วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม 2550
ขิงแก่กับหอกข้างแคร่ !!!
Posted by
สนามข่าวสภา
,
ผู้อ่าน : 143
, 16:13:47 น.
| หมวดหมู่ :
รอบสนาม
พิมพ์หน้านี้
|
โดย ทองใหญ่ ก่อนเริ่มปีงบประมาณ 2551 ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดเสวนาในหัวข้อ บทบาทของสถาบันนิติบัญญัติหลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หนึ่งในวิทยากรที่มาร่วมวิเคราะห์และพยากรณ์ทิศทางการเมืองไทยที่จะเดินไปข้างหน้าว่าจะก้าวลงสู่หุบเหวหรือพบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ คืออดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่รู้จักกันดี เสรี สุวรรณภานนท์
(ภาพจากเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ) ประเด็นน่าสนใจที่นายเสรีหยิบยกมาพูดถึงคือ เกมงัดข้อกันระหว่างสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กับรัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่นับวันจะขยายผลส่งผลสะเทือน ในที่สุดจะกลายเป็นปัญหาทางการเมืองต่อไป ภาพการแบ่งกันเป็นก๊กเป็นเหล่าจะมากกว่า สามก๊ก มหากาพย์การเมืองชื่อกระฉ่อนโลก ผู้เขียนเชื่อว่าประชาชนที่เฝ้าติดตามบรรยากาศทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง จะโฟกัสไปในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงกัน และในที่สุดภาพการประนีประนอมกันระหว่าง สนช.และรัฐบาลต่อไปนี้คงยากที่จะได้เห็นกันอีกต่อไปแล้ว

ล่าสุดกับการเปิดเกมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายรัฐบาลในเรื่องเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) คณะหนึ่งของสนช. ที่มีหัวหอกเป็นผู้ที่แสดงตนอยู่คนละขั้วกับกลุ่มการเมืองเก่าอย่างชัดเจน และไปๆมาๆ หัวหอกขิงแก่คนนี้ได้กลายเป็น หอกข้างแคร่ ของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ไปโดยปริยาย

(ภาพจากเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล) แม้ล่าสุดหัวหอกขิงแก่และคณะจะถูกเบรกจนหัวทิ่มหัวคะมำจากประธาน สนช. มีชัย ฤชุพันธุ์ ว่ากมธ.ยื่นญัตติเองไม่ได้ พร้อมชี้แนะว่า แค่สมาชิก สนช.เข้าชื่อ 5 คนก็เสนอเป็นญัตติยื่นเรื่องที่ข้องใจให้รัฐบาลมาตอบได้ ทำให้หัวหอกขิงแก่รีบกลับลำ แก้เกมตามที่ประธานมีชัยสอน
เกมที่ผ่านมา รวมถึงเกมยื่นญัตตินี้ มีการมองว่าเกิดขบวนการจ้องล้มรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันนี้มีการปรับ ครม.ในตำแหน่งสำคัญ ภายหลังการทยอยลาออกของรัฐมนตรี ที่โดนพิษถือครองหุ้นเกินร้อยละ 5 ตามรัฐธรรมนูญ 2550 ที่มีการมองกันว่า เก้าอี้รองนายกฯ กำกับดูแลงานด้านความมั่นคง เป็นที่หมายมั่น อยากจับจอง ของสมาชิกระดับบิ๊กเนมของ สนช.กลุ่มหนึ่ง และคิดว่าสักวันต้องได้ เพราะมีคนหนุนหลังระดับบิ๊ก (ไม่ใช่คนมีสี) แต่วันนี้รถไฟขบวนเที่ยวสุดท้ายได้ผ่านไปแล้ว และไม่ใช่ใครที่ไหนที่ได้เก้าอี้ตัวนี้ไปครองสมใจหวัง แม้อาจไม่ได้หวังว่าจะต้องได้มานั่งตรงนี้ แต่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผบ.ทบ.และอดีตประธานคมช. ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลงานด้านความมั่นคงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า บทสรุประหว่าง ขิงแก่กับหอกข้างแคร่ จะเป็นเช่นไรหรือใครจะอึดกว่ากัน... ------------------------
|