|
โดย บิ๊กเบิ้ม ตั้งแต่มีข่าว "สมัคร สุนทรเวช" กลับมาสู่เวทีการเมือง รับมานั่ง "หัวหน้าพรรคพลังประชาชน" แอ่นอกรับเป็น "นอมินี" นายใหญ่จากลอนดอน รู้ทันทีว่าในสายงานข่าวช่วงเลือกตั้ง มีสัญญาณไม่ค่อยสนุกมาเยือนแล้ว 
(ภาพจากอินเตอร์เน็ต) แค่ช่วงแรกๆที่คุณสมัครนั่งแถลงเป็นทางการ มีการต่อว่าย้อนถามบรรดานักข่าวที่ซักถาม ก็เป็นเรื่องดีที่จะต้องทำการบ้าน ก่อนที่จะถามทุกครั้ง เพราะนักข่าวทุกคนต่างไม่มีเจตนาร้าย เพียงต้องการที่จะได้ข้อมูล ข้อเท็จจริงเพื่อนำเสนอข่าว ไปสู่สายตาประชาชนได้รับรู้ ส่วนจะได้ลงรายละเอียดครบถ้วนหรือไม่ สื่อทุกประเภท ต่างมีข้อจำกัดทั้งสิ้น ใช่ว่าทุกคำพูดจะได้นำเสนอทั้งหมด พอมีการให้สัมภาษณ์ทีไรมักมีการต่อว่า เหน็บสื่อทุกครั้ง ยิ่งอยูในสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ เวลาคุณสมัครให้ข่าวอะไรไปแล้ว มักพูดเสมอว่า จะลงข่าวได้หรือ จะออกอากาศได้หรือเปล่า หรือมีภาพ ไม่มีเสียงอีก แล้วพอ ทีวี ไม่ได้ออกอากาศ หรือหนังสือพิมพ์ ไม่ลงข่าวตามที่พูด เมื่อเจอหน้าก็โวยยิ่งช่วงหลังๆก็ว่า "นักข่าวหน้าโง่ อยู่ใต้ท็อปบู๊ท" บ้าง
หากติดตามมาตลอดในพฤติกรรม ยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติ ที่เป็นเหมือนไม้เบื่อไม้เมากับสื่อ เป็นที่ทราบกันดีว่า ทั้งที่ในอดีตคุณสมัครเคยทำหนังสือพิมพ์ เดลิมิเรอร์ มามีคอลัมน์ดัง "มุมน้ำเงิน" จนในที่สุดต้องปิดตัวไป และล่าสุดในค่ำวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา คุณสมัครได้ปาถกฐาเรื่อง "การเมืองเรื่องไม่ค่อยสนุก" ในงานจัดระดมหาทุนของพรรคพลังประชาชน มีจัด 250 โต๊ะ โดยไร้ตัวแทนจากพรรคการเมืองอื่นๆ มีเพียงผู้สนับสนุนพรรคไทยรักไทยเดิม และอดีตผู้บริหารพรรค อดีตกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิ์การเมือง 5 ปี เบื้องต้นยอดเงินระดมทุน 150 ล้านบาทยังไม่รวมเงินบริจาค การจำหน่ายเสื้อ กระเป๋า หมวกของพรรค
ช่วงแรกคุณ สมัคร พูดเกริ่นเริ่มต้น ยังพูดโวยกับสถานที่จัดงาน โดยบอกว่าสถานที่ระดับอย่างนี้ ทำไมพูดไปแล้วมีเสียงสะท้อนกลับมายังไง ขอให้ปรับปรุงกันหน่อย (แต่ไม่รู้ว่าท่านจะรำคราญเสียงสะท้อนคนที่พูดบ้างหรือเปล่า) จากนั้นได้ร่ายยาวเล่าย้อนยุคไปถึงสัญญาเบาริงเล่าไปถึงประวัติศาสตร์การเปลี่ยนการเมืองไทย การปฎิวัติยึดอำนาจกว่าจะมาถึงยุคปัจจุบันก็นานร่วมชั่วโมง พาดพิงอดีตนายกรัฐมนตรีทั้ง พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ นายบรรหาร ศิลปอาชา ยังเปรียบเทียบข้อความแตกต่างระหว่างนายชวน หลีกภัย กับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร โดยชื่นชมยุคที่ "ไทยรักไทย" มากมายภายใต้ "พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร" ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ได้นำระบบธุรกิจมาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้สำเร็จ แต่เหตุการณ์ในบ้านเมือง ก็มีคนอิจฉากันมากทำให้บ้านเมืองเดือนร้อนเสียหาย ยิ่งตอนนี้มีความพยายามจ้องทำลายล้างให้สูญพันธุ์ ทำให้การเมืองไม่ค่อยสนุกเหมือนอดีต แต่ช่วงท้ายๆได้ประกาศชัดเจนว่า จะทำทุกอย่างเพื่อให้พรรคพลังประชาชนชนะในการเลือกตั้งเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมามีความสุขอย่างมหาเศรษฐี ก่อนจะจบยังไม่ลืมขอบคุณทุกคนที่ซื้อโต๊ะ แต่ไม่มา
ฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจ หากวันรุ่งขึ้น "สื่อ" ทุกแขวงนำเสนอหรือลงข่าวได้ไม่เต็มที่ได้ครบถ้วน เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่างทั้งข่าวโปรดเกล้าฯแต่งตั้งพล.อ.สนธิ เป็นรองนายกฯ ข่าวปรับ ครม.อีกทั้งการกำหนดพูด 1 ชั่วโมงครึ่ง เมื่อพูดจริงใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะจบเวลาล่วงไป 4 ทุ่ม วันนี้ทัศนคติของคนที่ชื่อ "นายสมัคร" ยังไม่เปลี่ยนแปลงกับมุมมองต่อ "สื่อ" ทุกครั้งที่พูดขึ้นหรือให้สัมภาษณ์ก็โอดครวญแม้ต่อหน้าประชาชนก็มักต่อว่า "สื่อ" ไม่ค่อยนำเสนอข่าว ไม่เข้าข้าง อยากบอกว่า "สื่อ" ทุกคนต่างทำหน้าที่ตามบทบาทหน้าที่เท่าที่จะกระทำได้ ส่วนข้อมูล ข่าวสาร จะนำไปตีแผ่ หรือนำเสนอ ไปสู่สาธารณชนได้ หลักสำคัญ ก็ขึ้นอยู่กับ "สาระและประเด็น" ที่พูดมีความเหมาะสมหรือไม่ จะต้องกลั่นกรองอย่างรอบคอบ หากคนที่มีประสบการณ์มานานหลายปี ยิ่งถือว่า มีวุฒิภาวะสูงในการพูดว่า ข้อมูลใด ข่าวสารใด สมควรที่พูดไปแล้วสามารถที่นำเสนอข้อมูลไปสู่ประชาชนได้ ไม่ใช่จะมาโทษ "สื่อ" อย่างทุกๆครั้ง คงไม่ยุติธรรม แม้จะเป็นสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นได้ เพราะเมื่ออยู่ในวงการเมือง ก็เป็นบุคคลสาธารณะ ย่อมต้องเผชิญหน้ากับ "สื่อ" เหมือนกับลิ้นกับฟัน ย่อมต้องกระทบกระทั่งกันบ้าง หากเคารพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน บรรยากาศการทำงานก็จะราบรื่น
แต่หากไม่ยอมเปลี่ยน ก็ต้องปล่อยไปตามยถากรรม ทางใคร ทางมัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ในเมื่อทัศนคติคนบางคนผ่านประสบการณ์มามาก ก็อาจจะเปลี่ยนยาก
.......................................................
|