พิมพ์หน้านี้
|
หนังสือที่บอกให้เราเข้าใจตัวเอง เรียนรู้ใจตัวเอง และอยู่กับตัวเองให้มากขึ้น "เข็มทิศหัวใจ" โดย ศิริรัตน์ ณ พัทลุง ต.สุวรรณ เล่มนี้ ทำให้เราตั้งรับกับความทุกข์ได้เสมอๆ และคิดไปเพียงว่า ความสุขหรือความทุกข์นั้น เมื่อมาแล้วมันก็หมดไปเสมอๆ ไม่ต้องกลัว "...เมื่อเราได้รู้ทันความกลัวจนเข้าใจตัวเองดีแล้ว เราจะสามารถกลับมารักตัวเองอย่างที่เราเป็น ทนุถนอมหัวใจของตัวเอง ดูแลความรู้สึกของตัวเอง เข้มแข็งต่อคำพูดของผู้อื่น ที่ทำให้เราตัวเล็ก ลีบ จนไม่พึงพอใจในตัวเอง แล้วเลือกที่จะน้อมรับแต่คำพูดดีๆ จากคนที่รักเราด้วยใจ มาเป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิต..." "...อย่าทิ้งขว้างเวลาในชีวิต.....ใช้ทุกวินาทีให้มีค่ากับชีวิตของตัวเอง และคนที่เรารักมากที่สุด...." "...อย่ารอวันที่แก่ลง...แล้วจึงจะหาความสุข...เพราะเวลาที่หมดไป...จะไม่มีวันหวนกลับมาหาเราอีก..." "...เราจะพบความพอใจได้ในทุกที่ แม้แต่การเดินหรือนั่งธรรมดาๆ ก็อาจให้ความรู้สึกที่เป็นสุข ได้มากกว่าความสุขที่ได้จากสิ่งบันเทิงเริงรมย์อื่นๆ..." "....การเห็นความจริงช่วยให้จิตใจเริ่มมั่นคงขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยผู้อื่นมาทำให้รู้สึกมั่นคง...พอไม่ต้องอาศัยคนอื่น...ก็ไม่ต้องทำในสิ่งที่เราไม่อยากทำ เพื่อที่จะให้ใครมารักตอบ...ให้ได้มาซึ่งความมั่นคงทางจิตใจ ใจที่มั่นคง....ช่วยให้เราสามารถมอบความรักแบบไม่มีเงื่อนไขให้ทุกคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสามี เพื่อน หรือแม้แต่พ่อแม่ของเราเอง รักพวกเขาในแบบที่เขาเป็น เพราะเข้าใจแล้วว่า... ทุกคนก็มีความกลัวในใจของตนเช่นกัน....." "...เอ๋เลิกเสแสร้งที่จะเป็นคนแข็งแกร่ง เลิกเสแสร้งที่จะเป็นคนดีจนเกินเหตุ ไม่ทำตัวร่าเริง หรือมั่นใจตลอดเวลา แต่ทำตามใจที่รู้สึกในเวลานั้น....เหงาก็บอกว่าเหงา.... เหนื่อยก็บอกว่าเหนื่อย.... รู้สึกเจ็บปวดก็รู้ไปตามนั้น ไม่มีความสุข ก็บอกไปตามจริง....อยากจะขอความช่วยเหลือก็ไม่ลังเลที่จะทำ เมื่อได้เห็นใจของตัวเอง...จึงเข้าใจผู้อื่นอย่างถ่องแท้ขึ้น และรู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว ทุกวันที่ต้องต่อสู้กับภารกิจต่างๆ ในชีวิตจึงดูง่ายดายกว่าเดิม อีกทั้งความรักในใจก็งอกงามขึ้นเรื่อยๆ ได้เรียนรู้ที่จะรักตัวเองมากขึ้นและเผื่อแผ่ไปยังคนรอบข้าง ถึงตอนนี้ก็ไม่รู้จะใส่หน้ากากไปอีกทำไม... บอกตัวเองว่า...ทำไปทำไม ถ้าทำแล้วไม่มีความสุข..." "..การที่ใจเรามีอิสระนั้น...สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด แค่ลองหันกลับมาดู "ใจ" ให้ทัน เราจะเห็น..ใจที่ยอมให้คนอื่นเข้าครอบงำ...เพียงเพื่อจะได้ไม่ถูกตำหนิ กลัวที่จะหลุดออกจากกรอบ...เพียงเพราะไม่เชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง.." "..เมื่อเราเรียนรู้ที่จะได้รู้จักกับตนเองดีแล้ว ใจของเราจะเข้มแข็งขึ้น ทำให้เรามีโอกาสที่จะเลือกวิธีการดำเนินชีวิต ด้วยตัวเองอย่างกล้าหาญ และไม่หวาดหวั่นกับสิ่งที่จะตามมาในอนาคต เพราะไม่มีอะไรที่จะน่ากลัวไปกว่า การได้เผชิญหน้ากับความจริงในใจเราเอง....." "..ความสุขที่ห่างหาย จะกลับเข้ามาแทนที่หลุมว่างในใจ โดยไม่ต้องไขว่คว้าหาความรักจากคนอื่นมาช่วยเติมเต็ม..." "เรียนรู้ที่จะเลือกและกล้าปฏิเสธ สิ่งที่เราไม่อยากทำ โดยไม่จำเป็นต้องกล่าวคำว่าของโทษทุกครั้งไป" "เลือกที่จะก้าวออกจากสังคม ที่ไม่เอื้อต่อการค้นหาตนเองของเรา สร้างสังคมใหม่ที่ช่วยให้เราได้พบวิถีชีวิตที่มีความสุข แบบเรียบง่าย และพอเพียง" "เมื่อไหร่คือ ครั้งสุดท้ายที่คุณกอดคนที่คุณรัก ทำเสียตอนนี้ก่อนที่คุณจะไม่มีโอกาสได้ทำ...." "ความไม่เข้าใจถึงความจริงของชีวิต...ทำให้เรา "ซื่อ" ซื่อจนคิดว่า คนที่พยายามทำดีที่สุดแล้วจะไม่เจอเรื่องเลวร้าย ทั้งที่เราก็รู้อยู่ว่าธรรมชาติ หรือทุกอย่างในโลก บังคับไม่ได้ แต่ก็ยังชอบหวังว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ทำให้ชีวิตของเราไม่มีความสุขเพราะมันไม่ได้ดั่งใจเรา บั่นทอนจิตใจของเรา อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วหาข้ออ้างต่างๆ เพื่อที่เราจะได้ทำตาม "ความอยาก"ของเรา โดยไม่เคยรู้จักที่จะวาง..." ในหลายๆถ้อยคำนั้น เป็นเสมือนข้อความที่เตือนใจให้เรารู้เท่าทันตัวเอง และมองลึกซึ้งเข้าไปในหัวใจของเราอยู่ตลอดเวลา เหมือนมีเพื่อนที่แสนดีคอยนั่งปลอบเพื่อนผู้แสนวุ่นวายอยู่ในโลกใบนี้ แถมบอบช้ำจากผู้คนรอบข้างมาอย่างโชกโชน ...หนังสือเล่มนี้จึงจัดได้ว่า "คือเพื่อนที่แสนดีคนหนึ่ง" ได้เลยนะ....อยากให้ลองอ่านกัน |