พิมพ์หน้านี้
|
ว่าแล้วก็ได้วาระเดินทางอีกหน สำหรับเส้นทางในครั้งนี้ เป้าหมายคือ จังหวัดสมุทรปราการใกล้ๆกรุงเทพแค่นี้เอง..... สถานที่ที่จะต้องถึงก่อนเมืองโบราณก็คือ พิพิธภัณฑ์ช้างสามเศียร ก่อนอื่นต้องขอบ่นเสียหน่อย เพราะจะเข้าไปยังประตูของที่นี่ ต้องผ่านด่าน คนนิสัยไม่ดี ด้วย คนพวกนี้จะยืนเป็นกลุ่มใหญ่อยู่หน้าทางเข้า คอยขายพวกมาลัย (ขายแบบหลอกลวงนักท่องเที่ยว ด้วยการบอกว่าข้างในไม่มีชุดไหว้พระให้ซื้อ) เทคนิคของคนเหล่านี้ก็คือ จะทำการโบกรถให้หยุด โดยเอาตัวมากั้นรถ ประดุจไม่กลัวเกรงว่ารถที่มาเร็วๆจะชนตาย จากนั้นก็บอกให้คนขับรถเปิดกระจกมาพูดคุย ทั้งนี้คนขับรถจะเข้าใจผิดว่าประตูทางเข้านั้นเข้าไม่ได้ ด้วยว่ามีคนขายยืนบังไว้ แสดงท่าโบกไม้โบกมือว่าเข้าไม่ได้ๆ จนต้องเปิดกระจกรถเพื่อพูดคุยกะคนพวกนี้ไปในที่สุด เฮ้อ....เซ็ง....
ต้องเข้าไปขอบ่นกับเจ้าหน้าที่ด้านในว่า พี่ๆ ช่วยทำอะไรก็ได้ให้คนพวกนี้หายไปจากประเทศไทยได้ไหม เหมือนแก้งค์มาเฟีย ไม่ได้หรอก.....เพราะ พี่ก็เคยบอกไปยังสำนักงานใหญ่ให้ไปจัดการแล้ว เขาว่าทางการก็ไม่ช่วยจัดการให้ เลยทำอะไรคนพวกนี้ไม่ได้ อ่าว พี่....อย่างนี้ก็ทำให้นักท่องเที่ยวเขารำคาญมานักต่อนักแล้วสิ.... ใช่ครับ....มันก็เป็นอย่างนี้ครับ ผมก็ไม่รู้จะทำไงดี ขอโทษด้วยนะครับ ....จบ บทสนทนา........
เป็นบทสนทนาพื้นๆเสมอๆ สำหรับเรื่องราวที่แก้ไขไม่ได้ในสังคมไทย........นึกย้อนไปสมัยที่เจอเด็กขอทานเขมร อยู่เต็มไปหมดแถวๆสี่แยกหัวลำโพง เคยโทรไปที่กรมประชาสงเคราะห์ให้มาช่วยจัดการที เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า ผมก็ทำอะไรไม่ได้ นี่ขนาดว่า ป้อมตำรวจอยู่กลางสี่แยกแท้ๆ ก็ยังปล่อยให้พวกนี้ ยืนขอเหรียญ แถมขายพวงมาลัยกันกลางถนน เด็กก็ตัวเล็กผอมเท่าเมี่ยงคำ วันดีคืนดีรถจะชนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อย่างนี้ ไม่ว่าเมืองเราจะเจริญขนาดไหน หากปล่อยให้เด็กมาวิ่งขอทานบนถนนได้ โดยที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ไม่รู้จะจัดการอย่างไร เราคงต้องตั้งคำถามกันอีกว่า แค่นี้ยังทำกันไม่ได้ _รึงจะเอาอะไรมาหลอกกันว่าเจริญอีกวะ
พอเดินเข้าไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ก็ให้หายโมโห เพราะเห็นช้างสามเศียรตัวใหญ่เบ้ออยู่ตรงหน้า ทราบมาว่าอาคารช้างนี้ ภายนอกหุ้มด้วยโลหะทั้งสิ้น ออกแบบโดยชาวเยอรมนี ความสวยงามนั้นอยู่ที่ความแปลกตาจริงๆ ภายนอกอาคารจะเป็นสถานที่สักการะพระพุทธรูปประจำวันเกิดต่างๆ ซึ่งเมื่อได้จ่ายค่าบัตรผ่านประตูและค่าเข้าชมภายในอาคารช้างแล้ว จะได้ชุดไหว้พระ ซึ่งประกอบด้วยธูป เทียน ดอกไม้ แล้วก็ตบท้ายด้วยดอกบัวสำหรับลอยน้ำ ในร่องน้ำรอบๆตัวตึกช้าง ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้โบราณตามยุคต่างๆ และจะมีไกด์ค่อยบรรยายที่มาที่ไปของสิ่งของเหล่านั้น (ห้ามถ่ายรูป) พอเดินขึ้นไปยังชั้นต่างๆบนตึก จึงจะสามารถถ่ายรูปได้
บนสุดเป็นห้องที่มีพระพุทธรูปประธานอยู่ จัดแสงสีไว้อย่างสวยงาม ใครอยากทำบุญก็ทำได้ตรงนี้ บริเวณโดยรอบของที่นี่ก็ร่มรื่น เสร็จจากที่นี่ก็ใกล้เที่ยงพอดี ขอฝากท้องไว้ที่สถานพักตากอากาศบางปู ชื่นชอบบรรยากาศของที่นี่มากๆ แถมบริกรก็บริการดี น้องๆที่มาเสริฟอาหารมีระเบียบวินัยดีกันมากๆ การรับออเด่อร์และกิริยามารยาทขอยกนิ้วให้เป็นอันดับหนึ่งของเมืองไทยไปเลย อาหารพอดีๆ ราคาไม่แพงเสียด้วยสิ อิ่มหนำสำราญแล้ว ก็พร้อมลุยต่อที่เมืองโบราณกันเล้ย....
ว่าแล้วก็ต้องขอตัวไปเช่าจักรยานกันสักหน่อย เพราะขืนจะให้เข้าไปข้างในแล้วเอารถแวะจอดๆๆๆๆๆ เป็นหย่อมๆคงแย่แน่ ค่าเช่าจักรยานก็ไม่แพงเลย แต่ขอบอกว่า จักรยานน่ะเก่าเหมือนชื่อเมืองโบราณซะจริงๆ คนเฝ้าจักรยานก็โบราณไปด้วย (อิอิ...) คุณลุงบอกว่า จักรยานตัวที่เอามานี่ มันมีระยะเบรค 4 เมตร นั่นหมายถึง จะต้องเห็นเป้าหมายล่วงหน้า แล้วทำการเบรคไปตั้งแต่ 4 เมตรก่อนนั้นแล้ว ไม่งั้นไถลไปอีกไกลโน่น..... เป็นอันว่าต้องทำใจกันไปก่อน เพราะไม่มีให้เลือกมากนัก เออ...ขับๆไปก็ดีเอง ว่าแล้วไอ้จักรยานคันโบ ก็เข้าขากันได้ดีกับคนโบๆแบบเรา แวะตามที่ต่างๆก็หยุดจอด ถ่ายภาพไป ขับไป ตามประสาคนวัยโบ (แต่แอบมันส์)
อ่าว..เข้าเขตบ้านไทยโบราณ ยุคขุนแผนแสนเสน่ห์แล้ว ได้ไปเจอ พี่ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างกรอบหน้าต่าง ทีแรกนึกตกใจ นึกว่าเจอผี เพราะพี่แกเล่นอยู่ดีๆโผล่มา แถมใส่ชุดไทย ยืนชมถ้วยชามไทยที่อยู่ในมือ ปรากฎถึงความงามตามแบบโบราณ จึงยกกล้องขึ้นมา ที่ไหนได้ คุณพี่แกดันรู้ตัว หันมามอง แล้วก็ชะแว๊บหลบเข้าไป เลยต้องตะโกนเรียก พี่....พี่...ขอถ่ายรูปหน่อย พี่ทำท่าแบบเมื่อกี้เลยนะพี่..... แกเลยโผล่มายิ้มๆ แถมตั้งท่าได้เหมือนเดิมซะด้วยนิ.....วิญญาณนายแบบมากๆเลย แวะจิบชาโบราณให้หายเหนื่อย แล้วค่อยปั่นจักรยานต่อ พอดีเหลือบเห็นป้ายยาทัมใจที่ร้านกาแฟ นี่ถ้าคนไม่โบราณจริง ไม่รู้นะเนี่ยว่า ยาทัมใจอะของโบราณแต๊ๆ ในระหว่างทางก็มีของให้ดูให้ชมกันตามแผนที่ซึ่งได้รับแจกมาเมื่อตอนจ่ายค่าบัตรผ่านประตู ก็ดูไป ถ่ายไป ..... ถ่ายนี่ไม่ใช่นั่งแบบนี้นะ นั่งแบบนี้ บางคนอาจจะเข้าใจผิดได้ว่า แอบปวดท้องเข้าห้องน้ำ..... อันที่จริงคือถ่ายรูป เหนื่อยกันมากๆเลยวันนี้ ไปมาทั้งตลาดน้ำ ทั้งจำลองพระพุทธบาท แล้วก็อีกหลายๆแห่ง ทั่วทั้งประเทศไทยในวันเดียวเท่านั้น อย่างนี้จะไม่ให้ไปอีกได้ไงเนี่ย ชักติดใจ... กว่าจะได้ออกมาก็ปาเข้าไปห้าโมงเย็นแล้ว เผ่นดีกว่า ทั้งหิวทั้งเหนื่อย ปั่นไปสิริรวมทั้งสิ้น 4 ชั่วโมง วันนี้น่องบานกันแน่.....บ๊าย บาย...ลาก่อน เมืองโบร๊าน โบราณ... |
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |