*/
  • nathathida
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 144
  • จำนวนผู้ชม : 251334
  • จำนวนผู้โหวต : 103
  • ส่ง msg :
  • โหวต 103 คน
<< มิถุนายน 2017 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน 2560
Posted by nathathida , ผู้อ่าน : 1765 , 21:36:13 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน BlueHill , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

วันสุดท้ายของทริป ไฟล์ตกลับกรุงเทพ ฯ เวลาสามทุ่มกว่า ต้องไปถึงสนามบินไม่เกิน 18.30 เลยแพลนเที่ยวไม่ไกล Naha เท่าไหร่ แน่นอนว่ายังไงต้องไม่พลาด Shuri-jô site หรือซากปราสาทชูริโจ ซึ่งเป็นหนึ่งในเก้ามรดกโลกของ Okinawa

ปราสาทชูริโจเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์ภายหลังการรวมเป็นหนึ่งเดียวของราชอาณาจักรริวคิว (The Ryukyu Kingdom) สถานที่แห่งนี้ได้เป็นศูนย์กลางของทั้งการเมือง, การทูต การต่างประเทศ และศิลปวัฒนธรรมในยุคสมัยของราชอาณาจักรริวคิว พื้นที่ในปราสาทชูริโจนี้ได้รับการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นส่วนที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา "Kyo-no-uchi", ส่วนที่สองเป็นพื้นที่ส่วนพระองค์ของเหล่าราชวงศ์ เรียกว่า "Ouchibara" และส่วนที่สามเป็นส่วนที่มีอาคารสูง "Una" เป็นส่วนของรัฐใช้ในการบริหารแผ่นดิน หอประชุมหลักเซอิเด็นที่มีสีแดงเข้มนั้นเป็นอาคารส่วนที่เกิดจากการผสมผสานอย่างลงตัวของเทคนิคการก่อสร้างแบบจีนและแบบญี่ปุ่น และปัจจุบันอาคารนี้จัดเป็นอาคารไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโอกินาวา

ประวัติของปราสาท: เพียง 24 ปีหลังการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวของราชอาณาจักรริวคิว ปราสาทชูริโจก็โดนไฟไหม้ โดยเมื่อสิ้นสุดรัชกาลกษัตริย์ Sho Hashi ผู้รวบรวมอาณาจักรให้เป็นปึกแผ่นได้มีการปกครองสืบบัลลังก์กันต่อมาแค่ระยะเวลาสั้น ๆ จากนั้นก็เกิดการแย่งชิงบัลลังก์เพื่อขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ที่ 6 ระหว่างอากับหลาน พากันเรียกศึกชิงบัลลังก์ครั้งนี้ว่า "Shiro Furi no Ran" ทั้ง Shiro และ Furi ต่างก็ไม่รอดชีวิตจากศึกนี้ รวมทั้งปราสาทชูริโจก็ถูกเผาทำลายลง และด้วยเหตุนี้ Sho Taikyu ซึ่งเป็นโอรสองค์ที่ 7 ของ Sho Hashi จึงได้ขึ้นครองบัลลังก์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 6 พร้อมทั้งได้เริ่มบูรณะปราสาทชูริโจ

ปราสาทชูริโจโดนเผาทำลาย 3 ครั้งในระหว่างยุคสมัยราชอาณาจักรริวคิว รวมถึงเสียหายอย่างหนักในช่วงระหว่างการเปลี่ยนแปลงการปกครองด้วยการยกเลิกระบบฮันมาเป็นการจัดตั้งระบบจังหวัด และในที่สุดปราสาทก็มาถูกเผาเสียหายทั้งหมดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ปราสาทในปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี 1992 ซึ่งบริเวณที่ได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้นเป็นแค่ส่วนที่หลงเหลือรอดมาจากหายนะต่าง ๆ ไม่นับรวมส่วนที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่

ส่วนการบูรณะก็อ้างอิงพื้นฐานมาจากแบบแปลน และภาพถ่ายจากปี 1768 รวมถึงข้อมูลจากชาวบ้าน และบรรดาคนในพื้นที่ที่รู้จักปราสาทนี้ตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลก งานบูรณะยังคงมีต่อเนื่องเรื่อยมา และตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2014 พื้นที่ส่วนหนึ่งของ "Ouchibara" ซึ่งเคยใช้เป็นพื้นที่ส่วนพระองค์สำหรับราชวงศ์ในยุคนั้น ก็มีการเปิดให้ผู้คนทั่วไปได้เข้าชมในฐานะเป็นพื้นที่สำหรับการผ่อนคลาย (ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.visitokinawa.jp)

พื้นที่ตั้งแต่ลานจอดรถ ผ่านประตูทางเข้าแรกของปราสาท เดินเข้าเขตพื้นที่สวน (มีจุดชมวิวเมือง Naha) ทะลุไปประตูทางออกอีกประตู เป็นโซนไม่เสียค่าเข้าชม เดินเก็บตราสแตมป์เพลิน ๆ ได้ แต่จะไม่ครบพอที่จะได้ของที่ระลึก (สามารถรับแผ่นพับเก็บตราสแตมป์และตอบคำถามให้ครบเพื่อรับของที่ระลึกได้ที่ Information booth) ถ้าจะเข้าชมด้านในปราสาทต้องเสียค่าเข้าชม 820 เยน/คน แน่นอนว่ามาถึงแล้วก็ต้องเข้าชมล่ะนะ ไม่เข้าชมก็กระไร

ซุ้มทางเข้าจากด้านอาคารจอดรถ

เริ่มเก็บตราประทับได้ตั้งประตูนี้เลย

Stone Gate of Sonohiyan Utaki Shrine

เวลาเปิดทำการและกฎระเบียบของปราสาท ฯ

Kankaimon, the front gate of Shurijo Castle หรือรู้จักกันในชื่อ Amae-ujo ซึ่งทั้ง "Amae" และ "Kankai" หมายความถึง "ยินดีต้อนรับ" มี Shisa ตั้งอยู่ตามธรรมเนียม

เข้าประตูมาก็เจอป้อมทหารยามเลย

Ryuhi, the Seven Investiture Tablets and Zuisemmon

Ryuhi (dragon conduit) came from China in 1523 ...อันนี้เป็นของแท้ดั่งเดิมเลยมีอายุ 500 ปีได้

จุดชมวิวเมือง Naha ของปราสาท มีป้ายอธิบายอยู่ข้าง ๆ ว่าอาคารไหนเป็นสถานที่อะไรบ้าง

Nichieidai (Sundial): ถูกทำลายลงใน the Battle of Okinawa และสร้างขึ้นใหม่ในปี 2000

ถ้าเข้าใจไม่ผิดน่าจะเป็นหอระฆังสำหรับเตือนภัย ปัจจุบันระฆังอยู่ที่ Okinawa Prefectural Museum

เดินผ่านประตูในรูปที่แล้วเข้ามา ขวามือจะเป็นอาคาร Keizuza/Yomotsuza เป็นที่เก็บเอกสารและสิ่งของของปราสาท ฯ

รูปภาพอธิบายด้านในอาคาร

เดินทะลุอาคารออกมาข้างหลัง จะมีทางเดินเข้าสวนของปราสาท ฯ อยู่ทางซ้ายมือ ถ้าเดินตรงไป ไม่เลี้ยวเข้าสวนก็จะเจอประตูทางเข้า-ออกปราสาท ฯ อีกประตู

จุดชมวิวเมืองอีกจุดในสวน

เดินออกจากสวน ย้อนมาตามทางเดิม จะเจอลานกว้าง หันหน้าเข้าหาปราสาท ฯ ซ้ายมือเป็นอาคารจำหน่ายตั๋วเข้าชม ขวามือจะเป็น  Suimui-utaki ที่สวดมนต์ภาวนาก่อนทำศึกสงคราม เป็นที่ ๆ กษัตริย์และพระสงฆ์ใช้ทำพิธีกรรมต่าง ๆ

Tensuigami: เป็นกระถางสำหรับสำรองน้ำฝนไว้ใช้ดับเพลิง ...อันนี้เป็นแบบจำลองที่เรียกว่า Tsuboyayaki

แน่นอนว่ามาถึงแล้วก็ต้องเข้าชม แม้จะมีป้ายเตือนไว้ว่าปราสาท ฯ กำลังซ่อมแซมด้านหน้าอยู่ก็ตาม

Hoshimmon มีประตูทางเข้าสามประตู ตรงกลางใช้เฉพาะกษัตริย์และขุนนางระดับสูงเท่านั้น... ซื้อตั๋วที่แล้วถึงเดินผ่านประตูนี้เข้าไปด้านในได้

แน่นอนว่าเราต้องใช้ประตูกลาง ;)

 พอเดินผ่านด่านตรวจตั๋วเข้าไปก็จะเจอ Kyo-no-uchi เลย

กำลังปรับปรุง T^T

คุณเจ้าหน้าที่ของปราสาท ฯ

เดินไปทางขวามือจะมีทางเข้าชมด้านในปราสาท ฯ

มีป้าย Route ตั้งอยู่

ในส่วนนิทรรศการ ประวัติ ความเป็นมาของ Ryukyu Kingdom แผนภูมิสมาชิกราชวงศ์ เป็นบริเวณห้ามถ่ายรูป เดินลึกเข้าไปพ้นจากบริเวณแรก น่าจะเข้าโซน Ouchibara ละ เป็นบริเวณที่จัดไว้เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง มีร้านขนมโบราณให้บริการ ซึ่งขนมที่จัดชุดมาให้ทานก็เป็นขนมที่ไว้สำหรับต้อนรับแขกบ้านเมืองนั่นเอง บริเวณนี้ให้ถ่ายรูปได้ละ ถ้าสนใจจะชิมขนม เขาจะพาเดินไปที่ล็อคเกอร์สำหรับเก็บรองเท้า กุญแจเลิศมากเป็นแผ่นไม้เสียบอยู่ พอปิดประตูล็อคเกอร์ดึงแผ่นไม้ออก แค่นี้ก็เท่ากับล็อคตู้ละ สลับแผ่นไม้ไปใช้ตู้อื่นก็ไม่ได้ เพราะทำมาไม่เหมือนกัน แล้วพนักงานต้อนรับซึ่งแต่งชุดญี่ปุ่นโบราณจะพาไปนั่งโต๊ะ ระหว่างนั่งทานก็จะเดินมาเติมชาให้เป็นระยะ ๆ จากการซักถามพูดคุยก็พบว่าคน Okinawan นิยมดื่ม Jasmine tea มากกว่า Green tea นะ แต่ชาเขาไม่ได้ใส่กลิ่นมะลิเพิ่ม เราเลยไม่รู้สึกอะไร สามารถดื่มได้ชิลล์ ๆ (ปกติแพ้กลิ่นมะลิอย่างมาก) เราคิดว่าวัฒนธรรมส่วนใหญ่ของโอกินาว่ารับมาจากจีนนะ คงเพราะอยู่ใกล้จีนมากกว่าญี่ปุ่นด้วย

เนื่องจากเป็นการสร้างใหม่ทับซากปราสาทเดิม ก็จะมีเทคนิคการปรับปรุงซ่อมแซมอธิบายให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย

ล็อคเกอร์เก็บรองเท้าที่ว่า

ทางเดินไปห้องรับรอง

วิวจากทางเดิน

ชุดขนมและชา (จำราคาไม่ได้)

พนักงานมาเติมชาให้บ่อย ๆ

พอจิบชากันเสร็จก็เดินกันต่อ จุดต่อไปเป็นห้องจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของราชวงศ์ละ ถ่ายรูปได้เช่นกัน แต่ถ่ายมานิดหน่อย จากนั้นก็ให้เดินลงมาชั้น 1 ซึ่งเป็นส่วนของ Una จะมีบัลลังค์สำหรับกษัตริย์ว่าราชการจัดแสดงไว้ เดินต่อไปจะมีซากปราสาทเดิมที่ตอนนี้ถูกสร้างทับไว้โชว์ให้ดู บริเวณใกล้ทางออกปราสาทเป็นพวกโมเดลจัดแสดงพิธีกรรมต่าง ๆ

บัลลังค์ว่าราชการ

 

Karahafu: เก้าอี้สำหรับกษัตริย์ใช้สำหรับเฉลิมฉลองปีใหม่อย่างเป็นทางการหรือส่งข้อความไปยังจักรพรรดิจีน

ส่วนหนึ่งของของจัดแสดง

บันไดขึ้นชั้นสาม ชันมาก

Ue-Ochanoma Decorations ใช้สำหรับกษัตริย์และเจ้าชายในการเฉลิมฉลองปีใหม่

The Main Hall

ซากปราสาทเดิมที่ถูกสร้างทับ

มีที่ฉายวีดีทัศน์ประวัติความเป็นมาของปราสาท ฯ ด้วย

Uryansan ร่มสำหรับกษัตริย์เวลาออกไปข้างนอก

โมเดลจำลอง Chou-hai-o-ki-shiki พิธีเช้าวันขึ้นปีใหม่

Sappou-gishiki โมเดลพิธีแต่งตั้งกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรริวคิวโดยจักรพรรดิจีน

อยากรู้อะไรหรือสงสัยอะไรเพิ่มเติมจากข้อมูลที่มีให้ มีแผ่นป้ายตั้งคำถามแล้วเปิดมีคำตอบข้างในให้เปิดเพลิน ๆ

ป้ายทางออก (มั้ง)

หัวก๊อกอัตโนมัติในห้องน้ำ เก๋มาก

 เดินออกจากปราสาทจะเจอป้ายบอกให้เลี้ยวขวา เป็นสวนหย่อมที่เพิ่งเปิดให้เข้าชม (นอกจากป้ายก็จะมีเจ้าหน้าที่ยืนดักอยู่ คอยบอกให้เลี้ยวไป) เป็นสวนพักผ่อนหย่อนใจ มีอาคารหลังนึงซึ่งเคยเป็นที่ให้ประชาชนมาเสียภาษีตั้งอยู่ เดินชมนกชมไม้ได้เพลิน ๆ

ป้ายกับเจ้าหน้าที่คอยบอกทางให้เลี้ยวขวา

Uekimon เป็นประตูเข้าสู่เขตชั้นในที่ให้ครอบครัวของกษัตริย์และผู้รับใช้หญิงอยู่เท่านั้น ยังคงมีซากของเดิมอยู่ ส่วนที่ต่อเติมมาก็สังเกตได้จากสีที่ต่างกัน

เข้าใจว่าเป็นคุกใต้ดิน

ยังมีส่วนไม่เปิดบริการอยู่

Zenikura ที่เก็บภาษี ส่วนใหญ่เป็นภาษีสุราและน้ำมัน

ประตูทางออก

Sunga-hija

ซากที่เหลือของ Enkakuji Temple

Tenyo-bashi... บริเวณสระเก็บน้ำของปราสาท

 ก่อนออกจากเขตปราสาทมีร้านขายของที่ระลึก มีสแตนให้ถ่ายรูป จัดไปค่ะ (ไม่รู้จะซื้ออะไร ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเอาละกัน haha) แน่นอนว่าสแตมป์ครบ ตอบคำถามครบ ได้ของที่ระลึกมาด้วย :)

ออกจาก Shuri-jô site จุดหมายต่อไปคือ Sēfa-utaki เป็น World Heritage เหมือนกัน อยู่ทางใต้ของ Okinawa สร้างโดย Amamikiyo, the Goddess of Ryukyu Kaibyaku (Okinawan legend) ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับต้น ๆ ในอาณาจักรริวคิว ไม่มีสิ่งก่อสร้างใด ๆ มีเพียงไม้หนาและหินเปลือยซึ่งได้รับการชื่นชมว่าเป็นวัตถุที่พระเจ้าเป็นผู้นำเสนอมาให้ เมื่อก่อนนี้มนุษย์เคยถูกห้ามไม่ให้เข้าไป แม้แต่กษัตริย์ยังต้องทรงเครื่องเป็นสตรีเมื่อเข้ามาในสถานที่แห่งนี้

นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นสถานที่สำคัญสำหรับ "Agari Umaai" สถานที่เดินทางแสวงบุญสำหรับกษัตริย์ที่มาเยี่ยมและสวดภาวนาเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักร และความอุดมสมบูรณ์ของเสบียงอาหาร ที่ Sēfa-utaki มีจุดให้สวดภาวนา 6 แห่ง บางแห่งมีชื่อเดียวกันกับห้องที่ Shuri-jô Castle ข้อเท็จจริงเหล่านี้อธิบายถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับอาณาจักร ปัจจุบัน Sēfa-utaki ยังคงเป็นสถานที่สำคัญสำหรับชาว Okinawa ที่จะมาสวดมนต์ พาตัวเองเข้าไปในธรรมชาติและผ่อนคลาย ทั้งนี้หินและหินลาดล้วนเป็นสิ่งที่มีความหมาย ดังนั้นห้ามปีนขึ้นไปหรือเอาออกไปเด็ดขาด และต้องประพฤติตัวให้เหมาะสมกับที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ (ข้อมูลจาก www.visitokinawa.jp)

ระหว่างทางแวะทาน Sukiya เป็นมื้อแรกของวัน ...ตั้งแต่มาอยู่ Okinawa นี่กินน้อยมาก อาจเพราะสถานที่ต่าง ๆ ที่ต้องไปมันไกล ใช้เวลาเดินทางนาน มันเลยเหนื่อย ๆ เพลีย ๆ ไม่นึกอยากกินอะไร เดินเยอะจนลืมหิว แต่ถ้าหิวก็หิวเลยนะ อย่างที่แวะ Sukiya ก็เพราะหิวกันแล้ว จะเลือกร้านท้องถิ่นก็ไม่รู้จะเข้าร้านไหน กลัวเข้าไม่ถูกร้าน กินไม่ได้จะเซ็งซะเปล่า ๆ (ฮา)

ถามว่าทำไมต้องไป Sēfa-utaki ดูไม่ใช่ทางของพวกเรา ไม่รู้สิ อาจเพราะในข้อมูลการเดินทางที่ได้มาบอกว่าที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถือเป็นที่อยู่ของเทพเจ้าระดับสูงแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เลยรู้สึกว่า อา เราควรต้องไปทำความเคารพสินะ ประมาณนั้น (เหรอ?) คือ มันก็มีที่อื่นที่อยากไป ยังมีมรดกโลกอีกตั้งหลายแห่งที่ควรไป แต่เวลามันไม่เอื้อ เพราะก่อนเอารถไปคืน ต้องแวะไป Kokusai street ถนนสายช็อปปิ้งของ Okinawa ด้วย ถ้าไปที่อื่นก็กลัวว่าจะไม่ทันอะนะ

เอาจริง ๆ ก็ไม่คิดว่า Sēfa-utaki จะต้องเดินเยอะอะไร แต่ก็ต้องเดินระยะทาง 3-400 เมตรเพื่อเข้าไปยังอาคารต้อนรับ (ตลอดระยะทางจะมีร้านขายของของคนท้องถิ่นตั้งเรียงรายอะนะ ถ้าเสาร์-อาทิตย์คนน่าจะเยอะเลย) ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดให้เข้าไปนั่งฟังกฎระเบียบในการเดินชมสถานที่ ถ้าเป็นต่างชาติจะจัดห้องไว้ให้ต่างหากอะนะ ฟังกฎระเบียบ รับแผ่นพับเรียบร้อย เขาถึงปล่อยให้เดินตามทางไปเรื่อย ๆ จะเจอทางเข้า เหมือนทางเดินขึ้นภูเขาปกติ ดูไม่สูงแต่ชันมาก ลื่นด้วย คนสูงอายุไปต้องใช้ความระมัดระวัง เดินลึกเข้าไปในป่า จะมีจุดต่าง ๆ ให้ชม ลึกสุดเป็นช่องสามเหลี่ยมซึ่งเกิดจากหินขนาดยักษ์ 2 แท่งวางพาดกัน ดื่มด่ำกับธรรมชาติแล้วก็เดินกลับ ขับรถเข้า Naha ไปเดิน Kokusai street (ไม่ใช่แนวเราเหมือนกัน แต่สมาชิกบอกว่าค่อยดูเหมือนได้มาญี่ปุ่นหน่อย (- -') ต้องขอโทษด้วยที่จัดทริปโดยลืมไปว่าต้องนึกถึงย่านช็อปปิ้งด้วย เพราะส่วนตัวไม่ใช่คนชอบช็อปอะนะ)

มีเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติตรงลานจอดรถ

ร้านค้าตามทางเดิน

อาคารสำหรับให้ความรู้และแจ้งกฎระเบียบในการเข้าชม เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเขา

เดินออกมาด้านหลังจะเจอป้ายนี้ก่อนเริ่มเส้นทางสู่ Sēfa-utaki

เริ่มทางขึ้นสู่ Sēfa-utaki ...ทางขึ้นชันและลื่นมาก ๆ ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดิน

ถนนปูด้วยหินเรียกว่า "Ujo-guchi"

สถานที่แรกในการบูชาเรียกว่า "Ufuguui" ซึ่งหมายถึงห้องโถงใหญ่ เป็นสถานที่ทำ "Oaraori" พิธีเปิดตัวของ Kikoe Okimi เจ้าหญิงอันดับสูงสุดของอาณาจักรริวคิว

"Yuinchi" สถานที่สำหรับสวดภาวนาเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักร และความอุดมสมบูรณ์ของเสบียงอาหาร

Triangle-shaped Opening

"Sangui" พื้นที่เป็นรูปสามเหลี่ยมซึ่งเกิดจากหินขนาดยักษ์ 2 แท่งวางพาดกัน

ด้านใน Sangui เป็นพื้นที่สำหรับสวดภาวนาอีกแห่ง มองออกไปด้านนอกจะเห็นเกาะ Kudaka

หม้อวางอยู่ข้าง Sangui รับหยดน้ำจากหินย้อย 2 จุด น้ำถูกใช้เป็นน้ำแห่งจิตวิญญาณสำหรับพิธีกรรมในวันปีใหม่

ดอกไม้ริมทางระหว่างเดินออก

พวกเรามีเวลาเดิน Kokusai street ไม่ถึงชั่วโมง ก็ต้องรีบเอารถไปคืน บริษัทรถเช่าจะมีรถบัสให้บริการไปส่งถึง LCC Terminal (จะมีเป็นเวลาอะนะ เขาจะถามไฟล์ตกับสายการบินเราตั้งแต่วันเช่ารถ แล้วแจ้งว่าต้องเอารถมาคืนกี่โมง เพื่อจะได้รอบรถบัสไปส่ง ไรงี้) ถึง LCC ก็นั่งรอเวลา check in กันไป (ตอนเช้าเอากระเป๋าส่วนนึงมาฝากไว้ที่ล็อคเกอร์ Domestic Terminal เพราะรถไม่พอขน (ฮา) วันแรกที่นั่งไปโรงแรมนี่ยัดกันสุด ๆ สมาชิกก็แบ่งไปขนกันมา) ระหว่างรอก็หวาดเสียวว่าจะดีเลย์ไหมน้า จะแคนเซิลไหมน้า แต่สุดท้ายก็ไม่มีปัญหาอะไร นอกจากตอนสแกนบาร์โค้ด กลับถึงกรุงเทพ ฯ โดยสวัสดิภาพ เป็นอันจบทริปด้วยประการฉะนี้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่า

ส่วนหนึ่งของ Kokusai Street จริง ๆ มีร้านค้าริมถนนเยอะมาก อันนี้เป็นเหมือนซอยละลายทรัพย์

สรุปโดยภาพรวม ส่วนตัวชอบ Ishigakijima กับ Yonagunijima มากกว่า Okinawa คือ รู้สึก Okinawa มันดูวุ่นวาย รถติด ไม่ชิลล์ ถ้าไม่มี Churaumi Aquarium ก็อาจจะไม่ประทับใจเลย

สำหรับการดำน้ำ มีข้อควรระวังอยู่นิดหน่อย คือ ถังอากาศที่เขาใช้มีถังเหล็กและอลูมิเนียม ที่ Ishigaki ไม่มีให้เลือก ใช้เป็นถังเหล็กเลย ขนาดจะสั้นและใหญ่กว่าถังอลูมิเนียม หนักกว่าด้วย เพราะฉะนั้นเวลาใส่ตะกั่วต้องระวังให้ดี ที่สำคัญ ต้องมีทักษะการดำน้ำระดับนึง เพราะมันจะไม่คุ้น ถ้าไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ระดับนึงอาจจะรู้สึกดำน้ำไม่สนุก ส่วนที่ Yonaguni มีให้เลือกตอนกรอกข้อมูล เราเลือกถังอลูมิเนียม คุ้นเคยหน่อย แต่ตอนลงน้ำ ใส่อุปกรณ์ให้ครบ ไม่ลงท่า giant strides ใช้วิธีเอาส้นฟินเหยียบแผงอลูมิเนียมที่เขาทำเป็นเหมือนขั้นบันไดเดินลงน้ำไป เวลาขึ้นจากน้ำ ไม่ต้องถอดฟิน เดินเหยียบแผงอลูมิเนียมนั่นแหละขึ้นเรือเลย ซึ่งสำหรับพวกเรามันไม่ชินไง แต่ตอนหลังก็ปรับตัวได้กัน ถือว่าได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ :)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
nathathida วันที่ : 14/06/2017 เวลา : 16.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณ BlueHill: ด้านหน้าทางเข้า เดินผ่านซุ้มประตูแรกสุดเข้าไป มีบูธสำหรับเช่าชุดกิโมโนแต่เดินเที่ยวชมปราสาท ฯ ตั้งอยู่ด้วยค่ะ ...ส่วนของไทย เดี๋ยวนี้หลาย ๆ ที่ก็มีชุดไทยให้เช่าใส่เดินเที่ยวนะคะ อย่างที่อุทยาน ฯ ร.2 ก็มีเหมือนกัน แต่เรื่องเครื่องแต่งกายเจ้าหน้าที่คงยากหน่อย เพราะต้องว่ากันตามระเบียบของสำนักพระราชวังด้วย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 14/06/2017 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ชอบตรงที่เจ้าหน้าที่แต่งตัวได้กลมกลืนกับสถานที่มากๆ
เป็นเรื่องดีๆที่คนไทนยเราทำตามได้นะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
nathathida วันที่ : 13/06/2017 เวลา : 20.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณพาจรดอทคอม: สังเกตดี ๆ รูปที่ถ่ายอาคารโรงแรมเห็นรถเช่าอยู่ค่ะ เป็น Toyota Corolla รุ่นล่าสุดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 13/06/2017 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

ไม่เห็นรถเช่าเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
nathathida วันที่ : 13/06/2017 เวลา : 00.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณแม่มดเดือนMarch: สมาชิกพูดเหมือนกันค่ะว่า เขาพิงกัน บ้านเราดี ๆ นี่เอง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 12/06/2017 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

"Sangui" ทำให้คิดถึง เขาพิงกัน ที่พังงาค่ะ
ธรรมชาติในส่วนต่างๆของโลกมีใจเดียวกันบ่อยๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน