พิมพ์หน้านี้
|
ในช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 กลุ่มขวาจัดใช้วิทยุยานเกราะและสื่อของรัฐนำสถาบันกษัตริย์มาโจมตีนิสิตนักศึกษาจนเกิดการนองเลือด เวลาผ่านมานาน32 ปี นายสมัคร สุนทเวช นายกรัฐมนตรีและคนในรัฐบาลกลับใช้วิธีการเดียวกันคือ ใช้วิทยุและทีวีของรัฐ(สถานีโทรททัศน์ช่อง 11และวิทยุในเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์)นำสถาบันกษัตริย์มาโจมตีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ที่กำลังไต่สวนนายสมัครและคนในรัฐบาลอยู่หลายคดี ขณะที่ในทางการเมืองมีการดึงเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเล่นงานคนที่เชื่อว่า เป็นศัตรูทางการเมืองทั้งจากฟากรัฐบาลและลุ่มพันธมิตรประชาชนประชาธิปไตย จากคำพูดนายสมัคร (หากเคยฟังแล้วก็อ่านข้ามไปได่เลยค่ะ) 'ทำไมผมต้องพูดถึง ป.ป.ช. ..เพราะผมก็เป็นคนที่มีความคิด ผมอ่านกฎหมาย ผมก็มีความรู้ ...ตัวเองได้รับโปรดเกล้าฯ และคณะหนึ่งกำลังจะมาถอดถอน เป็นพวกที่ไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ ..เมื่อเขามีการยึดอำนาจกันเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 นั้น เขามีประกาศออกมา..ตั้งคณะ 9 คน(ป.ป.ช.)ขึ้นมา เขาเอา..กฎหมาย(พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต)ปี 2542 ไว้ทั้งฉบับ เพียงแต่ว่ า การสรรหา..เป็นประกาศของ คมช. ..ถ้าทำตามกฎหมายปี 2542 .. มีรัฐบาลอยู่ มีนายกรัฐมนตรีอยู่ แต่งตั้งเอาคนเข้ามา 9 คน ก็จะต้องนำความขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อโปรดเกล้าฯ ..(แต่)ไม่นำความขึ้นกราบบังคมทูล ดำเนินการบริหารเลย ..มารู้ว่า ทำไม่ถูกต้อง ส่งไปกราบบังคมทูล ก็ไม่โปรดเกล้าฯ จนบัดนี้ ... 'ผมจะถามสิครับ คนยึดอำนาจ ยึดอำนาจของพระเจ้าอยู่หัวไปด้วย... พระราชอำนาจพระเจ้าอยู่หัว เขาก็ไม่ได้แตะต้อง เพราะฉะนั้น เมื่อ(ยึดอำนาจ)เสร็จแล้ว ..เขาสั่งตั้ง 9 คนนี้เลย ขอยกเว้นวิธีสรรหา แล้วก็ให้ใช้กฎหมายปี 2542 ..เมื่อได้ตัวแล้วต้องนำความกราบบังคมทูล โปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว ก็จะปฏิบัติงานได้ ได้เงินเดือนต่าง ๆ ...ผมมีสิทธิ์จะเอ่ยไหมครับว่า คุณทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย...แต่มาอ้างมาตรา 309 ว่า จะครอบคลุมสิ่งที่ทำทั้งหมด ...แต่ครอบคลุมพระราชอำนาจพระเจ้าอยู่หัวไหม เวลาที่แต่งตั้งข้าราชการซี 10 ..ก็ต้องส่งไปโปรดเกล้าฯ ไม่อย่างนั้นเขาก็ดำรงตำแหน่งไม่ได้ เขาก็รับเงินเดือนไม่ได้ ก็คุณละเมิดพระราชอำนาจพระเจ้าอยู่หัว .. '(รายการ'สนทนาประสาสมัคร' วันที่ 20 กรกฎาคม 2551 บางส่วนจากเว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์) ต่อมา นายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.)และรองโฆษกรัฐบาลใช้สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 โจมตี ป.ป.ช.ในเรื่องเดียวกัน ซึ่งมีคำชี้แจงสำนักราชเลขาธิการว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ คปค.มีประกาศฉบับที่ 19 แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแล้วนั้น ย่อมถือได้ว่า มีผลสมบูรณ์ที่สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมายเนื่องจากขณะนั้น คปค. มีฐานะเป็น 'รัฏฐาธิปัตย์' มีอำนาจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว ความจริงในเรื่องการยอมรับว่า คณะรัฐประหารเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" มีอำนาจในการออกคำสั่งที่ค่าบังคับเท่ากับกฎหมาย(พระราชบัญญัติ)หรือไม่ เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันในทางนิติปรัชญาที่มีความเห็นแตกออกเป็น 2 ฝ่าย นายสมัคร เองในช่วงที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหลังเหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลาคม 2519 ก็ใช้อำนาจตามคำสั่งคณะรัฐประหารหลายฉบับโดยเฉพาะประกาศคณะปฏิรูปการปครองแผ่นดินฉบับที่ 42(ปร.42)ปิดหนังสือพิมพ์กว่า 20 ฉบับซึ่งแสดงว่า นายสมัครยอมรับในคำสั่งคณะรัฐประหารมีค่าบังคับเท่ากับกฎหมาย แต่มายุคนี้นายสมัครเกิดดัดจริตอะไรขึ้นมาถึงจะไม่ยอมรับคำสั่งคณะรัฐประหารหรือไม่ยอมรับว่า คปค.เป็น 'รัฏฐาธิปัตย์' ถ้าใช้ตรรกะที่นายสมัครอ้างว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่ผ่านการโปรดเกล้าฯ แต่ปฏิบัติหน้าที่ และได้รับเงินเดือนเป็นการละเมิดพระราชอำนาจแล้ว การตรากฎหมายซึ่งรัฐธรรมนูญทุกฉบับตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา บัญญัติว่า ต้องทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงประปรมาภิไธยจึงจะสามารถประกาศใช้บังคับได้ นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญหลายฉบับยังบัญญัติว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา(ออกกฎหมาย) คณะรัฐมนตรีและ ศาล แต่นายสมัครกลับใช้อำนาจตาม ปร.42 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ไม่มีการลงพระปรมาภิไธย ไม่เป็นการละเมิดพระราชอำนาจเช่นเดียวกับที่นายสมัครกล่าวหาว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่ผ่านการโปรดเกล้าฯ เป็นการละเมิดพระราชอำนาจหรือไม่?????
|