*/
  • nathathida
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 144
  • จำนวนผู้ชม : 254697
  • จำนวนผู้โหวต : 103
  • ส่ง msg :
  • โหวต 103 คน
<< เมษายน 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 7 เมษายน 2561
Posted by nathathida , ผู้อ่าน : 2007 , 17:29:57 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน wullopp , แม่มดเดือนMarch และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ช่วงเดือนที่แล้ว คุณแฟนส่งรายละเอียดเกี่ยวกับสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยาเปิดรับสมัครประชาชนทั่วไปเพื่อเข้าอบรมเกี่ยวกับการจัดการโบราณวัตถุของโครงการอนุรักษ์วัดกระจีมาให้ ส่วนตัวก็ชื่นชอบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณคดีอยู่แล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้เลือกเรียน เพราะมารดาไม่อนุญาต (ฮา) พอเห็นแบบนี้ก็เลยลองส่งรายชื่อไปดู แน่นอนว่าคนสนใจก็เยอะมาก จนเจ้าหน้าที่ต้องประกาศว่ารับได้จำกัดจำนวนและจะทำการคัดเลือกแล้วติดต่อกลับหาผู้ที่ได้รับคัดเลือกเอง ไอ้เราก็ถอดใจละ เพราะเหตุผลแต่ละคนที่อ่านดูแบบเป็นนักศึกษาโบราณคดีบ้าง ประวัติศาสตร์บ้าง เป็นอาจารย์ที่อยากได้ประสบการณ์ไปสอนเด็ก ๆ บ้าง เหตุผลของเรามันก็ง่ายไป คือ แค่ชอบมาตั้งแต่เด็ก (แอบอาย) แต่แล้วต้นเดือนที่ผ่านมาก็ได้รับการติดต่อกลับมาจากเจ้าหน้าที่ว่าได้รับคัดเลือกเข้าอบรมค่าาาาา ...ดีใจ... โดยแบ่งผู้เข้าอบรมออกเป็น 2 ชุด อบรมชุดละ 1 วัน คือ วันศุกร์ที่ 6 และวันเสาร์ที่ 7 เมษายน 2561 ตั้งแต่ 08.30-16.30 น. เราเลือกเข้าอบรมในวันศุกร์ที่ 6 เพราะคิดว่าเสาร์-อาทิตย์คนน่าจะเยอะ :)

การอบรมและปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดการโบราณวัตถุ ณ สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จัดขึ้นโดยสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเรียนรู้และทดลองปฏิบัติงาน (ในขั้นตอนที่สามารถทำได้) เกี่ยวกับงานด้านโบราณคดี เพื่อที่จะได้เข้าใจลักษณะการทำงานของนักโบราณคดีได้มากขึ้น



ปถึงแล้วก็ต้องลงทะเบียนกันก่อน วันนี้มีผู้เข้าอบรมทั้งหมด 20 คน

ระหว่างรอก็เตรียมพร้อมกันหน่อย ดูขยัน (ฮา)

แบ่งการอบรมออกเป็น 2 ช่วง ช่วงเช้าเป็นการอบรมการจัดการโบราณวัตถุ โดยคุณศศิธร โตวินัส ภัณฑารักษ์จากพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา ในเบื้องต้นก็มีการปูพื้นฐาน ทำความเข้าใจง่าย ๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงานทางโบราณคดีว่ามีขั้นตอนยังไงบ้าง เริ่มจากการสำรวจ จากนั้นทำการขุดค้น แล้วนำสิ่งที่ค้นพบมาทำการวิเคราะห์ ทั้งทางด้านสังคมศาสตร์และด้านวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์แล้วก็ต้องมาแปลความหมายกันอีกที จากนั้นจึงจะเขียนรายงาน เมื่อเขียนรายงานแล้วก็นำสิ่งที่ค้นพบส่งมอบให้พิพิธภัณฑ์ที่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบนั้น ๆ ต่อไป

Note: การจะเป็นโบราณวัตถุได้ต้องเป็นประโยชน์ในทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี แม้จะไม่ได้ขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุ แต่หากมีคุณสมบัติตามที่กล่าวมาข้างต้น ก็ถือเป็นโบราณวัตถุตามกฎหมายแล้ว

เมื่อเข้าใจเกี่ยวกับโบราณวัตถุแล้วก็เริ่มเข้าสู่การจัดการโบราณวัตถุกัน ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นกระบวนการทำความสะอาดหลังจากมีการขุดค้นขึ้นมา ก่อนที่จะนำไปวิเคราะห์นั่นเอง หลักการมีไม่มากนัก ขุดขึ้นมาก็ต้องมีดินติดอยู่ เราก็ต้องนำดินที่ติดอยู่นั้นออก โดยการใช้แปรงปัดไปเรื่อย ๆ หากดินเป็นก้อนหนาก็ใช้แคะออกก่อนได้ ที่คุณศศิธรแนะนำก็ใช้มีดผ่าตัดนี่แหละ จับถนัดมือสุด การทำความสะอาดก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละวัสดุ หากเป็นโลหะ หลังจากนำดินออกแล้วก็ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 95% ทำความสะอาด พวกไม้, กระดูก และเปลือกหอย นำดินออกแล้วใช้สำลีชุบน้ำผสมแอลกอฮอล์ในอัตราส่วน 1:1 ทำความสะอาด ส่วนปูนปั้น ไม่ควรโดนน้ำ หลังน้ำดินออกก็ใช้แปรงขนอ่อนปัดทำความสะอาดเอา

ตัวอย่างมีดผ่าตัดที่ใช้แคะดิน

ทำความสะอาดเรียบร้อย ก็นำมาลงเลขทะเบียนการจัดเก็บ (ใช้ได้ทั้งกับประชาชนทั่วไปและหน่วยงานราชการ หากเจอโบราณวัตถุ) โดยต้องบรรยายชื่อและลักษณะของวัตถุ ขนาด (กว้าง ยาว สูง ปากกว้าง ฐานกว้าง ตักกว้าง etc.) ชนิดวัตถุ และสมัยหรือฝีมือช่าง ...หากไม่รู้สามารถสอบถามเข้าไปยังสำนักศิลปากรหรือพิพิธภัณฑ์ของกรมศิลปากรในพื้นที่นั้น ๆ ได้ การลงเลขทะเบียนก็ง่าย ๆ เลย สมมติว่าเราเจอแล้วนำมาความสะอาดก็ลงเป็น ณฐด 1/2561 ถ้าเป็นงานที่มีหลายชิ้น เช่น มีฝา มีฐาน มีทัพพี มีตัวหม้อ ก็ลงเป็น ณฐด 1/2561 (4) คือ มี 4 ชิ้น อย่างนี้เป็นต้น

ส่วนการเก็บรักษาโบราณวัตถุก็ต้องดูว่าเป็นวัตถุอะไร อินทรีวัตถุควรจัดเก็บและจัดแสดงที่ความชื้นสัมพัทธ์ 55-65% อุณหภูมิ 22-25 องศาเซลเซียส ในที่ที่มีอากาศไหลเวียนถ่ายเทได้ดี ปราศจากฝุ่นละออง แมลง และเชื้อรา ถ้าเป็นโลหะก็ต้องควบคุมไม่ให้ความชื้นสูงเกิน 50% เพราะจะเกิดสนิม ส่วนแก้วหรือกระจกก็ต้องไม่เกิน 40% เพราะจะขุ่นมัวแตกราน ทั้งหมดสามารถควบคุมได้โดยการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เครื่องควบคุมความชื้น ใช้สารดูดความชื้น เป็นต้น

ตัวอย่างการจัดเก็บพระพุทธรูป ใช้โฟม PE แล้วใช้ไทเวคบุอีกชั้น เพื่อไม่ให้โบราณวัตถุสัมผัสโฟมโดยตรง อันนี้เป็นด้านหน้า

ด้านหลัง

ส่วนแสงสว่าง ถ้าเป็นพวกภาพเขียนสีน้ำ ผ้า กระดาษ ภาพวาด ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย หนังสัตว์ที่ย้อมสี ขนสัตว์ ขนนก etc. ควรเก็บรักษาในที่มืดหรือจัดแสดงในที่ที่มีแสงธรรมชาติน้อยที่สุด ดังนั้น จึงเกิดข้อห้ามไม่ให้ใช้แฟลชถ่ายรูปขึ้นมา เพราะแสงแฟลชก็มีลักษณะเดียวกันกับแสงธรรมชาติ หากภาพโดนมาก ๆ ก็จะซีดจาง แต่ถ้าเป็นโลหะ เครื่องปั้นดินเผา หิน แก้ว ปูนปั้น ก็จัดแสดงและเก็บรักษาในที่ที่มีแสงธรรมชาติได้

หลังจากทำความเข้าใจกันคร่าว ๆ แล้วก็ได้เวลาลงมือปฏิบัติ แบ่งผู้เข้าอบรมออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โดยวิธีจับฉลาก เราได้กลุ่ม 4 เป็นกลุ่มทำความสะอาดปูนปั้น แต่ แต่ ในถุงดันมีดินเผาและเปลือกหอยติดมาด้วย (ฮา) เลยได้ทำความสะอาดหลากหลายหน่อย ทำความสะอาดแล้วก็วางพึ่งให้แห้ง ก่อนเก็บลงถุงเดิมต่อไป (บนถุงจะมีการเขียนรหัสต่าง ๆ ไว้ บนกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ใช้วางตากก็ต้องเขียนเช่นกัน เพราะจะได้รู้ว่ามาจากถุงไหน)

ก่อนลงมือก็ความเข้าใจกันนิดนึง

บนถุงจัดเก็บจะมีรหัสต่าง ๆ เป็นรหัสเกี่ยวกับแหล่งที่ขุดขึ้นมา ซึ่งกระดาษที่ปูรองตากแห้งก็ต้องเขียนรหัสพวกนี้ลงไปด้วย เพื่อกันสับสน

เทออกมาก็ต้องคัดแยกก่อน

เจ้าหน้าที่สาธิตการใช้แปรงทำความสะอาด

ตั้งหน้าตั้งตาปัด

ทำความสะอาดเสร็จแล้วววววว

อันนี้เป็นส่วนที่ติดมากับถุงปูนปั้น มีทั้งดินเผาและเปลือกหอย

ไปเดินดูกลุ่มอื่นบ้าง

ข้อพึงระวัง

1. สวมถุงมือ ถ้าทำความสะอาดโลหะ กระดาษ ผ้า ควรใช้ถุงมือฝ้าย แก้ว ดินเผาเคลือบ ใช้ถุงมือยาง ส่วนงานละเอียดหรืองานปราณีตศิลป์ไม่ต้องใส่ แต่ต้องทำมือให้แห้ง
2. การเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุต้องใช้สองมือเสมอ
3. ไม่ควรวางโบราณวัตถุทับกัน
4. ห้ามติดเทปกาวใด ๆ บนโบราณวัตถุ
5. การบรรจุหีบห่อเบื้องต้น ใช้กระดาษสาหรือไทเวคแล้วหุ้มด้วยพลาสติกกันกระแทก ถ้าเป็นของขนาดเล็กใส่กล่องลูกฟูก ของขนาดใหญ่ใส่ลังไม้
6. ห้ามรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มในสถานที่ทำความสะอาดโบราณวัตถุ

ช่วงบ่าย เป็นการวิเคราะห์ภาชนะดินเผา แบ่งประเภทออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ Earthenware, Stoneware และ Porcelain โดยคุณศุทธิภพ จันทราภาขจี (น้องแบม) อธิบายถึงขั้นตอนการผลิต เริ่มจากเตรียมดิน (กรองดิน) แล้วนำไปขึ้นรูป จะใช้มืด ใช้แป้นหมุน ใช้ขดก็ว่ากันไป จากนั้นนำไปตากแห้งหรือเผาไฟแรก (อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส) แล้วนำมาตกแต่ง จะเคลือบ เขียนสี ติดปั้นแปะ ก็ทำไป สุดท้ายก็นำไปตากแห้งหรือเผา ซึ่งขั้นตอนนี้ก็จะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิในการเผา ถ้าเผาที่อุณหภูมิ 500-1200 องศาเซลเซียสก็จะเป็น Earthenware หรือที่เราเห็นเป็นกระถางสีน้ำตาล ๆ กระถางต้นไม้บ้านเรานี่แหละ ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นมาหน่อย 1200-1500 องศาเซลเซียสก็จะได้ Stoneware ซึ่งมีความแข็งแรงมากกว่า ส่วน Porcelain จะเผาที่อุณหภูมิสูงกว่า 1500 องศาเซลเซียส และดินที่ใช้จะเป็นสีขาวเท่านั้น

รู้ประเภทดินเผากันแล้วก็ลงรายละเอียดเกี่ยวกับชิ้นส่วนของภาชนะกัน จะได้แยกย่อยลงไปอีก จินตนาการแจกัน 1 ใบ มีปาก (Lip/Rim) มีคอ (Neck) มีบ่า/ไหล่ (Shoulder) มีลำตัว (Body/Belly/Walls) แล้วก็มีฐาน (Foot/Base) ปากก็มีหลายแบบทั้งผายออก โค้งเข้า และตรง ลำตัวก็มีทั้งทรงกลม ทรงรี ทรงไข่ ทรงกระบอก ทรงนาฬิกาทราย และทรงกรวย ฐานก็มีทั้งกลม เรียบ เว้า มีขา etc.

ยัง ยังไม่พอ ยังมีการตกแต่งภาชนะอีก จะทำลายกดประทับ ต่อเติม/ปั้นแปะ ใช้เครื่องมือปลายแหลมมาขีดให้เป็นลายขูดขีด หรือจะให้เครื่องมือแซะเนื้อดินออกให้เป็นลายขุดก็ได้ จะเขียนสี จะเคลือบ ต้องแยกให้ได้ ซึ่งต้องใช้ประสบการณ์นะเราว่า เพราะลายขูดขีดกับลายขุด แม้กระทั่งลายกดประทับ บางทีมันก็แยกลำบาก (- -')

น้องแบม

เอาล่ะ ได้ความรู้กันแล้วก็ถึงเวลาลงมือปฏิบัติ รอบนี้เราได้อยู่กลุ่ม 3 แต่ละกลุ่มต้องวิเคราะชิ้นส่วนที่ได้มาในถุงว่ามีประเภทไหนบ้าง ดินอะไร เป็นส่วนไหนของภาชนะ etc. แล้วเขียนเป็นชาร์จขึ้นมา จะตีตารางก็ได้ จะวาดรูปแล้วแยกตามส่วนก็ได้ จะทำเป็น mind map ก็ได้ ...กลุ่มเราใช้ mind map (ฮา)... พอวิเคราะห์เสร็จแล้วก็ present งานกัน ให้เจ้าหน้าที่อธิบายเพิ่มเติมข้อผิดพลาดกันไป

แยกประเภท จัดหมวดหมู่ว่าจะคัดยังไง

Mind map กลุ่มเราก็จะได้ประมาณนี้

ตัวแทนกลุ่มนำเสนอกับเจ้าหน้าที่และเพื่อน ๆ ที่เข้าอบรมว่าทำไมถึงแบ่งแบบนี้ ได้อะไรบ้าง

หลังจากเจ้าหน้าที่อธิบายและแก้ไขข้อผิดพลาดก็จะได้แบบนี้ (ฮา)

กลุ่ม 4 ใช้วิธีวาดรูปแล้วจัดวางตามส่วนของภาชนะ

ตารางแบ่งของกลุ่ม 1 ใกล้เคียงกับที่เจ้าหน้าที่ทำมากที่สุด

อบรมเสร็จแล้วก็จะได้รับประกาศนียบัตรกัน ส่วนตัวคิดว่าการอบรมครั้งนี้เนื้อหาไม่หนักมากและการได้ลงมือปฏิบัติประกอบคำอธิบายเพิ่มเติมทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นมาก สำหรับประชาชนทั่วไปอย่างเรานะ ถือว่าน่าประทับใจเลยทีเดียว :)

หลังการอบรม เจ้าหน้าที่นำผู้เข้าอบรมที่สนใจอยากดูไซต์งานโครงการอนุรักษ์วัดกระจี ที่เป็นแหล่งที่นำชิ้นส่วนต่าง ๆ มาให้เราทำความสะอาดและวิเคราะห์ภาชนะกัน ไปชมสถานที่จริงด้วย โดยโครงการนี้เริ่มจากการศึกษาหลักฐานทางเอกสารว่าพื้นที่ตรงนี้น่าจะเคยมีวัดตั้งอยู่ และมีซากเจดีย์เก่าอยู่ด้วย น้องแบมบอกว่าตอนเริ่มงานก็เข้าใจว่าเป็นงานเล็ก ๆ แต่พอขุดไปขุดมา ไม่เล็กละ (ฮา) ตอนนี้ขุดฐานเจดีย์ใหญ่เรียบร้อย เจอเจดีย์ขนาดกลางเพิ่มอีก 2 ติดกันยังมีเจดีย์ขนาดเล็กอีก ไม่พอที่ฐานเจดีย์ใหญ่ยังเจอโครงกระดูกฝังอยู่ด้วย ตอนนี้ขุดเจอ 4 โครง ซึ่งจากหลักฐานที่เจอไม่ใช่การฝังโดยไม่ได้ตั้งใจ คือ ตั้งใจฝังแน่ ๆ เพราะมีเครื่องสักการะพร้อม โครงกระดูกผู้ใหญ่นั่งท่าเทพธิดาด้วย และเข้าใจว่าด้านล่างน่าจะมีโครงกระดูกอีก ถ้าขุด วิเคราะห์กันแล้วเรียบร้อยก็คงจะได้เผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปรับทราบกันต่อไป งานในไซต์ตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ทำได้เฉพาะนักโบราณคดีละ ดังนั้น พวกอย่างเรา ๆ เลยไม่ได้ลงมือทำอะไรกันจริง ๆ แต่ก็ยังมีพื้นที่ที่ยังไม่ได้เปิด (แต่ตีตารางเตรียมไว้) อยู่ ซึ่งในส่วนนั้น อาจจะมีงานให้ผู้ที่ผ่านการอบรมอย่างพวกเราได้ลงมือทำงานกันบ้าง ก็หวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการลงมือทำในส่วนนั้นสักวัน แฮ่

เจดีย์ที่หลงเหลืออยู่

นักโบราณคดีกำลังปัดทำความสะอาดโครงกระดูกที่ขุดพบ

ซากฐานเจดีย์ 2 องค์ที่ขุดพบ

ของที่ยังไม่ได้เก็บ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
nathathida วันที่ : 10/04/2018 เวลา : 19.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณ wullopp: ส่วนตัวเกรงว่าถ้าทำเป็นคลิปวีดีโออาจจะมี part ที่น่าเบื่อ ชวนง่วงค่ะ เอาจริง ๆ เรื่องตอนช่วงบ่ายนี่หลายคนง่วงนอนมาก ๆ จะตาสว่างได้ก็ตอนลงมาปฏิบัติแล้วนั่นแหละค่ะ แล้วส่วนตัวเอง การฟังแค่บรรยายก็ยังไม่เข้าใจเท่ากับลงมือทำแล้วมีการอธิบายจากเจ้าหน้าที่ระหว่างลงมือด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
wullopp วันที่ : 10/04/2018 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอแสดงความชื่นชม
และ
ขอกราบเรียน-เรียนเสนอ
ให้ทำเป็นชุดบทเรียน วิดีโอ

นำขึ้น Youtube
เป็นสมบัติสาะารณะของประเทศไทย ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 แม่มดเดือนMarch ถูกใจสิ่งนี้ (1)
nathathida วันที่ : 08/04/2018 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณแม่มดเดือนMarch: คุ้น ๆ ว่าลูกชายคุณแม่มดจะคล้าย ๆ เรา คือเรียนกฎหมายเหมือนกัน แล้วยังจะชอบประวัติศาสตร์และโบราณคดีเหมือนกันอีก ส่วนตัวก็ดีใจเหมือนกันค่ะที่เห็นคนรุ่นใหม่สนใจงานพวกนี้ การเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีความรู้ก็ช่วยงานนักโบราณคดีส่วนหนึ่งด้วย อย่างน้อยสมาชิกที่เข้าอบรมก็พอจะอธิบายให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ รับฟังและทำความเข้าใจเกี่ยวกับงานด้านนี้ได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
nathathida วันที่ : 08/04/2018 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณนายยั้งคิด: พอได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับงานด้านนี้ก็รู้เลยว่างานด้านโบราณคดีไม่ใช่ง่าย ๆ ค่ะ ทุกขั้นตอนต้องใช้ความละเอียด รอบคอบ ความรู้ที่เรียนมา ประสบการณ์ ฯลฯ ของที่เห็นตั้งโชว์ในพิพิธภัณฑ์ก็ผ่านกระบวนการเหล่านี้มาทั้งสิ้น บางครั้งการที่เราได้เห็นมันตั้งโชว์สวยงามก็อาจจะไม่รู้ว่ากว่าจะได้มาทั้งของและคำอธิบายต่าง ๆ มันต้องผ่านความยากลำบากอะไรมาบ้างนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 08/04/2018 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

น่าชื่นชมคนรุ่นใหม่ที่สนใจงานลึกซึ้งเช่นนี้นะคะ
ลูกชายแม่มดเรียนกฎหมายแต่ชอบประวัติศาสตร์และโบราณคดีมากๆเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 08/04/2018 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

บ่งการอบรมออกเป็น 2 ช่วง ช่วงเช้าเป็นการอบรมการจัดการโบราณวัตถุ โดยคุณศศิธร โตวินัส ภัณฑารักษ์จากพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา ในเบื้องต้นก็มีการปูพื้นฐาน ทำความเข้าใจง่าย ๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงานทางโบราณคดีว่ามีขั้นตอนยังไงบ้าง เริ่มจากการสำรวจ จากนั้นทำการขุดค้น แล้วนำสิ่งที่ค้นพบมาทำการวิเคราะห์ ทั้งทางด้านสังคมศาสตร์และด้านวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์แล้วก็ต้องมาแปลความหมายกันอีกที จากนั้นจึงจะเขียนรายงาน เมื่อเขียนรายงานแล้วก็นำสิ่งที่ค้นพบส่งมอบให้พิพิธภัณฑ์ที่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบนั้น ๆ ต่อไป
.....................................
วิธีการมิใช่น้อยเลยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน