พิมพ์หน้านี้
|
หนังสือเล่มนี้ คือ "แนวทางสู่ความสุข" ...บทเรียนแห่งชีวิตในโลกยุคใหม่ โดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา การได้เกิดมาเป็นมนุษย์ถือว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนเราอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาเดินผ่านไปเห็นสุนัขข้างถนนที่อดอยาก หรือแม้แต่เป็ดไก่ที่ต้องถูกคนจับเอาไปกินเป็นอาหาร อ้าว...แล้วทำไมเราจึงต้องหา "แนวทางสู่ความสุข" กันอีกเล่า ? ก็เพราะมนุษย์เราไม่รู้จักพอดี...... มีสุขอยู่แล้ว ยังวิ่งเข้าหาทุกข์ พอรู้ตัวอีกที เราจึงต้องไม่วายแสวงหาความสุขมาเติมตัวเองกันบ้าง หนังสืออ่านง่ายๆและช่วยเตือนสติเราเล่มนี้จะบอกให้เรารู้และระลึกว่า " มนุษย์เราคิดอย่างไร เราก็เป็นเช่นนั้น " "หากเราต้องการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกคนหรือเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง เราเพียงแต่เปลี่ยนตัวของเราเองก่อน แล้วเราก็จะพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเราก็จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน" "จิตใจก็เหมือนกับทะเลสาบ ถ้าผิวน้ำเต็มไปด้วยระลอกคลื่น เราจะไม่สามารถมองเห็นว่าในทะเลสาบมีอะไร ไม่เห็นแม้กระทั่งเงาสะท้อนของทัศนียภาพอันสวยงามรอบทะเลสาบ แต่ถ้าทะเลสาบสงบ พื้นผิวน้ำหยุดนิ่ง เราสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ในน้ำ รวมทั้งเงาสะท้อนของทิวทัศน์รอบทะเลสาบได้ ในทำนองเดียวกัน ถ้าจิตใจของเราสงบนิ่ง เราจะสามารถมองลึกเข้าไปถึงจิตใจของเรา และยกระดับจิตใจของเราไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้" "เหตุผลที่มนุษย์มีความสับสนวุ่นวายอยู่มาก ก็เพราะมนุษย์ไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงที่จะช่วยให้ตนเองมีความสุข" เราว่ามันคือการรู้จักตนเอง และรู้ว่าเมื่อไหร่ คือ จุดที่เราควรจะพอนั่นเอง "สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ ปล่อยวาง แล้วเราจะมีแต่ความอิสระ....อิสระจากความทุกข์....อิสระจากความสับสนวุ่นวายในชีวิต" ดังนั้นถ้าเรา "ปล่อยวาง" ได้ ก็ไม่มีอะไรที่จะถือไว้อีก สุดท้าย ก็คือ ไม่โกรธ และมองทุกๆอย่างในแง่ดีเสมอๆ "เมื่อเราชี้นิ้วของเราประนามคนอื่น นิ้วอีก 3 นิ้วของเรา นิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย จะชี้มาทางตัวของเราเอง เท่ากับว่าเราได้ประนามตัวเราเองเช่นกัน" "เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น นั่นก็หมายความว่าเรามีชีวิตน้อยลงอีกหนึ่งวัน ดังนั้น จงอย่าเสียเวลา จงตั้งใจฝึกยกระดับจิตใจของเราให้สูงขึ้นตลอดเวลา ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ในทุกนาที" "อย่ายึดความสุข เพราะถึงเวลามันก็จะเปลี่ยนและเราก็จะมีความทุกข์ เราต้องทำจิตใจให้อยู่เหนือความทุกข์และความสุข" นี่แหละคือบทสรุปของการ "ปล่อยวาง" มีหลายคนถามเราว่า เอ้ย...ทำไมดูหน้าใสเชียว..หมู่นี้..... นั่นคือ ผลที่ได้จากใจที่ปล่อยวาง เมื่อจิตใจเบิกบานจากการปล่อยวาง ทำให้เราคือ มนุษย์ที่มีความสุขที่สุดในโลก..... และมากไปกว่านั้น เรายังหมั่นอ่านหนังสือที่ดี และช่วยเติมเต็มกำลังใจ และให้แต่สิ่งดีๆกับชีวิตอยู่เรื่อยๆ แล้วก็หันหน้าเข้าหาแต่เพื่อนดีๆ คิดแต่เรื่องดีๆ ทำแต่เรื่องดีๆ.......อีกหน่อยคงกลายเป็นเฒ่าทารก...อิ..อิ ท้ายบท ดร.บอกไว้ว่า แนวทางสู่ความสงบสุขมีง่ายๆก็คือ หนึ่ง. ฝึกสมาธิหรือนั่งเงียบๆทุกวัน สอง. ส่งพลังแห่งเมตตาให้ผู้อื่นด้วย สาม. ก่อนนอนให้ตรองสิ่งที่ทำมาในวันนั้น แล้วทบทวนแก้ไข สี่. คุมความโกรธ ผู้ที่ทำให้โกรธคืออาจารย์ที่ดีของเรา ห้า. ท่องชื่อผู้ที่เราศรัทธา หรือ คำอันศักดิ์สิทธิ์ไว้ จะช่วยให้เราสบายใจ...(อิ...อิ...มิน่าบางคนใช้คาถาบูชาเมีย ท่องกันทั้งวันเชียว...) หก. ร้องเพลงที่เนื้อหาดี เติมคุณค่ามนุษย์ เจ็ด. หาเพื่อนดีๆ แปด. ให้สันติแก่คนอื่น เก้า. ฝึกความเงียบ สิบ. ฝึกลมหายใจ ลึกๆช้าๆ สม่ำเสมอ สิบเอ็ด. เพิ่มคุณค่าความเป็นมนุษย์ ทำให้ได้นะจ๊ะ...แล้วเรามาตะโกนพร้อมๆกันว่า "ฉันคือคนที่มีความสุขที่ซู๊ดในโลกเล้ย....." |