• neananok
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_paikaew@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 4211
  • จำนวนผู้โหวต : 100
  • ส่ง msg :
หัวใจรักดวงนี้มอบให้นวนิยายไปจนหมดสิ้น
สำหรับคอนิยายค่ะ มาร่วมแบ่งปันความรู้สึกดี ๆ ผ่านตัวอักษรกันนะคะ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/neananok
วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน 2551
Club Love ตอน 2
Posted by neananok , ผู้อ่าน : 66 , 20:22:28 น.   | หมวดหมู่ : Club Love  
พิมพ์หน้านี้


สองชั่วโมงผ่านไปอมราวดีเริ่มใช้ผ้าขนหนูขนาดเล็ก (ยืมเพื่อนอีกนั่นแหละ) ขึ้นเช็ดหยาดเหงื่อพราวบนใบหน้าเป็นระยะ ครั้งสุดท้ายที่เธอออกกำลังกายก็คงจะเป็นในชั่วโมงพละสมัยเรียนมัธยม หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องเป็นการเดินชอปปิ้งบ้าระห่ำเสียมากกว่าจะลุกขึ้นไปวิ่งเหยาะๆ บนเครื่องออกกำลังกายเช่นนี้

ส่วนคนที่กระตือรือร้นอยากมาก็อาการหนักใช่ย่อย จากเดิมคึกๆ ตอนนี้เลยเหลือแค่ก้าวยาวๆ บนลู่วิ่ง ชนิดที่ใครเห็นตอบได้ทันทีว่าเธอเพียงแค่เดินกินลมชมวิวเท่านั้น

อมราวดีเริ่มคันปากอยากซ้ำเติมเพื่อน เป็นไงล่ะ แค่วันแรกก็หมดแรงเสียแล้ว คุ้มไหมกับเงินที่เสียไป แต่เจ้าตัวดูเหมือนจะรู้ทันเอ่ยปากขอตัวไปสอบถามเรื่องบริการสระว่ายน้ำเสียก่อน

เครื่องค่อยๆ หยุดทำงานเมื่อครบเวลายี่สิบนาทีที่ตั้งไว้ คนวิ่งเหยาะๆ เลยตั้งท่าจะลงจากเครื่องทันที พลางบอกกับตัวเองว่าจะไม่มีวันยอมทรมานตัวเองเช่นนี้อีกแล้ว

“อย่าเพิ่งลงครับ”

เสียงใครบางคนเตือนขึ้น แต่ไม่ทันเสียแล้ว หล่อนก้าวขาออกจากลู่วิ่งจะลงมายืนที่พื้นด้านข้าง แล้วอยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนขาล้าพร้อมกับอาการเวียนศีรษะเล็กน้อยตามมาเป็นระลอก

มือบางเอื้อมไปคว้าช่วงเหล็กแท่งกลมคว้าไว้เป็นหลักยึดทรงตัว แต่กะระยะพลาดไปนิ้วเรียวคว้าได้แต่อากาศว่างเปล่าเลยยืนเคว้งอยู่ตรงนั้นไม่กล้าขยับตัว

อันที่จริงหล่อนไม่ได้เวียนศีรษะอะไรมากมาย แต่มันก็มากพอที่สมองจะสั่งการว่าควรยืนนิ่งๆ สักครู่มากกว่าจะขยับไปไหนเท่านั้น แต่คนหวังดีกลับเดินเข้ามายืนซ้อนด้านหลังถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย

“ไหวไหมครับคุณ”

อมราวดีไม่ได้ส่งเสียงตอบออกไปมัวแต่พยายามทรงตัวอยู่ คนถามเลยพูดต่อ

“อย่าเพิ่งก้าวไปไหนนะครับ ลองค่อยๆ ยกมือขึ้นสลัดก่อน หรือพับขาไปด้านหลังก็ได้ เป็นการยืดกล้ามเนื้อก่อน”

หญิงสาวไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดแต่ก็เริ่มยกมือขึ้นสะบัดๆ อย่างว่าง่าย

“ที่จริงเพิ่งวิ่งเสร็จใหม่ๆ ไม่ควรจะหยุดทันทีนะครับ ควรจะเดินช้าๆ บนลู่วิ่งสักห้านาทีก่อน ให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย หรือพอปิดเครื่องแล้วก็ควรจะยืนสะบัดแขนขาบนลู่วิ่งสักครู่ ไม่อย่างนั้นอาจจะเวียนหัวได้”

อมราวดีฟังเสียงเจ้ากี้เจ้าการที่บังอาจโผล่มาสั่งสอนหล่อนด้วยความขัดหูเล็กน้อย แต่ทว่าในน้ำเสียงนั้นกลับเจือไปด้วยสิ่งที่เรียกว่าน้ำใจมากกว่าจะเป็นการหมิ่นแคลนในความไม่รู้ประสาของเธอ หญิงสาวจึงยอมรับฟังด้วยอาการสงบได้

“ทีนี้ลงพับขาไปด้านหลังครับ เหยียดปลายเท้าขึ้นมาหาสะโพให้หัวเข่าชี้ลงพื้นแล้วค้างไว้สักห้าวินาที” เขาสั่งต่ออีก คราวนี้หญิงสาวไม่ลังเลที่จะทำตาม

“ดีครับ ทำซ้ำที่เท้าซ้ายด้วย”

หญิงสาวรู้สึกเหมือนตนเองเป็นเพียงเด็กนักเรียนที่ไม่รู้ประสีประสาอะไรเลย ในขณะที่เขาเป็นเหมือนครูผู้แสนจะใจดีค่อยๆ สอนศิษย์อย่างใจเย็น

หลังจากทำซ้ำสลับกันไปอีกสองรอบ อาการเวียนศีรษะก็เริ่มจางหายไป หญิงสาวเลยถือโอกาสหันหลังกลับไปจะเอ่ยปากขอบคุณผู้มีอุปการคุณเสียหน่อย

อารามรีบร้อนประกอบกับไม่ค่อยคุ้นเคยกับรองเท้าผ้าใบของเพื่อนที่หลวมเล็กน้อย เท้าข้างหนึ่งดันไปเหยียบเชือกผู้กรองเท้าอีกข้างที่หลุดร่นออกมา ขาเลยขวิดเข้าหากัน ยืนทรงตัวไม่อยู่ขึ้นมาจริงๆ

หญิงสาวเซเสียหลักจะล้มใส่ลู่วิ่งที่เพิ่งลงมาเมื่อครู่ยังดีที่คนมีน้ำใจคนเดิมยืนอยู่ไม่ห่างนักและมือไวพอที่จะคว้าท่อนแขนเรียวๆ ของหล่อนไว้ได้ทัน

โอ๊ย... ช่างหน้าขายหน้าเหลือเกินอมราวดีเอ๊ย...

มือหนาช่วยยุดร่างหญิงสาวไว้อย่างสุภาพ เขาแตะมือลงกับช่วงเอวของเธอไว้เพื่อพยุงให้ลุกขึ้น ท่อนแขนหนาๆ โอบประคองร่างบางให้ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แต่ถึงจะสุภาพอย่างไร หญิงสาวก็อดใจสั่นไม่ได้อยู่ดี

ถึงจะเป็นศิษย์เก่านักเรียนนอก แต่ผู้หญิงอย่างอมราวดีเคยอยู่ใกล้ชิดผู้ชายมากถึงขนาดนี้เสียที่ไหนกันเล่า

พอตั้งหลักขึ้นยืนได้อีกครั้งอมราวดีก็หันไปส่งยิ้มเก้อเขินพร้อมกับเอ่ยปากขอบคุณเขาเสียงแผ่ว อับอายเกินกว่าจะมองหน้าเขาตรงๆ

“ขอบคุณนะคะ... คุณ...”

หล่อนตั้งใจจะเอ่ยปากถามชื่อ แต่เสียงกลับเลือนหายไปในลำคอทันทีที่ได้เห็นภาพตรงหน้า

ผู้ชายเจ้าของเสียงทุ้มๆ และน้ำใจไมตรีเป็นชายสูงราวหกฟุต รูปร่างกำยำล่ำสันสมเป็นชายชาตรี ดวงหน้าขาวๆ ชวนมองไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปากเรียวบางราวอิสตรี จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วเข้มและดวงตาสีดำขลับทว่าทรงพลังคู่นั้นพุ่งตรงมายังหญิงสาวที่อายม้วนไม่วางตา

เขาสวมเสื้อกีฬาสีขาวทรงโปโลแขนสั้นสีขาว ตรงอกเสื้อมีโลโก้ยี่ห้อดังระดับโลกติดอยู่ กับกางเกงวอล์มสีกรมท่าดูเรียบง่ายเช่นเดียวกับรองเท้ากีฬาคู่ใหญ่สีขาวเข้าชุดกัน แต่ทุกชิ้นล้วนมาจากยี่ห้อดังแตกต่างกันไป

ช่วงอกเลยมาจนถึงท่อนแขนของชายหนุ่มล้วนประกอบไปด้วยมัดกล้ามชวนหลงใหล ไม่ได้มากมายเหมือนนักเพาะกายหรือนักกล้าม แต่ชวนมองด้วยหุ่นอย่างนักกีฬามากกว่า

ชายหนุ่มส่งยิ้มให้อมราวดีเล็กน้อย แต่สำหรับหล่อนแล้วมันช่างเป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความจริงใจและมิตรภาพที่งดงามที่สุดเท่าที่หล่อนเคยพบมาเลยทีเดียว

“ผมโรมครับ” เขาเอ่ยปากแนะนำตัวเอง ต่อคำในประโยคเลือนหายของหล่อนด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม

หญิงสาวเริ่มได้สติกลับมาสนใจผู้ชายตรงหน้าทั้งที่ในจิตใจเริ่มสับสนวุ่นวายอย่างไม่น่าเชื่อ

“เอ่อค่ะ... ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันชื่อ...”

หล่อนตอบตะกุกตะกักกลับไป ให้ตายสิ... ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอใครหล่อได้ใจอย่างนี้มาก่อนเลย แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยชื่อเล่นที่ถูกต้องของตนเอง เสียงเพื่อนตัวดีก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“หนูดี หิวน้ำไหม” บราลีไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย เดินกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำเย็นๆ สองแก้ว ยิ้มร่ามาแต่ไกล

ชายตรงหน้าอมราวดีเหลือบตาไปมองบราลีเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาพูดกับหล่อนอีกครั้ง

“ครับคุณหนูดี ยินดีที่ได้รู้จัก เพื่อคุณมาแล้วผมขอตัวก่อนแล้วนะครับ”

อมราวดีอ้าปากจะค้าน หล่อนไม่ได้ชื่อหนูดี มีเพียงบราลีเท่านั้นที่ตั้งชื่อเพี้ยนๆ นี้ให้ แต่ไม่ทันเสียแล้วคุณโรมผู้แสนดีหันหลังกลับและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวส่งสายมองตามแผ่นหลังกว้างๆ ของเขาไปโดยไม่รู้ตัว ใจอยากอ้าปากเอ่ยเรียกเขาไว้ก่อนแต่ก็ไม่รู้ว่าเสียงหายไปไหนหมด นึกอยากมองหน้าเขาให้นานกว่านี้แต่ก็จนใจ ในเมื่อเจ้าตัวเดินผ่านประตูออกไปห้องอื่นแล้ว มีก็แต่เพื่อนสนิทตัวร้ายเดินถือแก้วน้ำเย็นฉ่ำมาบริการให้ถึงมือ

“เป็นอะไรหนูดี ตาค้างเชียว มองอะไรเหรอ” บราลีถามพาซื่อทั้งที่เห็นหนุ่มหล่อมาคุยกับเพื่อนตนตั้งแต่ต้น

“เปล๊า...” คนตาค้างทำเสียงสูงปฏิเสธ ไม่ยอมตอบรับให้เพื่อนต้องสงสัย

“เปล่าอะไรกัน ฉันเห็นอยู่ตำตา ใครกันเหรอ ดารานักร้อง หรือว่าลูกท่านหลานเธอที่ไหน” เสียงเพื่อนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเต็มที่ ก็ตามปกติอมราวดีเคยสนใจผู้ชายเสียที่ไหน วันๆ ทำแต่งานอยู่อย่างนี้ ดูอย่างหล่อนสิ ขนาดสนใจผู้ชายเต็มที่ก็ยังไม่มีคู่รักเป็นตัวเป็นตนเลย นับประสาอะไรกับผู้หญิงที่หวงความโสดเสียยิ่งกว่าจงอางหาวงไข่อย่าอมราวดีเล่า

“ฉันจะไปรู้เหรอ” อมราวดีตอบตามตรง ใจเริ่มเข้าใจเพื่อนมากขึ้น

เหตุผลหนึ่งที่บราลีเลือกสปอตคลับแห่งนี้ก็เพราะรู้ดีว่าสมาชิกส่วนใหญ่ของที่นี่ค่อนข้างจะมีฐานะร่ำรวย ดังนั้นจึงไม่แปลกหากผู้ชายหล่อล่ำเมื่อครู่จะกลายเป็นลูกหลานคนสำคัญที่ไหน แต่ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดในตอนนี้ก็คือ...

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาเป็นใคร” 

อมราวดีได้ยินเสียงตัวตอบเพื่อนไปอย่างเลื่อนลอยเลยไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้ารู้เท่าทันของเพื่อนได้เลย

นับจากคุณโรมผู้แสนดีเดินจากไป อมราวดีก็พยายามเดินสำรวจตรวจสอบไปเสียเกือบทุกที่ในสปอตคลับ ชนิดที่เกือบจะเรียกได้ว่าเดินทัวร์จนทั่วอีกหนึ่งรอบแต่ก็ยังไม่มีวี่แววของชายหนุ่มนิสัยดีคนนั้นจวบจนบราลีเดินมาตามอย่างงงๆ ว่าเพื่อนกำลังทำอะไรอยู่นั่นแหละ อมราวดีจึงยอมถอยทัพเดินตามเพื่อนกลับบ้านไปอย่างหงอยเหงา

“เป็นอะไรของเธออีกละนี่ เหม่อจริงเชียว ฉันเรียกตั้งหลายทีแล้วนะ” บราลีปลุกเธอตื่นจากภวังค์ในเย็นวันนั้นเองที่ร้านอาหาร

หลังจากออกจากสปอตคลับทั้งคู่ก็ตรงไปร้านอาหารเจ้าประจำสั่งเมนูเด็ดหลายรายการ แต่พออาหารเลิศรสมาวางตรงหน้าหญิงสาวกลับไม่ค่อยจะใส่ใจอยากรับประทานเท่าที่ควร ทั้งที่เหน็ดเหนื่อยกับการออกกำลังกายมาทั้งวันแล้ว

“เปล่าๆ แค่คิดอะไรเพลินๆ” หญิงสาวบอกปัดอีกตามเคย แต่ใจยังวนเวียนคิดถึงแต่ใบหน้าขาวๆ ริมฝีปากเรียวบางคู่นั้นไม่ห่างหาย

“เลิกคิดได้แล้ว หิวจะแย่ ไม่เคยคิดเล้ย... ออกกำลังกายแค่สองชั่วจะทำให้หิวได้มากถึงขนาดนี้”

อมราวดีตักอาหารเข้าปาก ต่อมรับรสไม่ค่อยทำงานดังปกติ ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่

หลังจากอาหารมือหนักท้องผ่านพ้นไปสองสาวแยกย้ายกลับบ้าน แต่บราลียังไม่วายเอ่ยทิ้งท้ายให้บาดใจ

“รีบกลับไปนอนเอาแรง เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะมาสปอตคลับแต่เช้าวันอาทิตย์คนคงเยอะ เผื่อจะได้รู้จักหนุ่มๆ บ้างฮ่าๆ”

คนฟังได้แต่ค้อนปะหลับปะเหลือกใส่เพื่อน ด้วยความหมั่นไส้แกมอิจฉา

ชั่วชีวิตของอมราวดีไม่เคยศรัทธาในรักแรกพบ คนเราจะรักกันได้อย่างไรตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบกัน ขนาดคนที่คบหากันมาเนิ่นนานเป็นสิบปียังเลิกรากันได้ นับประสาอะไรกับคนที่ไม่เคยรู้จักมักจี่กันมาก่อน แต่ทว่า...

วินาทีที่ได้พบกับเขา หล่อนถึงได้รู้ว่า... ชีวิตมีอะไรมากกว่านั้น

ทุกสิ่งรอบกายดูเหมือนจะหยุดอยู่กับที่ ภาพรอบกายคล้ายจะเลือนหายไปจากความรู้สึกไม่มีอะไรมีความหมายอีกแล้วนอกจากดวงตาทรงพลังคู่นั้น

หล่อนไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่าอยากพบเขาอีกสักรั้ง อยากรู้จักเขามากกว่านี้อีกสักหน่อยเท่านั้น...

เอ... หรือว่าเธอมีรักแรกพบเสียแล้ว

อมราวดีไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหล่อนทำลงไปแล้วจริงๆ 

หลังจากนอนกระสับกระส่ายวนเวียนคิดถึงแต่เรื่องไม่คาดฝันจนในที่สุดอมราวดีก็ต้องยอกรับกับตัวเอง... เธอหยุดคิดถึงเขาไม่ได้เลย

เช้าวันใหม่หญิงสาวไม่รอช้า ยกหูโทรศัพท์ต่อสายถึงเพื่อนรักตั้งแต่เช้าตรู่ แม้จะยังงงๆ อยู่บ้างแต่บราลีก็ยิ้มแย้มยินดีกับการตัดสินกลับลำของเธออย่างหาที่สุดไม่ได้

“สมัครรายปีเลยดีไหมหนูดี ประหยัดกว่ารายเดือนตั้งเยอะแน่ะ” บราลีเอ่ยปากชวนทีเล่นทีจริงและไม่แปลกใจเลยกับคำตอบที่ได้รับ

“ให้มันน้อยๆ หน่อย รายเดือนก็เหลือแหล่แล้วแบม แล้วฉันคงไม่คิดจะใช้บริการมากกว่าเดือนหรอกน่า”

“ให้มันจริงเถอะ พอถึงเวลาเข้าจริงเธออาจจะเป็นสมาชิกอยู่เป็นปี ส่วนฉันเผ่นตั้งแต่เดือนแรกเลยก็ได้นะ”

“ฉันว่าเธอไม่ไปไหนง่ายๆ หรอกแบม อย่างน้อยก็จนกว่าจะหาแฟนในสปอตคลับได้นั่นแหละ” อมราวดีแหย่กลับแต่เพื่อนหาได้สะทกสะท้านไม่

“ก็แน่สิยะ ลงทุนตั้งแพงแล้วนี่ ก็ต้องเอาให้คุ้ม”

เพียงยื่นบัตรเครดิตที่แทบจะไม่ค่อยได้หยิบออกจากกระเป๋ามาใช้นัก ให้พนักงานสาวคนเดิมไปพร้อมกับลงลายมือชื่อในเอกสารไม่กี่แห่ง หญิงสาวก็สูญเงินหลายหมื่นไปในชั่วพริบตา

“เป็นอะไรของเธอหน้ามุ่ยเชียว นี่อย่าบอกนะว่าเสียดายเงิน” เสียงบราลีพูดดักคอ คนเสียตังค์เลยหันไปส่งสายตาอาฆาตใส่เพื่อนเล็กน้อยก่อนจะลงนามกำกับการเสียเงินโดยใช่เหตุเป็นจุดสุดท้ายในเอกสาร

“ก็เสียดาย” อมราวดียอมรับเสียงอ่อย ระหว่างที่พนักงานรับสมัครรับเอกสารไปตรวจสอบอยู่ “แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ ที่นี่มีครบทุกอย่าง ฉันก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไหร่ มากับเธอคงจะสนุกดี”

บราลีส่งสายตาเหมือนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน เพื่อนเลยต้องให้เหตุผลต่ออีกหน่อย

“อ้าว ไม่ดีรึไง ไหนเธออยากให้ฉันมาด้วยนักหนา”

“ไอ้ดีมันก็ดีแน่ๆ อยู่แล้วหละหนูดี เพียงแต่ฉันสงสัยมันเกิดอะไรขึ้นกันหว่า ไอ้ฉันนะชวนแทบตายเธอก็ไม่ยอมใจอ่อน แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นอยู่ดีๆ ก็อยากสมัครสมาชิกขึ้นมาอย่างนั้นแหละ”

“ก็บอกไปแล้วไง ที่นี่บริการดี”

“อย่ามาเมาท์หน่อยเลย ไปปิ๊งใครก็ยอมรับมาตรงๆ ดีกว่า”

“จะบ้าเหรอ” หญิงสาวร้องเสียงหลงกลบเกลื่อนความผิด เอ๊ย ความลับในจิตใจ

จะว่าไปหล่อนก็คงไม่ถึงขั้นรู้สึกอะไรมากมายอย่างเพื่อนว่าหรอก มันคงเป็นแค่ความอยากรู้... อยากรู้จักเขาให้มากกว่านี้ เอ๊ย... อยากดูแลสุขภาพตัวเองด้วยการออกกำลังกายต่างหากล่ะ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผู้ชายหล่อล่ำนิสัยดีนามว่า ‘โรม’ เสียหน่อย

“ฮั่นแน่... หน้าแดง” บราลีทำเสียงเล็กเสียงน้อย ยกมือขึ้นชี้แก้มเพื่อน “ยอมรับมาซะดีๆ นะหนูดี ใครคือชายผู้โชคร้ายคนนั้น”

“บ้า... โชคร้ายอะไรของเธอพูดให้มันดีๆ นะ”

“ยอมรับมาก่อนว่าปิ๊งใครแล้วฉันถึงจะบอก”

เพื่อนยื่นข้อเสนอ แต่อมราวดีไม่หลงกลเสียให้ยาก “ไม่มีใครทั้งนั้นแหละแบม ฉันก็แค่อยากออกกำลังกายเท่านั้น”

“แน่ใจนะ...”

“แน่สิ แล้วถ้าเธอถามฉันอีกคำเดียวละก็... ฉันอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะ”

อมราวดีขู่เรียบๆ แต่เพื่อนไม่มีสลด

“เปลี่ยนใจก็สายไปแล้วย่ะหนูดี เธอจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ใครที่ไหนเค้าจะยอมคืนเงินให้เธอ แล้วอย่างคุณหนูอมราวดีน่ะ ไม่มีวันยอมจ่ายเงินโดยไม่ได้อะไรกลับคืนมาหรอกฉันรู้ดี

สิ้นเสียงประกาศ คนพูดก็หัวเราะชอบอกชอบใจเสียเอง ส่วนคนฟังกลับเถียงไม่ออกสักคำ อย่าว่าแต่บราลีเลย หล่อนก็ยังไม่เข้าใจการกระทำของตัวเองสักเท่าไหร่เลย

อยู่ดีไม่ว่าดี ยอมเสียเงินตั้งมากมายเพียงเพราะ... อยากจะพบหน้าเขาแม้เพียงอีกสักครั้งก็ยังดี

ช่างเป็นการลงทุนที่โง่สิ้นดี...

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปนักลงทุนเริ่มเสียศูนย์ความมั่นใจลงไปเรื่อยๆ หล่อนพยายามเข้ามาใช้บริการสปอตคลับมากอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งในช่วงวันหยุดราชการเลยไปจนถึงช่วงค่ำหลังเลิกงาน ส่วนคนที่อยากมาออกกำลังกายตั้งแต่แรกกลับเริ่มบ่นอุบ

“นี่เธอไม่เหนื่อยบ้างรึไงหนูดีมาเกือบทุกวันเลยนะ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอีก นี่ถ้ามีรางวัลผู้ใช้บริการยอดเยี่ยมเธอได้ที่หนึ่งชัวร์” 

บราลีบ่นไปเรื่อย คงคิดว่าเพื่อนชวนมาบ่อยเกินคาดเพราะกลัวเสียเงินไปแล้วจะใช้ไม่คุ้มเสียละมากกว่าหารู้ไม่ว่าอมราวดีลืมเรื่องตัวเลขที่จ่ายไปเสียสนิท

ทุกวันที่มาเยือนสปอตคลับหญิงสาวพยายามเข้าไปใช้บริการยังส่วนต่างๆ หรืออย่างน้อยก็เดินผ่านไปเยี่ยมเยือนพอให้รู้ว่าเป้าหมายอยู่ที่นั่นหรือไม่ แต่จนแล้วจนรอดหล่อนก็ยังไม่ได้พบคุณโรมคนดีอีกเลย

“มองหาใครยะหนูดี คอยืดคอยาวจนยีราฟเรียกพี่แล้วนะ”

“เปล๊า...” หญิงสาวตอบอย่างไทยแท้ บอกปัดไว้ก่อนเป็นดีที่สุด แล้วก็แสร้งกลับมาสนใจกับหน้าปัดควบคุมเวลาของเครื่องก้าวขึ้นลงแบบขั้นบันได ปรับระดับความยากขึ้นไปอีกสองขั้นรวดให้หนักหนาขึ้นเพื่อที่สมองจะได้ลืมเรื่องบ้าๆ นั่นไปเสีย

บราลีไม่ได้ซักถามอะไรต่อ เอ่ยปากขอตัวไปหาน้ำดื่มทั้งที่ตรงหน้าก็มีขวดน้ำแร่ที่เตรียมเองวางอยู่ถึงสองขวด

“เปลือง ไม่กินแล้วถือมาทำไมให้หนัก” อมราวดีต่อว่าเพื่อนอย่างอดไม่ได้เลยได้รอยยิ้มกวนประสาทกลับมาแทน

“เสียเหงื่อแล้วหิวน้ำอัดลม”

“บ้า ถ้าเธอคิดจะดื่มน้ำอัดลมแล้วจะมาออกกำลังกายทำไมให้เมื่อยกันแบม แบบนี้คงไม่มีทางกลับไปใส่ไซด์ M ได้หรอก”

คำปรามาสของเพื่อนไม่ได้ทำให้บราลีเปลี่ยนใจเลยแม้แต่น้อย กลับก้าวลงจากเครื่องออกกำลังพร้อมกับหัวเราะชอบใจไปด้วย

“แหม... เดี๋ยวนี้มีความรู้เรื่องลดน้ำหนักดีเสียจริงนะยะหนูดี”

คนรู้ดีไม่อยากโต้ตอบ ไม่ให้รู้ดีได้อย่างไร ตั้งแต่มาเป็นสมาชิกใหม่ที่นี่หล่อนก็เริ่มสนใจเรื่องการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมได้อย่างไม่น่าเชื่อ

จริงอยู่ทั้งบราลีและตัวเธอเองจัดว่าเป็นผู้หญิงรูปร่างดีคนหนึ่ง แต่พอได้ก้าวขึ้นเครื่องออกกำลังกายเท่านั้น หญิงสาวก็เริ่มไม่อยากให้เหงื่อทุกหยดต้องสูญเปล่าเพียงเพราะการกินอย่างไม่ระวังหลังออกกำลังกาย

“แต่รู้อะไรไหมหนูดี เธอน่ะเชยเสียแล้ว เดี๋ยวนี้เค้ามีน้ำอัดลมชนิดปราศจากน้ำตาลย่ะ เหมาะกับสาวใสซาบซ่าอย่างฉันที่สุด”

จบคำบราลีก็เดินจากไปด้วยรอยยิ้ม ไม่รู้ว่าอารมณ์ดีอะไรนักหนา คนเตือนเลยได้แต่พยายามบังคับขาทั้งสองข้างของตนเองให้ออกแรงเหยียบไอ้ขั้นบันไดจำลองนี่ให้หนักขึ้นเรื่อยๆ แต่ยิ่งก้าวขาก็ยิ่งล้าลงไปเท่านั้น

พอไม่มีเพื่อนอยู่ใกล้ๆ หัวสมองเจ้ากรรมก็ดันเริ่มคิดถึงใบหน้าขาวๆ คิ้วเข้มๆ กับร่างกายสูงใหญ่กำยำนั่นอีกแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นตัวเอง

เพียงแค่สบตามันจะมีอิทธิพลอะไรนักหนา เสียเงินไปตั้งมากยังไม่สำนึกอีก ยังมัวแต่เหลียวซ้ายแลขวามองหาแต่เขาอยู่ร่ำไป... ยัยอมราวดีเอ๊ย... น่าเศร้าใจเหลือเกิน

ใจเริ่มอนาถตัวเอง มือก็เอื้อมไปกดเพิ่มระดับความยากขึ้นไปอีกขั้นทั้งที่เพิ่งจะเริ่มเล่นมาได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ร่างกายยังปรับสภาพได้ไม่ดีนัก แต่หญิงสาวไม่สนใจ หล่อนเสียเงินมาแล้วนี่ต้องใช้ให้คุ้มจริงๆ อย่างที่บราลีว่านั่นแหละ

คนอย่างอมราวดี ไม่เคยลงทุนอะไรโดยสูญเปล่าเด็ดขาด

กับอีกแค่เครื่องออกกำลังกายจะทำอะไรหล่อนได้นอกจากเสียเหงื่อ ในเมื่อไม่เจอคนที่อยากเจอก็เร่งสร้างเหงื่อให้หนักขึ้นเสียเลย จะได้ลืมเรื่องรกสมองเหล่านี้เสียที

เวลาผ่านไปอีกเกือบสองนาที หญิงสาวเริ่มรู้สึกเหมือนจะขาดใจ นี่ถ้าบราลีมาลองใช้เครื่องขั้นบันไดอะไรนี่หนักๆ อย่างหล่อนบ้างละก็ รับรองได้ กางเกงสีขาวไซด์ M ไปไหนไม่รอดแน่

พอแน่ใจว่าทรมานตัวเองจนได้ที่ เอ๊ย... ร่างกายเริ่มรับไม่ไหวแล้วมือบางก็เอื้อมไปกดหน้าปัดเครื่องให้หยุดทำงานทันที จำนวนแคลอรีที่เผาผลาญได้ยังไม่เท่าอาหารจานด่วนยี่ห้อดังหนึ่งชุดที่เพิ่งจัดการลงท้องไปเมื่อมื้อกลางวันเลยด้วยซ้ำ แต่หล่อนไม่ไหวแล้ว

ว่าแล้วอมราวดีก็ไม่รอช้าก้าวลงจากเครื่องทรมานสังขารทันใดโดยลืมคิดถึงคำเตือนของคุณโรมคนดีไปเสียสนิท

...หวิว...

พื้นรอบกายเหมือนจะโคลงเคลงได้ในเสี้ยววินาที

อีกแล้วหรือนี่... หญิงสาวอุทานกับตัวเอง เจ็บแล้วไม่รู้จักจำเสียจริง

ช่วงขาที่ล้าไปหมดดูจะอาการหนักกว่าเพื่อน พอพื้นเริ่มหมุนได้เข่าก็อ่อนทรุดฮวบลงนั่งกองบนพื้นทันที

“เป็นอะไรรึเปล่าคุณ”

เสียงใครบางคนตรงรี่เข้ามาหาเธอ เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหลือประมาณ

อมราวดีเงยหน้าขึ้นไปมองคนมีน้ำใจอย่างประหม่าแต่แล้วภาพตรงหน้ากลับงดงามเหลือเกินในความรู้สึกของเธอ

“คุณโรม...”

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ครูอุ๋ย วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 20.58 น.
http://www.oknation.net/blog/kru-oui
ฉันจะดูแลเธอเอง... [ ART 2 U : http://www.oknation.net/blog/art2u ] ศิลปะบำบัด : ความสุขที่ได้จากกิจกรรมศิลปะ ไม่ใช่จากผลงานศิลปะ


สวัสดีครับ

ขอประชาสัมพันธ์สำหรับผู้ที่สนใจเขียนเรื่องสั้นวัยรุ่น เชิญส่งผลงานเข้าประกวด ตามลิ้งค์นี้ครับ http://www.sipprapa.net/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=777&Id=5368357&cpage=1
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30