์ในฐานะปัจเจกว่า ประวัติศาสตร์ควรถูกนำมารับใช้ความ สมานฉันท์ มิใช่มุ่งให้เกิด สงคราม เนื่องเพราะประวัติศาสตร์โลกล้วนมีราก เพียงหนึ่ง ร้อยรัดผ่านวิถี ศิลปะ และวัฒนธรรม แต่ที่กลายเป็นหลายหลาก เพียงเพราะมนุษย์ใช้ความเกลียดชังสร้าง พรมแดน ก่อความแปลกแยกต่อกัน !!
'บ้านจัดสรร' สะท้อนการขยายตัวของเมือง
'บ้านจัดฝัง' (ฮวงซุ้ย-จีน) สะท้อนการ 'หดตัว' ของผู้คน
'บ้านจัดฝัง' (กุโบร์-มุสลิม)
|