• neoten
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 32
  • จำนวนผู้ชม : 10129
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
neeo
Yogi , playgirl.....
Permalink : http://www.oknation.net/blog/neeo
วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม 2551
Traveling Mania : Shangri-La.....An Existent Horizon (part 1)
Posted by neoten , ผู้อ่าน : 79 , 21:34:23 น.  
พิมพ์หน้านี้


แชงกรีล่า : ขอบฟ้าที่มีจริง ( Shangri-La : An Existent Horizon)

                                                                                                                                                                สารคดีหนีเที่ยว  โดย นีโอ  เท็น

 

 

 

 

                อะแฮ่ม....คราวนี้ไปไหนกันดีฟะ ?    .....BuuJee เป็นฝ่ายถาม Neo ผู้ซึ่งออกไอเดียในการท่องโลกเป็นประจำ

                ไม่อยากไปที่เจริญมากๆว่ะ  เบื่อ  ไม่รู้ไปดูอะไร    .... Neo ตอบ BuuJee อย่างที่เคยๆ

 

บทสนทนาที่มีคำตอบสุดท้ายของพวกเรา คือ “แชงกรีล่า”  เมืองแมนแดนสวรรค์   มันจึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราทั้งคู่หาทัวร์ไม่ได้เลย   เดี๋ยวติดโน่น  เดี๋ยวติดนี่  เดี๋ยวๆๆๆๆ ตลอดเวลา   สรุป  การไปกันเองสองคนน่าจะดีกว่า  ไม่ต้องไปยุ่งกะใคร

 

 

วันนี้ฉันจะมีเรื่องตื่นเต้นบ้างไหมหนอ.......?

 

                อย่างที่บอกว่าไปกันแค่สองคน  บางอย่างจึงต้องไปลุ้นกันว่าจะเจอทีเด็ดอะไรจากทัวร์ต่างถิ่นบ้างหรือเปล่าหนอ   แต่ใจที่อยากเที่ยวเอามากๆ  ทำให้ลืมสิ่งที่ต้องกังวลไปหมดเลย   เช้าตรู่ของช่วงกำลังจะสิ้นปี 50 พร้อมส่งไม้ต่อให้ปี 51 ฉันและคู่ใจขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ  เที่ยวบิน TG612  ไปลงที่คุนหมิงก่อน   ทีแรกกะว่าอากาศไม่หน้าจะหนาวมาก  เลยไม่ได้ใส่อะไรป้องกันไว้เลย  พอถึงคุนหมิงปุ๊บ  เย็นยังกับตู้เย็น  จึงรีบจัดแจ้งนำเสื้อหนาวตัวหนาออกจากกระเป๋ามาใส่อย่างสบายใจเฉิบ  หารู้ไม่ว่าปลายทางที่จะไปนั้น   แม้มีเสื้อหนาวสักสามตัวยังคงต้องสะทกสะท้าน

                ต่อเครื่อง  MU5805 เป็นสายการบิน China Eastern ภายในประเทศ  ไปลงที่เมืองลี่เจียง (Lijiang)  โดยเวลาของบ้านเราจะห่างจากที่จีนประมาณ 1 ชั่วโมง  เขาจะเร็วกว่าเรา  ดังนั้นเมื่อไปถึงที่โน่น  ก็ออกครึ้มๆเสียหน่อย  แต่บ่ยั่น  ในที่สุดพวกเราได้ไปเจอกับไกด์ท้องถิ่นตามที่นัดแนะไว้อย่างโล่งใจ   นี่ถ้าหากไม่เจอกัน  ก็ไม่รู้จะไปว่าอะไรใครได้  เพราะที่โน่นมันให้เบอร์โทรมาแค่เบอร์เดียว  เป็นของมิสเตอร์ ฮีกุนกัง  ซึ่งฟังดูทะแม่งคล้ายชาวเกาหลี  แต่อันที่จริงเขาเป็นชาวจีนนาซี  ชนพื้นเมืองสำคัญของที่ลี่เจียงเขาเลยแหละ   เอาเป็นว่าเจอหน้าค่าตากัน   ไอ้นี่ก็บ่นงุ๊บงี๊บว่า  ทำไมคนขับรถไม่มาซะทีว้า......     ไอ้เราก็เอ๋อ...ยืนเก้ๆกังๆอยู่นานสองนาน  หนาวโค ตะ ระ....   ครั้นพอพี่แกมา  แทนที่จะวนรถมารับหน้าแอร์พอร์ต  ดันให้เข็นกระเป๋าทุลักทุเลไปตั้งไกล  หนาวก็หนาว   แถมมิสเตอร์ฮีคนนี้  พี่แกก็ไม่ช่วยหิ้วอะไรเลยหนอ   กระเป๋าของฉันก็ใบใหญ่ยังกะยักษ์ (ข้างในมีแต่เสื้อหนาว  เพราะขนมาเต็มอัตราศึก)

                ภายหลังถามไถ่ชื่อเสียงเรียงนาม  พวกเราขอเรียกมิสเตอร์ฮีว่า  สตีเฟ่น  เป็นไงเล่า  ชื่อมันหล่อกว่าตัวจริง (ไว้จะให้ดูรูป ....อิ  อิ....ชื่อไม่ไปกะหน้า)    อ๋อ ...ลืมบอกไป  เอเยนซี่ทางโน้นเขาชื่อว่า  LiJiang Northwest Yunnan Internation Tralvel นะจ๊ะ  เผื่อใครอ่านสกู๊ป very hot  ของฉันแล้วอยากไปมั่ง  ก็ตามรอยเอเยนซี่นี้ไปได้

                สตีเฟ่นนี่หนอ  หน้าตาจีนแบบชนบท  ตัวคล้ำแดด  แต่จิตใจดี  นิสัยอาจจะห่ามๆไปนิด  ซึ่งพวกเราก็พอรับกันได้   ผิดก็แต่เวลาพูดจา  จะต้องคอยหลบน้ำลายแกไว้ให้ดี  ท่าทางแกจะออกอาการมันเอามากๆ  โดยเฉพาะเวลาแกคุยกันเองกับคนขับรถของพวกเรา  เขาชื่อมิสเตอร์ตู้  ฉันเลยถือโอกาสเรียกเขาว่า  ตู้เซียนเซิง (Du Xian Sheng)   ซึ่งชาวจีนนิยมเรียกให้สุภาพแทนคำว่า  มิสเตอร์ตู้ หรือ คุณตู้ ดีๆนี่เอง   อายุอานามปาเข้าไปย่างวัยถึก (ราวๆว่าน่าจะสักช่วง 50-60 ปี)  หน้าตาใจดีแบบคนจีนตัวขาวๆสูงๆ  ถามไถ่แล้วเป็นคนต้าลี่   นิสัยค่อนข้างใจเย็น  ยิ้มอยู่ตลอดเวลา  แต่คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง (ไม่ใช่เพราะเขาโง่  หรือเราที่โง่  แต่ว่าฉันพูดจีนไม่ได้มาก...อิอิ...)   ส่วนการสื่อสารกันกับสตีเฟ่นและไกด์ที่เหลืออยู่อีกคน  เราจะใช้ภาษาอังกฤษกัน

 

 

 

ขอฮือฮาเรื่องโรงแรมกันเสียหน่อย

 

                เกิดมาก็ไม่เคยได้นอนโรงแรมแสนดีขนาดนี้ (แบบจองเอง จ่ายเงินเอง)   เลยต้องขออนุญาตร้องอู้หูหน่อยนึง  ลองดูกันเองนะพะยะค่ะ

บอกไว้ก่อน  เดี๋ยวจะตกใจ  Banyan Tree ที่เมืองลี่เจียง  เลิศม้ากกกกก.....   ตอนที่ไปนี่จะมีโปรโมทกันอยู่ในเว็บไซด์   น่าจะเป็นช่วง Low season ของทางโน้น  เพราะ ไปพัก  ไม่เคยเห็นคนเดิน   ราคาน่าจะถูกกว่าช่วงปกติ  เดี๋ยวอาจจะต้องเข้าเว็ปไปเช็คดูช่วงหลังจากนี้ไปอีกสักสามสี่เดือน

     

 

บริเวณของห้องจะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน  คือ ส่วนตรงกลางห้องเป็นห้องนอน  สามารถเปิดประตูออกชมวิวด้านนอกได้เลย  ส่วนด้านซ้ายเป็นโซนห้องสุขาและห้องอาบน้ำ    ด้านขวาเป็นห้องรับแขกไว้จิบชาร้อน  อีกทั้งโซนแต่งตัวด้วย

มีอ่างจาร์กูซี่ไว้บริการด้วย   มีฝาเป็นกลไกเปิดปิดให้น้ำข้างในอุ่นอยู่เสมอ   แต่อากาศถึง -3 องศาในขณะนี้  แถมมีลมชิลๆ พัดสะบัดมา  ใครบ้างหว่าจะกล้าลงไป   ไอ้ตอนขึ้นมานี่สิ  คงแข็งอยู่หน้าประตูนั่น  ไม่ต้องไปถึงไหน

คืนแรกที่ได้นอน  อารามด้วยความโง่   นึกว่าห้องพักแบบนี้เขา Open มากๆ   เลยปิดประตูกระจกแค่บ้านเดียว  นอนมองท้องฟ้าที่ลี่เจียงแบบอ้าซ่าเสียนี่    ครั้นพอมาตอนเช้าตรู่ของอีกวัน  ตูเพิ่งจะรู้ว่า  เออ....มันมีประตูอีกบานซ่อนอยู่ให้ปิดทับกระจกนี่หว่า   ว้า โง่จัง..

มีท้องฟ้าเป็นฉากหลังของเรื่องราวทั้งหมด   เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้   โอ้....ก๊อต....ลี่เจียง.......   แต่ทำไมมันหนาวอย่างนี้  หนาวจนเข้ากระดูก  เคยไปที่ฟินแลนด์แดนขั้วโลก  อากาศประมาณ -3 ถึง -10  มันยังไม่หนาวแบบนี้เลยนะ   อาจจะเพราะลมที่นี่แรงยะเยือกสุดๆ  เดินมาในโรงแรมได้สองวัน   ยังไม่เคยเจอผู้เจอคนสักกะคนเลยที่นอกเหนือจากพนักงาน   ยิ่งตอนกลางคืน  ยิ่งน่ากลัว  เพราะตัวอาคารที่ไปพักอยู่ไกลมากๆ  เป็นแบบ pool villa  ต้องจำไว้  คราวหน้ามาหนาวๆ  จะได้ไม่เอาอีก  ขอเลือกเป็นห้องที่ใกล้ๆแหล่งห้องอาหารดีกว่า

ดูกันพอเป็นกระสัย  นี่แค่วิว children children ข้างทางเองนะ  ขอบอก.....เห็นขอบฟ้าไกลของเราหรือยัง  ว่ามันโล่งกว้างขนาดไหน

 

 

สำรวจอาหารการกินกันก่อน

 

                โบราณว่า  กองทัพเดินด้วยท้อง  มีหรือที่คาราวานอาหารแบบเราจะไม่เดินหาของกินกันก่อนจะเที่ยว   เพราะได้ยินมาว่าที่ลี่เจียง  อาหารนั้นรสจัดจ้าน   ไงก็ต้องขอลิ้มลองกันดูเพื่อเป็นการชิมลาง

บนโต๊ะนั่นประกอบด้วยแสงเทียนรำไร  ส่วนอาหารจานร้อนหอมฉุยๆ  ได้แก่  ผัดเนื้อน้ำมันหอยกับพริกหยวก   ไข่ผัดแตง  หมูชุปแป้งทอดฟู  ไข่เจียวยัดไส้   และน้ำซุปมันฝรั่งร้อนๆ   เสริฟพร้อมข้าวสวยในถังไม้    นับว่ารสชาดดีพอใช้  อร่อยและอิ่มท้องจนไม่อยากลุก  แถมได้นั่งมองวิวนอกหน้าต่าง  มีแต่พี่ๆน้องๆชาวลี่เจียงยืนเต้นรำอยู่ในผับฝั่งตรงข้าม  อิ่มแล้ว.... ทีนี้ก็พร้อมเที่ยวและลุยต่อได้ไม่จำกัด

 

ลี่เจียง...เมืองมรดกโลก

 

                เมืองลี่เจียง  ซึ่งจัดว่าเป็นเมืองโบราณแห่งหนึ่งของโลก  (หรือ ชื่อในภาษาอังกฤษว่า   Lijiang Ancient Town , Yunnan Province  ส่วนภาษาจีนที่ได้ไปค้นมาเขียนดังนี้  เมืองลิเจียง ( 丽江古城) มณฑลยูนนาน ( 云南 )     มีความพิเศษของธรรมชาติที่น่าจับตามองยิ่งนักแห่งหนึ่งของประเทศจีน  โดยเมืองนี้เป็นเมืองโบราณที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกด้านวัฒนธรรม ในปี คศ.1997  ความพิเศษคือ  เป็นแห่งเดียวในประเทศจีนที่ไม่มีกำแพงเมืองล้อมรอบ  มีประชากรถึงล้านกว่าคน  ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 2,400 เมตร   เราจึงสามารถมองเห็นแต่ภูเขาสูงล้อมรอบตัวเราอยู่เสมอๆ  ไม่ว่าเราจะไปยังที่แห่งใด  และภูเขาสำคัญนั่นก็คือ  ภูเขาหิมะมังกรหยก  มีชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้  เรียกตัวเองว่า ชาวนาซี (Naxi) ซึ่งเป็นชนชาติเดียวกันกับพี่สตีเฟ่นของพวกเรา  แต่เวลาพี่ไกด์ออกเสียง  เขาจะออกเสียงว่า ...หนา...ชี้.....  คนกลุ่มนี้ยังคงสงวนรักษาวัฒนธรรมของตนเองไว้ได้เป็นอย่างดี  อันที่จริงชนกลุ่มน้อยในเมืองลี่เจียงมีอยู่มากมาย  ตั้งแต่พวก  Yi (ไกด์ออกเสียงว่า  หยี๋  สำเนียงของเขาเหมือนรังเกียจอะไรสักอย่าง  แบบ ..อี๋  อี๋....ประมาณนี้เลย)   พวก  Lisu   Pumi  Bai  Dai  Miao  Zhuang  Tibetan  และก็ Hui

เมืองนี้มีอายุมาราวกว่า 800 ปี  ได้ชื่อว่า Lijiang   เกี่ยวเนื่องมาจากการที่มีแม่น้ำ Lishui ซึ่งปัจจุบันมีชื่อว่า Jinsha river  ไหลผ่านตลอดเมืองด้วย   ฉะนั้นภายในตัวเมืองจึงมีลำธารเล็กๆไหลผ่านทุกๆเส้นทางเหมือนโครงข่ายใยแมงมุมก็ไม่ปาน  ดูสลับซับซ้อน  แต่อย่างไรก็ตาม  แหล่งน้ำนั้นก็ดูมีหน้าที่สำคัญอะไรบางอย่างสำหรับคนในชุมชนอยู่ไม่น้อย    นับว่าสวยงามแช่มชื่นมากๆ  แถมอากาศดี  ไม่มีมลพิษ  เพราะอยู่บนที่สูง  และแม่น้ำลำคลองยังสะอาดใสแจ๋ว  มีปลาแหวกว่ายจำนวนมากมาย  (ถ้าเป็นเมืองไทยเรา  อาจจะส่งกลิ่นเหม็นอบอวลกันน่าดูชม)  น่าแปลกใจที่ทำไมเขาจึงมีระบบจัดการน้ำที่ดีขนาดนี้   ทั้งๆที่ห้องน้ำเมืองจีนแสนน่ากลัวจัง

มีร้านรวงขายของมากมาย  มีร้านอาหาร  มุมจิบกาแฟเก๋ๆ  แถมยังมีบาร์กลางคืนอยู่เต็มไปหมด  แต่ที่แปลกตาคือ  บ้านเรือนเป็นอาคารทรงโบราณคล้ายๆกันหมดเลย   สีสันสวยงามราวกับภาพวาดก็ไม่ปาน  ดูๆไป คนที่นี่  ส่วนหนึ่งเหมือนอยู่แบบพอเพียง  แต่พอมามองตอนกลางคืน แสงสีนี่เหมือนกับจะยั่วยวนให้คิดไปว่า  น่าจะเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญเสียนี่กระไร  เด็กๆวัยรุ่น ยืนเต้นรำกันอยู่ภายในไนท์คลับ  ไม่มีการอายใครใดๆทั้งสิ้น  บ้างก็ออกมายืนเต้นอยู่หน้าร้าน  เพื่อเรียกแขกเข้าไปนั่งดริ๊งค์กันอย่างขวักไขว่

สตีเฟ่นของเราเล่าว่า  ชาวนาซีที่เป็นผู้หญิงจะทำงานหนักมากๆ  เหมือน business man ในเมืองกันเลยเชียว  ส่วนผู้ชายยิ่งทำงานหนักกว่า (นี้เป็นมุขของพี่เขา)   คือ กินเหล้า เมาหัวราน้ำทั้งวัน  นี่คืองานของพวกผู้ชายเขา  คนของเขามีสเป็คคือ  ต้องตัวดำๆ  ทะมัดทะแมง อันนี้หญิงตรึม   งงล่ะสิ  พวกหน้าขาวๆ เขาไม่ชอบนะจ๊ะ  จะเห็นว่าเมืองจีนนั้น  แต่ละท้องที่จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกันออกไป   เที่ยวเมืองหนึ่งก็แบบหนึ่ง  (แต่ไอ้ที่เหมือนกันทุกที่ คือ ห้องน้ำ......กัดไม่ปล่อยเลย  ไอ้เรื่องนี้  เพราะมันแทงใจเราเหลือเกิน)

ลานหมู่บ้านเป็นจัตุรัสตรงกลาง  ในวันนี้มีชาวนาซีผู้สูงอายุกำลังเตรียมตัวเปิดเพลงกัน  ก็เลยรอจนมีคนมาเต้นรำเต็มลาน  น่าสนุกสนานมาก  ดูแล้วให้คิดว่า  ชีวิตคนที่นี่แสนสบายจริงๆ  อยู่เย็นเป็นสุขเสียเหลือเกิน  นักท่องเที่ยวบางคนถึงกับทนไม่ไหว  กระโดดเข้าไปร่วมวงเต้นกับเขาซะนี่

ถึงแม้ร้านรวงจะมีมากมาย  แต่ก็อดพาลคิดไม่ได้ว่า  เออ....ไอ้สินค้านี้ เราก็เคยเห็นอยู่ที่เมืองไทยนี่หว่า  เลยอารามไม่อยากซื้อกลับ  ขี้เกลียดหิ้วซะงั้น   อย่างพวกใบชา  เครื่องประดับต่างๆ  ผ้าพันคอ  หรือของโชว์ต่างๆ  นับว่าเห็นกันบ่อยๆแถวเยาวราช  แต่ไอ้ที่ไม่เคยเห็นเช่น เนื้อจามรีตากแห้ง  ก็ไม่คิดอยากจะซื้อกลับ   ครั้นพอถามสตีเฟ่นว่า  อะไรคือของฝากที่จะเป็น Symbolic ของที่เมืองนี้  “เธอว่าซื้ออะไรกลับไปดี”  เขาคิดนานมากๆ  แล้วตอบกลับมาว่า  “The book of LiJiang”   เฮ้อ...คนเรา  คิดนานเกินไปไหมเนี่ย    ว่าแล้วสตีเฟ่นมันก็พาพวกเราเข้าไปในร้านหนังสือ  แล้วก็ยืนเปิดหนังสือเกี่ยวกับลี่เจียงและแชงกรีล่าให้เราดู   ตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้าย  กินเวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมง   ไอ้เราก็เกรงใจคนขายเอามากๆ   เพราะที่เห็นในเมืองไทย  ถ้าเราไปเปิดดูกันตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้ายแล้วไม่ซื้อกันแบบนี้  คงโดนคนขายมันเหล่แล้วเหล่อีกเป็นแน่แท้    แต่นี่เรื่องจริง  คนที่ลิเจียงไม่ยักกะโกรธ  คนขายก็ยืนเฉย  กินขนมไป  มองโน่นมองนี่ไป  ก็อยู่กันไปแบบเย็นใจ  เรื่อยๆสมถะ  ไม่ซื้อไม่ว่ากัน   ดีจริงๆ  (อันนี้บอกตรงๆ  ถึงกับงงว่า พฤติกรรมคนจีนแบบนี้มีด้วยหรือ  ไอ้ที่เคยเห็นมาในเมืองไทย  มันไม่งี้นี่หว่า  ถ้าไม่ซื้อกันแล้วไปจับของๆเขา  อีกไม่นาน  จะมีคนขายมายืนแกล้งๆจัดของไอ้อันที่เราจับ  ไม่รู้ว่าเพราะมือของเรามีตัวแมลงอะไรหรือเปล่า ? )

                มุมแวะพักจิบกาแฟที่นี่ไม่เลวเลย  นั่งตากแดดได้มุมสวยสำหรับการถ่ายภาพ  แถมยังหนาวไม่ยอมหายด้วยนะ  กาแฟแก้วละ 50-60 บาทไทย  ราคาพอประมาณใกล้เคียกับบ้านเรา  แต่ไม่เท่าสตาร์บัค  (แหม...ได้อย่างนี้  สตาร์บัคชิดซ้าย)

                สตีเฟ่นสุดหล่อพาเดินไปก็อธิบายไป   ได้ความว่า  ตัวอักษรโบราณเหล่านี้  ทางการไม่อยากจะให้สูญหายไปจากชีวิตประจำวันของชาวลี่เจียง  จึงเขียนสร้างไว้ที่กำแพง  ในภาพนี้ก็กำลังอธิบายว่า  นี่คือภาพแสดงการแต่งงานกันของชายหญิงชาวนาซี  หน้าตาแกยิ้มกริ่มเชียว  คงคิดถึงภรรยา  ถามไถ่ได้ความว่า  แกแต่งงานมีลูกชายเล็กๆอยู่หนึ่งคน   และไม่ว่าจะคุยกับใคร  ถามใครที่ไหนๆ  ก็จะมีลูกชายเล็กๆอยู่หนึ่งคนแทบทั้งนั้น  อ่าว ...แล้วเมืองจีนนี่เอาเด็กผู้หญิงไปไว้ไหนกัน......

เห็นร้านกาแฟร้านหนึ่งทำเลดีจัง  เลยไต่กระไดขึ้นไปขอดูบนดาดฟ้า   มองลงมาเห็นวิวเมืองทั้งเมืองล้อมรอบด้วยภูเขาสวย  เลยรีบทำเป็นมองๆ  แล้วถ่ายภาพใหญ่เลย  พอแม่ค้ามาถามว่า “จะสั่งน้ำอะไรดื่มกันดีค่ะ”   ได้แต่ส่ายหน้า  แล้วรีบงุดๆวิ่งหนีไป  นี่ไม่ใช่อะไรหรอกนะ  พอดีฉันเพิ่งนั่งร้านกาแฟมาหยกๆน่ะ  ขอโทษนะอาเจ๊.....

ในเมืองยามค่ำคืนก็สวยไม่แพ้ตอนเช้าๆเลย   เพราะจะมีผู้คนมาเดินช้อปปิ้งซื้อสินค้ากันอย่างคราคร่ำ   เหลือบไปเห็นกระทงสว่างไสว  เลยถามไกด์ว่าไว้ทำอะไรหรือ   พอเขาเล่ามาก็ร้องอ๋อ   เฮ้ย..ทำไมเหมือนประเพณีที่บ้านเราหว่า   แต่ของเขาลอยไปรับเอาสิ่งดีๆ  แต่ของเราลอยเพื่อเอาสิ่งไม่ดีออกไปและเพื่อการขอขมาพระแม่คงคา 

                มองเห็นโรงละคอนเล็กๆ  เลยขอซื้อบัตรเข้าไปชม Naxi Concert สักหน่อย   ก็ไม่รู้เป็นยังไง  แต่ว่าง่วงนอนสุดๆเลย  ฟังก็ไม่รู้เรื่อง  หากแต่น่าชื่นชมที่เขายังคงรักษาวัฒนธรรมการร้องเพลงแบบพื้นเมืองนี้ไว้ได้ตราบเท่าทุกวันนี้   เห็นโฆษกแนะนำผู้ร้องเพลงแต่ละท่าน  อายุอานามรวมๆกันปาเข้าไปหลายพันปี  เพราะแต่ละท่านอายุเกือบร้อยเข้าไปแล้ว

____________จบสำหรับวันนี้ก่อนนะจ๊ะ   ไว้รอ ภาคต่อๆมา   ว่างๆมาโพสต์ค่ะ

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
กิต วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 21.40 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

สวยทุกภาพเลยนะครับ

สวัสดีครับ


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31