• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 20287
  • จำนวนผู้โหวต : 154
  • ส่ง msg :
เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม 2551
ชมภาพศิลป์ลายเส้นจีนโบราณ ถ้ำเประ ตง มาเลเซีย
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 318 , 14:01:35 น.   | หมวดหมู่ : บันทึกการเดินทาง  
พิมพ์หน้านี้


จุดเด่นประการหนึ่งของเมืองอีโปห์ รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย คือการมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เป็นภูเขาหินปูนซึ่งนอกจากจะมีประโยชน์ด้วยรัฐใช้เป็นวัตถุดิบป้อนโรงงานผลิตปูนซีเมนต์แล้ว ยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญด้วยมีวัดถ้ำต่างๆ อยู่ตามโพรงธรรมชาติในถ้ำหินปูน

วัดถ้ำที่ใหญ่ที่สุดอยู่ทางทิศใต้ของเมืองคือ วัดซัม โปะห์ ตง มีอายุเก่าแก่ย้อนไปถึงทศวรรษ ๑๘๙๐ ซึ่งข้าพเจ้าอ่านรายละเอียดจากหนังสือ ‘หน้าต่างสู่โลกกว้าง : มาเลเซีย’ แล้วน่าสนใจมาก เช่นเดียวกับถ้ำกูวา เติมปูรุง เสียดายข้าพเจ้าไม่ได้ไปสัมผัสด้วยเวลาอันจำกัด แต่มีโอกาสได้ไปเพียงวัดกูวา เกะก์ โละก์ ตง หรือวัดทองเหลือง และอีกวัดหนึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางเหนือ ๖ กิโลเมตร คือ ‘วัดเประ ตง’ ซึ่งสร้างตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๖๙ (ค.ศ.๑๙๒๖) โดยพระจากเมืองจีน

ถึงแม้ว่าจะเที่ยวท่องถ้ำได้ไม่หมด แต่ได้ทัศนาภาพและบรรยากาศที่วัดเประ ตง ข้าพเจ้าก็นับว่าคุ้มค่าเป็นยิ่งแล้ว ด้วยได้เฝ้าดื่มด่ำกับภาพจิตรกรรมสีสวยที่ถูกเขียนสลักไว้ตามผนังถ้ำ เป็นภาพจีนโบราณเก่าแก่บอกเล่าตำนานและนิทานพื้นบ้านซึ่งแม้นไม่รู้ความหมายทั้งหมด แต่ลายเส้นขีดเขียนนับว่าอยู่ในขั้นเอกอุทีเดียว  

แม้นรัฐเปรัคจะถูกสถาปนาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๐๗๒ (ค.ศ.๑๕๒๙) โดยโอรสองค์ใหญ่หรือราชามูดาของสุลต่านมาห์มุด เจ้าเมืองมะละกาองค์สุดท้ายซึ่งถูกโปรตุเกสชิงเอาเมืองไป จึงต้องเร่ร่อนไปตั้งเมืองหลวงแห่งใหม่บนเกาะบินตันกลายเป็นจักรวรรดิยะโฮร์ ก่อนจะถูกโปรตุเกสตามไปราวีจนต้องย้ายราชสำนักไปยังรัฐกัมปาร์บนเกาะสุมาตรา และสิ้นชีพลงที่นี่ แต่ก็เป็นเช่นที่เล่าตอนที่แล้วว่า ในที่สุดประชากรส่วนใหญ่ของที่นี่กลับกลายเป็นคนจีนอพยพที่มาตั้งหลักสร้างฐานกระทั่งปัจจุบันมีจำนวนกว่า ๕ แสนคน โดย ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นชาวจีนอันสืบเนื่องมาจากการไหลบ่ายุคตื่นดีบุกนั่นเอง

ทั้งนี้ว่ากันตามประวัติศาสตร์มาเลเซียแล้ว หลังมีการเปิดเหมืองแร่ดีบุกที่รัฐเปรัค ขณะ ‘อีโปห์’ กลายมาเป็นเมืองสำคัญนับตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๓๗ (พ.ศ.๒๔๘๐) หลังถูกกำหนดให้เป็นเมืองหลวงแทนไตปิง มีผลทำให้มีชาวจีนจากประเทศจีนตอนใต้ซึ่งส่วนหนึ่งมุ่งแสวงหาความมั่นคงในชีวิต และอีกส่วนหนึ่งคือพวกหนีภัยจากการกวาดล้างพวกชาวนาที่ลุกขึ้นสู้เพื่อปากท้องตัวเองต่อต้านราชวงศ์ชิง จนถูกเรียกว่า ‘กบฏไต้ผิง’ (ค.ศ.๑๘๕๐-๑๘๖๔) ซึ่งหากถูกจับตัวจะถูกลงโทษอย่างแสนสาหัสประเภทว่าฆ่ากันแบบล้างตระกูล ช่วงเวลานี้จึงมีคนจีนพากันเดินทางออกนอกประเทศเป็นจำนวนมาก ไปอาศัยอยู่ในหลายๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไทย มลายู (มาเลเซีย) สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฯลฯ

หนึ่งในพื้นที่ของจุดนัดรวมพลแบบมิได้นัดหมายก็คือที่รัฐเปรัค นี่เอง โดยชาวจีนยุคแรกๆ ที่อพยพมาจะเป็นพวกจีนแคะและฮกเกี้ยนเป็นสมาชิกของสมาคมลับ ‘ไฮซาน’ ส่วนผู้อพยพรุ่นหลังเป็นพวกจีนกวางตุ้ง เป็นสมาชิกของสมาคมลับ ‘กีฮิน’ ซึ่งทั้ง ๒ สมาคมนี้ก็เป็นคู่แข่งและเป็นปรปักษ์ต่อกัน ก่อนจะเปิดศึกใหญ่จนรัฐต้องยื่นมือมาไกล่เกลี่ยเพื่อยุติเหตุการณ์นองเลือดครั้งใหญ่ระหว่างกลุ่มทำเหมืองชาวจีนด้วยกัน กระทั่งทายาทรุ่นหลังๆ ได้อยู่กันด้วยความสงบสุขเฉกเช่นทุกวันนี้

                เหล่านี้อาจเป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่สะท้อนถึง ‘สงคราม’ ที่เกิดขึ้นเพราะผลประโยชน์ และการหาทางยุติสงครามด้วยการ ‘เปิดโต๊ะเจรจา’ ผ่านคนกลางที่มี 'อำนาจ'

                เอ๊ะ !! ยังไง นำเที่ยวถ้ำอยู่ดีๆ เหมือนข้าพเจ้าชักจะผ่าไปออกเรื่อง ‘การเมือง’ ว่าด้วยเรื่อง ‘ไฟใต้’ จนได้ นั่นอาจเป็นเพราะควันหลงจากแถลงการณ์ของผู้เรียกตัวเองว่า กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งผ่านมาแล้วหลายวัน แต่ดูเหมือนควันยังกรุ่นๆ อยู่ภายในด้วยเรื่องราวมากมายที่ชวนติดตามค้นหามาตีแผ่ 

               ไปชมภาพกันดีกว่าครับ เดี๋ยวจะยาว...

ภาพสุดท้ายนี่ 'ฝาก' ครับ ไปที่ไหนๆ ก็เจอ ประเภทพวก 'มือบอน'

ข้าพเจ้าว่าต่อไปอีกสักร้อยสองร้อยปี นักประวัติศาสตร์มาขุดค้นเจอ คงงงเป็นไก่ตาแตกว่า "จารึกภาษาอะไร (ว่ะ) แปลกดี น่าจะมีความหมายยิ่งในทางประวัติศาสตร์" หลังจากนั้นก็คือการ 'ตีความ' อย่างเมามัน...


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 26
chalee วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 14.18 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee
  This land taught me the value of life.   

ชอบดูภาพวาดโบราณที่เขียนไว้ตามผนังถ้ำบ้าง หน้าผาบ้าง
เวลาไปที่ไหน แล้วเจอ จะดูแล้วดูอีก อยากรู้ ถึงคนสมัยนั้น ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่หนอ

แล้วภาพสุดท้ายนั่น คือ ทุกครั้งที่ไปแล้วเจอ
ทำให้อารมณ์สุนทรีย์ในการชื่นชมศิลปะของคนโบราณสะดุดกึกในทันใด

มันตีความหมายได้ว่า
ที่ไหนมีคนดี ที่นั่นมีคนชั่ว
ที่ไหนมีคนรู้คิด ที่นั่นมีคนไร้คิด
มันเป็นอย่างนี้เสมอเลย

"ชาลี"
ความคิดเห็นที่ 25
กู่ วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 12.28 น.
http://www.oknation.net/blog/shadowy
 เตือนใจ ให้เตือนตน เกิดเป็นคน ไม่ง่ายดาย

คุณปราณชลีทำให้ตื่นเต้น จนขนลุกอีกแล้ว

ตอนที่กู่ไปวัดนี้ กล้องถ่ายรูปมีปัญหา ไม่สามารถถ่ายรูปที่ฝาพนังได้....ขอบคุณค่ะ ขออนุญาติ copy เก็บไว้ดูนะคะ

ความคิดเห็นที่ 24
SOMBOONTIEW วันที่ : 27/07/2008 เวลา : 12.42 น.
http://www.oknation.net/blog/somboontiew

ตั้งใจมาเยี่ยมชมและคารวะครับ

ห่างหายไปเป็นเดือน

กลับมาแล้วครับ

กลับมาพร้อมพระยิ้ม
ความคิดเห็นที่ 23
Ch.Minivet วันที่ : 27/07/2008 เวลา : 08.06 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
เชิญร่วมสัมมนา PARK FOR SALE OR PARK FOR PEOPLE..วันที่ 19 ตุลาคม 2551 ..เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย


ภาพสุดท้าย Ch.Minivet ขอตีความไปก่อนถึงนิสัยของคนลงรอยจารึก .. ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 22
ปู่สถิตย์ภูมิ วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 18.44 น.
http://www.oknation.net/blog/sathitpum

สวยงามและน่าประทับใจ
กับภาพผนังถ้ำ
และเรื่องราวดีๆให้ศึกษา

ขอบคุณครับ

เคารพและศรัทธา
อายุบวร
ความคิดเห็นที่ 21
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 15.07 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai


อืม ภาพสุดท้าย อารยะทราม หุหุ
ภาพอื่นๆสวยค่ะ
เอนทรีนี้ไม่ยาว.. แต่ตัวอักษรเล็กจังอ่ะ อิอิ
ว่าแต่
คห.4ที่ว่า.............
ขอบคุณที่นำมาให้ชมกัน ดับความรุ่มร้อนในใจได้ดีเหลือเกิน (อ่ะนะ....พี่รู้ไหม..เค๊าร้อนรุ่มอะไร คริคริ )
ความคิดเห็นที่ 20
สุรศักดิ์ วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 08.35 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
ขอเชิญอ่าน << มาเพิ่มพลังให้ตนเอง... (11)  พลังจินตนาการ >> อัพบล็อก  13  ต.ค. 51

ภาพลายเส้นจีนโบราณงามและทรงคุณค่ามาก
ควรค่าแก่การอนุรักษ์และศึกษา
ความคิดเห็นที่ 19
raksanok วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 08.09 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
 รักสนุก เพราะสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

คนมือไม่ดีนี่มีทุกประเทศมั้ยค่ะ

เสียดายทำลายความสวยงามโดยไม่ได้ตั้งใจ
(หรือว่าตั้งใจ)
ความคิดเห็นที่ 18
minmint วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 07.22 น.
http://www.oknation.net/blog/paradiso


minmint จะหาโอกาสไปเที่ยวชมให้ได้เลยค่ะคุณปราณชลี

แต่ละเมืองที่คุณนำมาฝากมีเรื่องราวน่าสนใจมาก และที่สำคัญ

มันไม่อยู่ในแผนการท่องเที่ยวสูตรสำเร็จของทัวร์ทั่วไป

ถำ้เประ ตง ตกแต่งด้วยแสงที่กลมกลืนกับธรรมชาติได้ไม่โดดดี

ทำให้สวยมีมนต์ เหมือนไม่มีฝีมือคนมาแต้มแต่ง

ขับให้สัญญลักษณ์ของเอเชียเด่นขึ้นมาด้วยศิลปะแบบจีนที่มีเอกลักษณ์

มาเลเซีย...ที่นี่...ความเป็นเอเชีย...ยังเข้มแข็งเสมอ

แล้วเจอกัน...อีกครั้ง...
ความคิดเห็นที่ 17
Supawan วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 07.02 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

หนึ่งภาพ .. เล่าเรื่องได้มากมาย
ความคิดเห็นที่ 16
เจริญขวัญ วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 02.22 น.
http://www.oknation.net/blog/charoenkwan

นั่งมองภาพทีละภาพ ยังดีที่ภาพอยู่ในสภาพดีมากๆ

บางวัดที่ไปมา อย่างวัดอาม่าที่มาเก๊า มีภาพแบบนี้เหมือน

กันค่ะ แต่หมองมาก แต่คราบเขม่าจับหนา น่าเสียดาย

เห็นภาพวาดบางภาพ เหมือนภาพวาดของท่านโพธิธรรม

ปรมาจารย์เซน (สมัยก่อน บ้าอ่านเซนอยู่พักนึง)

แต่ไม่แน่ใจเลยจริงๆ ที่ชอบมาก เห็นจะเป็นเครื่องหมายสวัสดิกะ

ที่ฮิตเลอร์นำไปให้จนชาวโลกรู้จักกันทั่ว ทั้งๆ ที่มาจากตะวันออกแท้ๆ

ไมว่าจะที่ไหน โดยเฉพาะในจีน จะต้องเห็นเครื่องหมายนี้เสมอ

เรื่องโปสการ์ด เดี๋ยวจะส่งไปให้รอบสองนะคะ

ได้เหยื่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ฮ่าๆ ดีใจ
ความคิดเห็นที่ 15
buasawan วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 00.42 น.

ชอบจังค่ะ..อยากเห็นของจริง
ความคิดเห็นที่ 14
แม่สีไฟ วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 00.21 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


อ่านแล้ว ทำให้รู้สึกว่าแม่สีไฟรู้อะไรเกี่ยวกับมาเลเซีย
น้อยจังค่ะ เห็นทีต้องใส่ใจมากขึ้นแระ

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ค่ะ

...

ปิดบล็อกชั่วคราวนะคะ
เผื่อคลิ๊กไปแล้วเข้าไม่ได้ค่ะ

มีโอกาสจะแว่บ ๆ มาอ่านงานดี ๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13
aihu วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 23.54 น.
http://www.oknation.net/blog/aihu
การไม่ก้าวเดิน..ย่อมไม่ถึงซึ่งความหมาย

งดงามมากเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 23.49 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

ศิลป์บัดซบริมกำแพง ผมใช้คำแรงไปหรือเปล่า เห็นจิตรกรรมฝาผนังคนรุ่นใหม่แล้วแย่จัง ...ระบาดไปไกล

ทำไม ไม่ทำสิ่งสวยงามอย่างที่เขาทำไว้เป็นแบบอย่างกันนะ

ภาพวาดสวยงามดีครับ อาผมก็เป็นช่างวาดภาพคล้ายอย่างนี้เหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 11
ศณีรา วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 22.55 น.
http://www.oknation.net/blog/sanira


คิดถึงบันไดทางขึ้นจุดชมวิวเหนือถ้ำ ที่ทำให้ถูกจักสังขารตัวเอง
ความคิดเห็นที่ 10
ทิวสน วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 22.49 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ได้อ่านเรื่องราว ได้ชมภาพงาม

แต่มาสะดุดในความเหมือนที่ ทุกแห่งก็มีคือ

คนมือบอน...

บั่นทอนความงามไปเยอะครับ

ขอบคุณที่นำเรื่องและภาพมาฝากครับ
ความคิดเห็นที่ 9
ศณีรา วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 22.38 น.
http://www.oknation.net/blog/sanira


ยังประทับใจอยู่เลย.........คงได้มีโอกาสไปอีก
ความคิดเห็นที่ 8
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 21.57 น.
http://www.oknation.net/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

เพิ่งเคยเห็นภาพจิตรกรรมบนผนังถ้ำสไตล์จีนแบบนี้
สวยดีนะคะ ภาพคล้ายๆเจ้าแม่กวนอิมก็งามมาก
มือบอนนี่มีทุกที่ น่าจะเป็นเด็กๆวัยรุ่นส่วนใหญ่นะคะ
มาเลเซียไม่ใกล้ไม่ไกล ยังไม่เคยไปเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
เป๊ปซี่ วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 21.36 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

มาเลเซียก็มีมือบอนด้วยหรือครับ...

คิดว่ามีแต่บ้านเรา....!!!
ความคิดเห็นที่ 6
เพชรชมพู วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 19.41 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkdiamond
... เมาน้อยๆ แต่เมาคลานๆ ...

เห็นรูปที่ผนังถ้ำแล้วนึกถึงหนังจีน
ที่ฝึกวิทยายุทธตามรูปที่ผนังถ้ำ

แต่ถ้าจอมยุทธมาเจอรูปสุดท้าย
คงงงจนฝึกมะถูกเป็นแน่


.
ความคิดเห็นที่ 5
นานาจิตตัง วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 18.41 น.
http://www.oknation.net/blog/yorwor
Comment  allez-vous ?

รูปที่ผนังถ้ำนี่ งดงามมากๆเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 4
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 17.41 น.
http://www.oknation.net/blog/LOSTGEO


หวัดดียามเย็นนะครับ...คุณปราณชลี

หลายวันที่เคยผ่านทางไปที่นั่น..ผมไม่ได้มีโอกาสไปเยือนวัดเประ ตง แห่งนี้ เพราะเขาเจาะจงเพียงให้ไปเคาะหิน

เอ..แต่ถ้าจำไม่ผิด..ผมจะเคยไปวัด KEK LOOK TONG นะครับ...วัดนี้หากพูดในด้านธรณีวิทยาแล้ว..มันมีความน่าสนใจในแง่ที่ว่า...จะมีแร่เหล็กแทรกสายอยู่ในหินปูน แถว ๆ บริเวณที่เป็นถ้ำนั่นล่ะครับ

จากนั้นก็แว้บ ๆ ไปดู IPOH TREE ต้นไม้ที่ยางมีพิษ ตรงหน้าสถานีรถไฟ และดูร่องรอยของขุมเหมืองแร่ดีบุกเก่าอีกบางที่

ก่อนจากจรลีมาดู Lenggong Archeological Museum ซึ่งน่าสนใจที่สุด

นั่งมองภาพจิตรกรรมเก่าแก่โบราณแล้วทึ่งนะครับ...กับสีสันที่ยังสดใสและลวดลายที่วิจิตรบรรจง

ขอบคุณที่นำมาให้ชมกัน ดับความรุ่มร้อนในใจได้ดีเหลือเกิน

มีความสุขเสมอนะครับ...
ความคิดเห็นที่ 3
ญาใจ วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 17.19 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@

ความคิดเห็นที่ 2
เพชรชมพู วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 16.12 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkdiamond
... เมาน้อยๆ แต่เมาคลานๆ ...


ความคิดเห็นที่ 1
feng_shui วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 14.26 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

งามซึ้งด้วยภาพและประวัติความเป็นมาเหลือเกินค่ะ
.
..
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสม