พิมพ์หน้านี้
|
ตำรวจของประเทศแซมเบียสั่งให้สอบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์กับรายงานข่าวว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ เกรซ ซึ่งเชื่อว่าตายไปแล้ว และร่างก็ถูกฝังไว้นาน 11 ปีแล้ว จู่ ๆ ก็ฟื้นขึ้นมาอยู่ในกรุงลูซาก้าในขณะนี้ นายเอ็มฟาห์เรม มาเตโย ผบ.ตร.บอกว่า ได้สั่งการให้ตรวจร่างกายผู้หญิงชื่อเกรซแล้ว หลังจากที่พ่อแม่และญาติของเธออ้างว่า เธอฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ทั้งนี้ก็เพื่อหาความจริงให้เป็นที่ประจักษ์ แต่เรื่องนี้ก็ค่อนข้างสับสน เพราะมีชายหญิงอีก 2 คู่ด้วยกันที่อ้างว่า เป็นพ่อแม่ของเกรซเช่นกัน ดังนั้นเพื่อ ความกระจ่างชัดว่าใครเป็นพ่อแม่ที่แท้จริงกันแน่ จับมาตรวจดีเอ็นเอพร้อมกันให้ หมดเลย เกรซนั้นเป็นคุณแม่ลูกสองหลังแต่งงานกับนักมวยชื่อดังของแซมเบีย ซึ่งก็ยังมีชีวิตอยู่และบอกว่า ยังช็อกอยู่กับข่าวเมียตัวเองฟื้นคืนชีพ ตำรวจยังคุมตัวเกรซเอาไว้ก่อนเพื่อสอบสวนจนกว่าจะหาข้อสรุปเรื่องนี้ว่า จริงหรือไม่ มีแถมอีกเรื่องที่ประเทศเวเนซุเอลา มีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว แต่ดันฟื้นขึ้นมาในห้องดับจิตท่ามกลางความเจ็บปวด เพราะเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพกำลังลงมีดผ่าศพอยู่พอดี นายคาร์ลอส คาเมโย วัย 33 ปี ถูกแจ้งว่าเสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุทางรถยนต์บนทางหลวง เรียกว่าตายคาที่ไปแล้ว ดังนั้นศพของเขาจึงถูกส่งมายังห้องดับจิตเพื่อรอการชันสูตร เพื่อหาสาเหตุการตายอีกครั้ง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพลงมือผ่าศพด้วยการลงมีด ก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติเพราะศพมีเลือดเริ่มไหลออกมาตรงใบหน้าที่เป็นจุดแรกที่เจ้าหน้าที่ลงมือผ่า นายคาเมโยบอกว่า ตนตื่นขึ้นมาท่ามกลางความเจ็บปวดแสนสาหัส เมียของเขารีบแจ้นมาที่ห้องดับจิตเพื่อยืนยันศพของผัว แต่กลับพบว่า ผัวของตัวนั้นกำลังถูกย้ายออกจากห้องดับจิตมาตามทางเดิน และที่สำคัญ ยังไม่ตาย หนังสือพิมพ์นำเสนอข่าวนี้ พร้อมกับยืนยันใบหน้าของนายคาเมโยที่มีรอยผ่าปรากฏให้เห็นและใบสั่งการชันสูตรศพ สรุปว่า ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น แต่นายคาเมโยหนีมาได้หวุดหวิด แต่เกือบมาตายด้วยคมมีดหมอซะแล้ว dalinews |