• สนามข่าวสภา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : newswar@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-31
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 5781
  • จำนวนผู้โหวต : 13
  • ส่ง msg :
สนามข่าวสภา
สนามที่ไม่ล้อมรั้ว สวนสาธารณะแห่งความคิด
Permalink : http://www.oknation.net/blog/news-war
วันอังคาร ที่ 25 กันยายน 2550
"ทางตรง" หรือ "ตัวแทน" ..แบบไหนล่ะที่ชอบกัน
Posted by สนามข่าวสภา , ผู้อ่าน : 209 , 18:43:01 น.   | หมวดหมู่ : สรวิศ ชุมศรี  
พิมพ์หน้านี้


โดย สรวิศ ชุมศรี

 หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน ได้ลงข่าวการเสวนาเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้ชื่อ "ประชาธิปไตยไทย ประชาธิปไตยของใคร" มี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ "นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี" เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ร่วมเสวนา

 ในเนื้อหาข่าวดังกล่าวนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวในการสัมมนาครั้งนี้ว่า
 "ประชาธิปไตยไทยนับจากนี้ จะเป็นระบบตัวแทนมากขึ้น เพราะประชาชนตื่นตัว หลังเกิดการรัฐประหาร และเข้าใจประชาธิปไตยมากขึ้น สังคมต้องการนำประชาธิปไตยไปสู่การเลือกตั้งมากขึ้น รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องนำไปสู่การเลือกตั้งและประชาธิปไตยอย่างแท้จริง"
 "การเมืองนับจากนี้ยังจำเป็นต้องใช้ระบบตัวแทน เพราะเป็นไปได้ยากที่จะให้ประชาชนมาลงประชามติทุกเรื่อง หรือการลงคะแนนเสียงผ่านอินเตอร์เน็ต ต้องมีระบบตัวแทน โดยผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อนที่จะมีการตัดสินใจ"

 ส่วนเลขาธิการพรรคพลังประชาชนให้ความเห็นไว้ว่า
 "ประชาธิปไตยนับจากนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การมีส่วนร่วมของประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมแบบทางตรง ซึ่งเห็นได้ชัดในวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ในการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ประชาชนให้ความสนใจเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในทางตรง"
 "ต่อไปนี้ประชาธิปไตยแบบตัวแทนจะเกิดขึ้นได้ยาก เพราะประชาชนอยากมีส่วนร่วมทางการเมืองในทางตรงมากขึ้น"

(ภาพจากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์มติชน)

 คำพูดของแกนนำของสองพรรคการเมือง ที่ประกาศอยู่คนละขั้วกันนั้น ไม่ว่าจะพูดออกมาโดยที่เข้าใจเช่นนั้นจริงๆ และเห็นว่าควรจะเป็นเช่นนั้น หรือว่าจะแสร้งพูดไปก็ตาม แต่ก็เป็นคำพูดที่ประกาศต่อเวทีสาธารณะ ก็ควรต้องถือว่าเป็นเครื่องผูกมัดในความคิดของผู้พูดเอง
 เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็วิเคราะห์ตามคำพูดนั้น นั่นคือการที่อภิสิทธิ์มองว่า หลังจากนี้ไป ประชาธิปไตยของไทยยังคงจะเป็นระบบตัวแทนอยู่ หากแต่ผู้แทนประชาชนจะต้องรับฟังความเห็นจากประชาชนก่อนที่จะมีการตัดสินใจนั้น
 หากจะโลกในแง่ร้าย ก็เป็นไปได้ว่า ผู้แทนราษฎรหรือ ส.ส.ไม่จำเป็นต้องนำความเห็นของประชาชนมาใช้ก็ได้
 นั่นก็คงเป็นไปได้ว่า ประชาธิปไตยในประเทศไทยก็ยังคงเหมือนอย่างที่เคยๆเป็นมา เช่นบางครั้ง สิ่งที่ได้รับความเห็นชอบออกมาจากผู้แทนราษฎร ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องริเริ่มจากประชาชน อาทิ กฎหมายที่ออกมาใช้บังคับประชาชน หรือโครงการการสร้างเขื่อนในสถานที่ที่ประชาชนในพื้นที่ไม่เห็นด้วย จนเกิดการประท้วง

 หรือหากมองโลกในแง่ดี นับแต่นี้ไป ส.ส.จะฟังความเห็นของประชาชน เพื่อใช้เป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจมากกว่าการใช้เหตุผลทางการเมือง
 ก็คงเป็นการมองโลกในแง่ดีจนเกินไป เพราะที่ผ่านมา มากกว่า 10 ปี ที่มีความพยายามสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า ประชาธิปไตยทางตรง การมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากขึ้น
 แต่ในทางปฏิบัติ กลับเป็นการยากที่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้โดยง่าย เช่น การเข้าชื่อกันของประชาชนเพื่อเสนอกฎหมาย มีตัวอย่างให้เห็นกันอยู่แล้วในร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน ที่นอนนิ่งอยู่ในรัฐสภามานาน
 หรือแม้แต่การทำประชามติ ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง (ไม่นับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ นั่นเพราะการทำประชามติดังกล่าว เป็นการริเริ่มจากรัฐ ที่มีที่มาจากการัฐประหาร ไม่ใช่การประชามติในประเด็นที่ริเริ่มจากภาคประชาชน)

 หาก "อภิสิทธิ์" ได้มองเห็นเช่นนั้นจริงๆ ว่า คงเป็นไปได้ยากที่จะให้ประชาชนมามีส่วนร่วมในประชาธิปไตยแบบทางตรงได้
 โจทย์จากนี้ไปของ "อภิสิทธิ์" และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ควรจะทำมากไปกว่าการพูดในทำนองว่าเข้าใจในปัญหา ก็คงจะเป็นการพยายามสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มีมากขึ้น
 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประชาธิปไตยทางตรงให้เกิดขึ้น ในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
 ความพยายามนี้ก็อาจทำให้เกิดนโยบายที่โดนใจประชาชนไปมากกว่านโยบายประชานิยม ที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามต่อสู้มาหลายปี
 อาจจะได้เห็นความพยายามของพรรคประชาธิปัตย์กันไปบ้างแล้วในการจัดทำ "สมัชชาประชาชน" ที่ขึ้นต้นได้ดี แต่ก็เงียบหายไป อาจจะเป็นเพราะเกิดการรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว ในปีนี้ เราจึงได้เห็นกันแต่ "วาระประชาชน-ประชาชนต้องมาก่อน" ที่พรรคประชาธิปัตย์คิดแล้วว่าเป็นเรื่องต่างๆ ที่ต้องทำให้ประชาชน จึงเสนอเป็นนโยบาย
 แต่หลายๆฝ่ายก็วิพากษ์วิจารณ์ว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องในเชิงนามธรรม จับต้องไม่ได้ จนเกิดการนำไปล้อว่าเป็นนโยบายประชาชนต้องตายก่อน

 สำหรับ "สุรพงษ์" นั้น เมื่อเข้าใจแล้ว ว่า ประชาธิปไตยของไทยจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นประชาธิปไตยแบบทางตรง ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ก็คงต้องรอดูว่า พรรคพลังประชาชนจะเดินหน้านโยบายไปในทางที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้นหรือไม่
 หรือจะเป็นเพียงแต่คำพูดเพื่อให้เป็นไปตามกระแสของโลกประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นในขณะนี้เท่านั้น
 เพราะที่ผ่านมาในช่วงเวลาอันยาวนานของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ประชาธิปไตยแบบทางตรงก็ไม่ได้เดินหน้าไปในทิศทางอันควรจะเป็นมากนัก
 เมื่อคนในพรรคไทยรักไทยเดินหน้าทางการเมืองใหม่ในนามพรรคพลังประชาชน ก็เป็นเรื่องที่จะคาดหวังได้หรือไม่ว่า พรรคพลังประชาชนจะดำเนินการให้เกิดประชาธิปไตยแบบทางตรงได้มากขึ้น ?

 แต่ไม่ว่านักการเมืองพรรคไหน ขั้วไหน จะคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยไทย ที่จะก้าวต่อไปในภายภาคหน้า
 สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ความคิดและความเข้าใจของประชาชนคนไทยที่มีต่อระบอบประชาธิปไตยว่าเป็นอย่างไร
 ยังพอใจที่จะมีส่วนร่วมเพียงแค่หย่อนบัตรเลือกตั้ง แล้วก็อยู่กันไปภายใต้ระบอบอุปถัมภ์ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะมีตัวแทนทำหน้าที่แทนเราแล้ว หากตัวแทนทำไม่ดี ไว้ค่อยลงโทษด้วยการไม่เลือกในครั้งหน้า
 ยังพอใจที่จะให้นักการเมืองและข้าราชการระดับสูงเท่านั้นหรือ ที่จะมากำหนดว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ สิ่งไหนเหมาะสม สิ่งไหนไม่เหมาะสม ด้วยการออกกฎระเบียบหรือดำเนินโครงการต่างๆตามอำเภอใจ โดยไม่ต้องมาถามประชาชนสักคำ
 หรือปล่อยให้นักการเมืองส่วนหนึ่งโกงกินกันเข้าไป แล้วก็เฉยๆด้วยเหตุผลว่าถือเป็นค่าจ้างเล็กๆน้อยๆตอบแทนการทำงานเพื่อชาติ ทั้งที่ไม่มีใครบังคับคนพวกนั้นเข้ามาเป็นนักการเมือง
 หรือเข้าใจแล้วว่า ประชาธิปไตยไม่ได้หมายถึงการเลือกตั้งเพียงเท่านั้น หากแต่ยังหมายถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วย อย่างน้อยก็คือการมีส่วนร่วมในระดับชุมชนและท้องถิ่นของตัวเอง

 หรืออาจจะเข้าใจแล้วว่า "ประชาธิปไตย" มาจากคำว่า "ประชา" และ "อธิปไตย" อันหมายถึงการปกครองที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน..

------------------------


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
สนามข่าวสภา วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 13.28 น.
http://www.oknation.net/blog/news-war

การเมืองไม่ใช่เรื่องชั่วร้ายหรอกครับ
หากแต่ผู้ที่ใช้การเมืองเป็นเครื่องมือบางคนต่างหากที่ชั่วร้าย
ความคิดเห็นที่ 1
khongpu วันที่ : 25/09/2007 เวลา : 18.46 น.
http://www.oknation.net/blog/khongpu
ค้างพลู

การเมือง เรื่องชั่วร้ายที่จำเป็น???
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30