วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน 2551
เวียดนามพบสมุนไพรรักษาโรคอัลไซเมอร์
Posted by
เนเจอร์คลับ
,
ผู้อ่าน : 162
, 22:52:29 น.
| หมวดหมู่ :
มองอินโดจีน
สุขภาพ
พิมพ์หน้านี้
| เวียดนามพบสมุนไพรรักษาโรคอัลไซเมอร์ |
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ | 16 มิถุนายน 2551 17:01 น. |
 |
 | | พืชสมุนไพรในตระกูลเฟิร์นที่มีชื่อว่า Toothed clubmoss ซึ่งเป็นชนิดที่หายากและถูกบันทึกลงในหนังสือปกแดงว่าเป็นพันธุ์ที่กำลังจะสูญพันธุ์ ทั้งนี้ พืชดังกล่าวได้รับความสนใจเพราะมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยรักษาโรคอัลไซเมอร์ หรือความจำเลื่อมได้. |
|  | ผู้จัดการออนไลน์-- ได้มีการค้นพบต้นพืชตระกูลเฟิร์นชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Toothed clubmoss ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่หายากและมีคุณสมบัติในการนำไปทำเป็นยา ก่อนหน้านี้ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ ทำให้บางส่วนถูกลักลอบนำไปขายให้กับพ่อค้าชาวจีน การค้นพบใหม่มีขึ้นในป่าลึก บนภูเขาที่มีความสูง 1,000 เมตร ใน จ.เลิมด่ง เขตที่ราบสูงภาคกลางของประเทศ นักวิทยาศาสตร์เคยค้นพบเฟิร์นชนิดเดียวกันนี้บนภูขาที่มีความสูงกว่า 1,000 เมตรเช่นเดียวกันในเขตเมืองซาปา (Sapa) จ.ล่าวกาย (Lao Cai) พืชชนิดนี้ถูกบันทึกลงในหนังสือปกแดง (World Red Book) ว่าเป็นพันธุ์พืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ และเป็นกลุ่มที่อยู่ในการดูแลของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมสำหรับพืชสมุนไพรหายากอีกด้วย สมุนไพรชนิดนี้เคยถูกนำมาใช้ในประเทศจีนเมื่อหลายร้อยปีก่อนเพื่อรักษาอาการอักเสบ ไข้หวัด และอาการผิดปกติของเลือด จากการทดสอบเมื่อเร็วๆ นี้ที่ประเทศจีน ได้แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติที่สามารถช่วยป้องกันระบบประสาทได้ พืชชนิดนี้ได้ถูกนำมาทดสอบโดยหวังว่าจะเป็นอีกหนทางหนึ่งในการช่วยรักษาโรคที่เกิดจากความเสื่อมสภาพของระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคอัลไซเมอร์ สารสกัดที่สำคัญของพืชสมุนไพรนี้คือ สารฮิวเปอร์ซีน เอ (Huperzine A) สกัดได้เป็นครั้งแรกโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนในปี 1948 ทำให้ได้รับความสนใจอย่างมากจากบรรดานักวิทยาศาสตร์ชาวตะวันตก สารสกัดนี้เป็นสารที่พบในเอ็นไซม์อะซีทีลคลอริเนสเตอเรส ซึ่งมีโครงสร้างและกระบวนการทำงานคล้ายคลึงกับยาที่ชื่อ กาลันทามีน (galantamine) และโดนีเพซีล (donepezil) ที่ใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ โดยจากการทดสอบทางคลินิคในจีนเผยว่า สารฮิวเปอร์ซีน เอ มีคุณสมบัติที่เทียบเท่ากับยารักษาโรคตามท้องตลาด และอาจจะปลอดภัยมากกว่าในแง่ของผลข้างเคียง ปัจจุบันนี้ สถาบันผู้สูงวัยแห่งชาติ (National Institute on Aging) ในสหรัฐฯ ได้ทำการทดสอบทางคลินิกในขั้นที่ 2 เพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสารสกัดดังกล่าวเพื่อนำมาใช้ในการรักษาโรคความจำเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ ให้กับผู้ป่วยในกลุ่มตัวอย่าง นอกจากนี้ ยังถูกนำมาทดสอบประสิทธิภาพในการักษาโรคลมบ้าหมู (epilepsy) โดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด (Harvard University) ซึ่งได้ทำการทดสอบคุณประโยชน์และผลกระทบที่อาจตามมา โดยอาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ไม่ชื่นชอบกับวิธีการรักษาที่มีอยู่ในปัจจุบัน.
|
|
|