• neesinancy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : neesinancy01@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-21
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 13593
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
Nancy Nancy
วันศุกร์ ที่ 5 ตุลาคม 2550
เมื่อต่อมทอลซิลคุณอักเสบ
Posted by neesinancy , ผู้อ่าน : 407 , 19:12:43 น.  
พิมพ์หน้านี้


       วันนี้ไม่ได้เป็นคุณหมอ แต่ไปหาคุณหมอมา เพราะเป็นโรคนี้อีกแล้ว  อยากจะเสนอโรคประจำตัวที่ไม่ชอบเอาซะเลย นั่นก็คือ ต่อมทอนซิลอักเสบ มันช่างแสนทรมานเสียจริง เจ็บคอซะมากมายจนเซ็ง เป็นทีไรฉีดยาทุกทีฉีดประมาณ 3 เข็มต่อครั้งที่เป็น กินยาอีก กว่าจะหาย ส่วนมากจะเป็นตอนใกล้สอบ ประมาณว่าพรุ่งนี้สอบวันนี้เป็นเลยเซ็งมาก แต่ล่าสุดนี่ไม่ได้เป็นนาน เพราะช่วงที่แล้วมา ร่างกายแข็งแรงมาก แต่คราวนี้เป็นเลยต้องรีบไปหาหมอซะก่อน ไม่งั้นโดนฉีดยาแน่ๆๆๆ  เคยถามหมอว่าตัดดีไหมเพราะบ่อยเหลือเกิน หมอบอกว่าถ้าตัดออกจะไม่มีตัวดักเชื้อโรค เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายเลย เราก็เลยไม่ตัด

ต่อมทอนซิล

       ต่อมทอนซิลคือ ต่อมน้ำเหลืองขนาดใหญ่ ที่อยู่บริเวณคอตรงโคนลิ้น ถ้าอ้าปากดู ในเด็กบางคนจะเห็นต่อมทอนซิลอยู่ด้านข้าง ด้านหลังของโคนลิ้น บางครั้งต่อมทอนซิลจะมีขนาดเล็ก จนแทบมองไม่เห็น แต่บางครั้งอาจจะโตจนกระทั่งทำให้มีปัญหาการกลืนได้

ต่อมทอนซิลมีหน้าที่เช่นเดียวกับต่อมน้ำเหลืองบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย โดยเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเรา จะทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรค ที่เข้ามากับอากาศและอาหาร ที่ผิวของต่อมทอนซิลจะมีหลุมเล็กๆ ประมาณ 10-30 หลุม ซึ่งเชื้อโรคจะถูกดักจับบริเวณนี้ และจะถูกนำไปทำลายโดยเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ต่อมทอนซิลเอง ดังนั้นเวลาที่มีเชื้อโรคเข้ามา ต่อมทอนซิลจะจับเชื้อโรคไว้และมีการอักเสบ มีหนอง ซึ่งหนองที่เรามองเห็นก็คือเซลล์เม็ดเลือดขาวและเชื้อโรคที่ตายแล้วหลุดออกมานั่นเอง

ต่อมทอนซิลจะทำงานร่วมกับต่อมน้ำเหลืองอีก 2 ต่อมบริเวณคอ คือ ต่อมอดีนอยด์และต่อมน้ำเหลืองที่โคนลิ้น ต่อมอดีนอยด์และต่อมทอนซิลจะหลั่งอิมมูโนกอบบูลิน ซึ่งทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรคที่ลงมาในลำคอ เพื่อคอยต่อสู้กับเชื้อโรคที่มาทางจมูกและลำคอ

ต่อมทอนซิลจะทำหน้าที่ด้านระบบภูมิคุ้มกันมากที่สุดเมื่ออายุ 4-10 ปี หลังจากนั้นจะมีขนาดเล็กลง แต่ยังทำงานเกือบตลอดชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าต่อมทอนซิลมีการอักเสบบ่อยๆ การอักเสบจะทำให้เม็ดเลือดขาวในต่อมทอนซิลลดลง ต่อมทอนซิลจะฆ่าเชื้อโรค และสร้างภูมิคุ้มกันได้ลดลง และในบางครั้งแทนที่ต่อมทอนซิลจะเป็นที่กินเชื้อโรค แต่กลับกลายเป็นที่เก็บเชื้อโรคแทน ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นสาเหตุของการกลับมาเป็นใหม่บ่อยๆ

          การรักษาทอนซิลอักเสบจะมีการรักษาโดยการใช้ยาปฎิชีวนะ เพราะส่วนใหญ่มาจากเชื้อแบคทีเรียการให้ยาปฎิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อเแบคทีเรียก็เป็นหลักสำคัญในการรักษาโรค และคนไข้ส่วนใหญ่ก็จะหายได้หรือาการดีขึ้นจากการให้ยา สำหรับยาปฎิชีวนะก็มีหลายชนิดแนะนำว่าควรรับประทานตามที่แพทย์สั่งและรับประทานให้นานพอ เช่น 7-10 วัน การรักษาแบบให้ยาปฎิชีวนะแล้วต้องให้การรักษาแบบประคับประคองรวมด้วย เช่น การให้ยาลดไข้ การให้ดื่มน้ำมากๆ หรืออาตต้องให้น้ำเกลือถ้าผู้ป่วยทานอาหารไม่ค่อยได้ และให้ทานอาหารอ่อนๆ

       ตัดต่อมทอนซิลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ และภาวะการณ์ต่างๆ โดยทั่วไป แพทย์จะพิจารณาตัดต่อมทอนซิลก็ต่อเมื่อ
***ขอบคุณข้อมูลจากอินเตอร์เน็ทด้วยนะจ๊ะ***

  1. เป็นภาวะต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรังที่รักษาด้วยยาไม่ได้ผล หรือเกิดการอักเสบซ้ำซาก ปีละ 6-7 ครั้ง หรือปีละ 2-3 ครั้ง แต่เป็นหลายปีติดต่อกัน การผ่าตัดนั้น แพทย์จะทำ ก็ต่อเมื่อ พิจารณาแล้ว เห็นว่า ผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์มากกว่าการรักษาด้วยยา
  2. เมื่อต่อทอนซิลโตมากๆ ก็จะเป็นอุปสรรคต่อการหายใจ ซึ่งจะทำให้ปอด ฟอกอากาศ ไม่มีประสิทธิภาพ
  3. ผู้ป่วยที่เป็นพาหะของเชื้อคอตีบ ( ปัจจุบันพบน้อยแล้ว ) หรือผู้ป่วย ที่เคยเป็นหนอง บริเวณ ช่องรอบต่อมทอนซิล มาก่อน
  4. ผู้ป่วยที่มีต่อมทอนซิลโต และแพทย์สงสัยว่า อาจเป็นมะเร็งของต่อมทอนซิลโดยตรง หรือมีมะเร็ง ที่ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ แล้วหาตำแหน่งมะเร็งต้นเหตุไม่เจอ แต่แพทย์สงสัยว่าอาจเป็นมะเร็งที่มาจากต่อมทอนซิล

 

       ครั้งนี้ยาเม็ดใหญ่มาก ขอให้หายเถอะนะ จะได้ไม่ต้องฉีดยา ............โตแล้วอายหมอ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13
แม่หมี วันที่ : 17/10/2007 เวลา : 08.40 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

หมีน้อยตอนเด็กป่วยบ่อยก็เพราะต่อมทอนซิลอักเสบนี่ล่ะค่ะ ไข้สูงมาก ตอนหลังคุณหมอแนะนำให้ตัดออก เพราะเป็นตัวเพาะเชื้อซะมากกว่า ตั้งแต่ตัดออกก็สบายดี



ความคิดเห็นที่ 12
ครูทิพย์ วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 23.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Tip2
ครูทิพย์


แวะมาขอบคุณที่กรุณาโหวตให้ครูในสาย A นะคะ..และขอบคุณข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับต่อมทอนซิลอักเสบด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 23.52 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต


แวะมาขอบคุณที่โหวตให้กันค่ะ
ประกาศ..ขอขอบคุณ MoneyPenny ที่ทำป้ายสวย ๆ อันนี้ให้ด้วยค่ะ

ได้รับประโยชน์และสาระมาก ๆ ค่ะ...ทำให้ต้องระมัดระวังสุขภาพร่างกายมากขึ้น...อย่าลืมออกกำลังกายด้วยกันนะคะ
ความคิดเห็นที่ 10
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 16.10 น.
http://www.oknation.net/blog/underthesamesun

การผ่าตัดทอนซิลมีข้อบ่งชี้ที่สำคัญได้แก่ทอนซิลอักเสบซ้ำๆ ทอนซิลอักเสบเรื้อรังที่ไม่ได้ผลด้วยการรักษาทางยา ทอนซิลโตมากจนเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ หรือนอนกรนมากต้องหายใจทางปาก ทอนซิลโตมากจนความดันหลอดเลือดแดงในปอดสูง มีการพูดผิดปกติ การเจริญเติบโตช้าผิดปกติ หรือสงสัยมะเร็งทอนซิลเป็นต้น ปัจจุบันมีหลายเทคนิคที่นำมาใช้เช่นใบมีดที่มีความคม จี้ไฟฟ้า เลเซอร์ หรือคลื่นความถี่สูง โดยมีข้อดีและข้อด้อยต่างกัน เลือดออกหลังผ่าตัดเป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่พบบ่อยที่สุด และสำคัญที่สุดเนื่องจากอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ถ้าได้รับการวินิจฉัยช้า และรักษาไม่เหมาะสมหรือทันท่วงที เลือดออกหลังผ่าตัดพบตั้งแต่ร้อยละ 0.5 - ร้อยละ 10 ซึ่งเป็นรายงานจากการผ่าตัดด้วยวิธีที่แตกต่างกันไป และต้องระมัดระวังมากทั้งในแง่การป้องกันและการวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ ตลอดจนการรักษา

การมีเลือดออกหลังผ่าตัดเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุด โดยทั่วไปพบตั้งแต่ร้อยละ 0.5 - ร้อยละ 10 และมักเกิดวันที่ 5 - 7 หลังผ่าตัด ปัจจุบันการผ่าตัดทอนซิลพยายามใช้เวลาสั้นลง และเลือดออกขณะผ่าตัดน้อย การผ่าตัดด้วยการจี้ไฟฟ้ามีข้อเด่นในเรื่องนี้ วิธีนี้ความเจ็บแผลผ่าตัดมากกว่าการใช้มีด แต่อัตราการเกิดเลือดออกหลังผ่าตัดในสองวิธีนั้นไม่ต่างกัน

การผ่าตัดอย่างพิถีพิถันไม่ว่าวิธีใดๆ และการห้ามเลือดอย่างดีขณะผ่าตัดจะลดภาวะแทรกซ้อนนี้ได้มาก บางการศึกษา และบอกว่าควรหลีกเลี่ยงยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะนี้แม้มีบางรายงานว่าไม่มีผลก็ตาม แม้ค่าการแข็งตัวของเลือดปกติก็เลือดออกหลังผ่าตัดได้
การตรวจเลือดหาการแข็งตัวผิดปกติก่อนผ่าตัดในทุกรายไม่ช่วยในการทำนายการเกิดเลือดออกหลังผ่าตัดนี้แต่อย่างใด และสิ้นเปลืองอย่างไม่สมเหตุสมผล แต่การสอบถามประวัติโรคเลือดในครอบครัวอย่างจริงจัง การประเมินสุขภาพหรือโรคประจำตัวร่วมกับการตรวจร่างกายอย่างถี่ถ้วนน่าจะดีกว่าและลดความสิ้นเปลืองในการตรวจทางห้องปฏิบัติการนี้ได้มาก

การผ่าตัดทอนซิลอาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่นได้ ที่ถือว่าสำคัญได้แก่ ความเจ็บปวด ทางเดินหายใจอุดตัน น้ำท่วมปอดหลังผ่าตัด velopharyngeal insufficiency nasopharyngeal stenosis และการเสียชีวิต ภาวะแทรกซ้อนอื่นที่อาจพบคือ Eagle’s syndrome การสูดสำลักสิ่งแปลกปลอมเช่นฟันปลอม ก๊อสห้ามเลือด หรือก้อนทอนซิลก็พบได้ ที่พบได้น้อยมากแต่เคยมีรายงานได้แก่ปอดเป็นฝีหนอง Horner’s syndrome ประสาทจอตาอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฝีในสมอง อำมพาตของเส้นประสาท glossopharyngeal และ recurrent laryngeal ภาวะน้ำลายรั่วจากต่อมน้ำลาย submandibular ไปยัง tonsillar fossa และ mediastinal emphysema ซึ่งภาวะแทรกซ้อน โดยรวมพบว่ามีประมาณร้อยละ 14 ของผู้ป่วยผ่าตัดทอนซิลทั้งหมด
ความคิดเห็นที่ 9
noina_za วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 15.59 น.
http://www.oknation.net/blog/noinaza
>> วาจาคำหนึ่งมี 36 เหลี่ยม >> ทุกเหลี่ยมสามารถทิ่มแทงใจได้ >>...สุภาษิตจีน...<<


หวัดดี แนนซี่ !!! โอ้...พักผ่อนมาก ๆ นะจะได้หายเร็ว ๆ ช่วงนี้มันอากาศเปลี่ยนแปลงนะ..
ความคิดเห็นที่ 8
ปฐม วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 10.51 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

ทุกวันนี้เป็นอยู่

ทรมานอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
MoneyPenny วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 08.49 น.
http://www.oknation.net/blog/moneypenny
If you like me...run away now!


หนูแนนซี่ แวะมาอีกรอบสำหรับการโหวตรอบ 2 นะจ๊ะ

พี่จะไปนอนแล้ว ฝากด้วยน้า บ๋ายบายจ้า
ความคิดเห็นที่ 6
nona วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 06.48 น.
http://www.oknation.net/blog/pook

ข้อมูลดีครับ
ความคิดเห็นที่ 5
MoneyPenny วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 22.09 น.
http://www.oknation.net/blog/moneypenny
If you like me...run away now!


Nancy จ๊ะ พี่รู้สึกตัวว่าเป็นนางงาม ชอบกล มีการออกหาคะแนน (ไม่เหมือนนักการเมืองน้า เพราะนักการเมืองมันไม่มาหลังได้แล้วนิ ฮ่าๆ) แวะมาขอบคุณนะจ๊ะ สำหรับ 1 คะแนนเสียง แต้งกิ้วจ้า
ความคิดเห็นที่ 4
แมวเหมียว วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 20.06 น.
http://www.oknation.net/blog/wassanok

เคยมีเพื่อนเป็นค่ะ เขาบอกทรมานจัง
ต้องพักผ่อนมากๆนะคะ
ขอให้หายเร็วๆค่ะ
บ้านสวยจังเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
คันทรี่แมน วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 19.43 น.
http://www.oknation.net/blog/countryman
ชีวิตกับเพลงของคนบ้านนอก และอื่นๆ

เคยอ่านหนังสืออ่านเล่นของอังกฤษ มีอยู่ตอนหนึ่งเขาบอกว่า คนอังกฤษมักพาลูกไปตัดเอาต่อมนี้ออกเสียตั้งแต่ยังเล็กๆ

ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่อยากให้มันอักเสบหรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 2
MoneyPenny วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 19.17 น.
http://www.oknation.net/blog/moneypenny
If you like me...run away now!

วันนี้มามุขไหนเนี่ย ให้ความรู้ซะด้วยนะน้องแนนซี่ โชคดีที่ไม่เคยเป็น ถ้าเป็นจะวิ่งมาหาแนนซี่เป็นคนแรกก่อนไปหาหมอเลยนะ

อ้อ

แวะมาบอกข่าวง่ะ

อย่าลืมไปโหวตนะจ๊ะ โหวตได้ถึง 4 ทุ่มวันนี้จ้า

http://www.oknation.net/blog/buzz/2007/09/25/entry-1

เทคแคร์จ้า
ความคิดเห็นที่ 1
ZhouYu วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 19.13 น.
http://www.oknation.net/blog/ZhouYu
ซุนวูท่านว่า "รู้เขารู้เรา ร้อยรบมิพ่าย"  

ผมเคยเป็นครับ เจ็บคออย่างแรงอ่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31