พิมพ์หน้านี้
|
เพิ่งจบลงไปไม่นานกับหนังสือ เสียดายคนอินเดียไม่ได้อ่าน โดย ใบพัด ....เมื่อเด็กติ๋มออกตามหาความ Cool ไกลถึงชมพูทวีป....
ชอบที่หนังสือเล่มนี้มีน้ำหนักเบา จากเพราะกระดาษที่ใช้พิมพ์ ชื่อหนังสือก็ยังแดก(ดัน)ราวกับว่า คนอินเดียอยากจะอ่าน (อิ...อิ...) จนกระทั่งต้องเสียดายที่ไม่ได้อ่านมัน แต่เราว่าคนไทยควรเสียดายที่ไม่ได้อ่านซะมากกว่าอีก เพราะมันมีครบรสเหมือนอาหารห้าหมู่ ทั้งเศร้า โมโห(แทนคนเขียน) ปลื้ม ตื่นเต้น ดีใจ เหนื่อย กลัว และอีกหลายๆความรู้สึก ราวกับว่าได้ไปเที่ยวในทริปผจญภัยนี้พร้อมๆกับผู้เขียนยังไงยังงั้น ประสบการณ์ทั้งหมดที่มีในเล่มนี้ ยิ่งทำให้ใครๆอ่านแล้วคงไม่นึกอยากไปแบกเป้คนเดียวเข้าอินเดียกันเลยล่ะ (บางคนไปมายังเล่าว่าเกือบโดนข่มขืนกันเลยทีเดียวเชียว) ไหนใครๆบอก สวรรค์กับนรกมันอยู่ที่เดียวกัน อ่านมาตั้งนาน เพิ่งจะรู้ว่า สวรรค์ที่อินเดียก็คือ การที่เราจะได้รู้จักรักตัวเองมากขึ้นกว่าที่เป็นนั่นไง
ผมมาหาความคูล! ที่เด็ดกว่านั้น ผมรู้แล้วว่า คูลที่ผมแสวงหา มันคืออะไร ? คูล ต้องย่อมาจาก คูลค่า หรือพูดชัดๆ ก็คือ คุณค่า แน่ๆแลย คนคูลๆ จะถูกสนใจ ดูมีคุณค่า ส่วนคนไม่คูล ก็คือคนไม่มีคุณค่า ไม่มีตัวตน
เพราะในพื้นที่ๆไม่ปลอดภัยอย่างอินเดีย ทำให้ได้เข้าใจความหมายอันล้ำค่าของการมีตัวตนอยู่ในโลกที่ปลอดภัยของคนเรามากขึ้นไปอีก
เช้าๆอย่างนี้ รถวิ่งเร็วจี๋ไม่มีหยุด ผมได้อยู่ในรถของพ่อแม่ ท่านจะพาไปทางไหนไม่เห็นต้องสน เพราะปลอดภัยไม่มีหลงอยู่แล้ว การได้อยู่กับคนที่รักก็ดีอย่างนี้ มันทำให้ผมแสนจะมีความสุขในพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก คุณพ่อขับ แฟนผมนั่งเบาะหน้า ส่วนผมหนุนตักแม่นอนพริ้มตาอยู่ที่เบาะหลัง แต่ในโลกที่ผมไปเจอมา ไม่ใช่อย่างนี้เลยล่ะทุกคน มัน จริง กว่านี้ มันทำให้ผมเห็นว่า ท่ามกลางการช่วงชิงโอกาสการอยู่รอดบนโลกใบนี้ ผู้คนมีโอกาสสร้างพิษภัยระหว่างกันโดยไม่มีเวลามานึกถึงคำว่า สงสาร
ประโยคสุดท้ายนี้ฟังดูน่ากลัว แต่เรื่องขำๆก็ยังมีตลอดเส้นทางของผู้เขียน ให้เรานั่งอ่านแล้วอมยิ้ม ขำกลิ้งได้อยู่เหมือนกัน
ระหว่างทางเดินกลับโรงแรม ขณะที่การสนทนากำลังออกรสอยู่ดีๆ ผมรู้สึกเหมือนคนใกล้คลอด สิ่งที่อัดอั้นไว้ในท้องหลายวัน เหมือนกำลังต้องการออกมาดูโลก ผมเสียมารยาทเล็กน้อยที่ก้าวยาวกว่าคู่สนทนา ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว ทำไมโรงแรมถึงได้ไกลขนาดนี้ ผมไม่ควรประสบชะตากรรม ที่คุณก็รู้ว่าคืออะไร ต่อหน้าเพื่อนใหม่ สงสัยจะเป็นชาเมื่อตอนบ่ายแน่ๆ ไม่รู้คุณป้าใช้น้ำอะไรมาชง เอาหิมะหิมาลัยมาละลายหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมเริ่มทนไม่ไหว ขนมันลุกซู่ หูอื้อ ไม่ได้ยินที่เธอคุย เพราะมัวแต่เกร็งลมปราณ แบบไม่ออกอาการ แล้วผมก็มาถึงหน้าห้อง ผมยิ้มมุมปากสั่นๆ เพื่ออำลาเธอ มือก็เสียบกุญแจอย่างผิดๆถูกๆ และช่วงก้าวประมาณ 5 ก้าวจากหน้าห้องถึงห้องน้ำ ผมจะต้องปลดเปลื้องเครื่องรัดกายให้หมดสิ้น ความทุกข์ทรมานจากการไม่ได้ถ่ายมาหลายวันกำลังจะจบสิ้นลง วินาทีของการก้าวผ่านประตูห้องน้ำ ความลับบางอย่างของการเดินทางครั้งนี้ก็ปรากฏขึ้น คิ้ออกแล้ว.....
นี่แหละ ชีวิตแท้ๆจริงๆที่เหมือน น้ำผึ้งผสมมะนาว .....มีทั้งทุกข์และสุขปนเปื้อนกันไปเหมือนสิ่งแปลกปลอมประจำวัน.... |
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||