
พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ภาพจากเว็บไซต์ สนช.
ด้านกลุ่มผู้เข้าชื่อได้ยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้ มองเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติมาเป็นลำดับหนึ่ง
หากมองอีกมุมหนึ่ง
มองย้อนกลับไปที่สมาชิก สนช.ที่ยกเหตุผลเรื่องการกระทำที่ไม่เหมาะสมของรัฐมนตรี แม้ว่าบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญจะยกเว้นไว้ให้
ก็อาจจะมีคำถามกลับไปได้ว่า สมาชิก สนช.เองในฐานะที่ทำหน้าที่ ส.ส.และ ส.ว. ก็ถูกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ห้ามไว้หลายเรื่อง แต่มีบทเฉพาะกาลยกเว้นให้เช่นกัน
บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๒๙๓ วรรคสี่ บัญญัติไว้ว่า..
"มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๓ มาตรา ๙๔ มาตรา ๑๐๑ มาตรา ๑๐๒ มาตรา ๑๐๖ มาตรา ๑๐๙ มาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๑๕ มาตรา ๑๑๙ มาตรา ๑๒๐ มาตรา ๑๙๗ วรรคสี่ มาตรา ๒๖๑ และบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่ห้ามมิให้บุคคลดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ"
ข้อความซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับคำถามที่อาจจะย้อนกลับมาที่สมาชิก สนช.ได้คือ..
"บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่ห้ามมิให้บุคคลดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ"
ก็จะพบว่ามีหลายมาตราที่เกี่ยวกับกรณีนี้ เช่น..
มาตรา ๔๘ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม มิได้ ไม่ว่าในนามของตนเองหรือให้ผู้อื่นเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นแทน หรือจะดำเนินการโดยวิธีการอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมที่สามารถบริหารกิจการดังกล่าวได้ในทำนองเดียวกับการเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการดังกล่าว
มาตรา ๑๙๔ ข้าราชการและพนักงานของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำและมิใช่ข้าราชการการเมือง จะเป็นข้าราชการการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นมิได้
มาตรา ๑๙๗ วรรคสี่ ผู้พิพากษาและตุลาการจะเป็นข้าราชการการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมิได้
มาตรา ๒๖๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้อง
(๑) ไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจหรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น
(๒) ไม่รับหรือแทรกแซงหรือก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
(๓) ไม่รับเงินหรือประโยชน์ใด ๆ จากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเป็นพิเศษนอกเหนือไปจากที่หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติต่อบุคคลอื่นๆในธุรกิจการงานตามปกติ
(๔) ไม่กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๔๘
บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภารับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินปีพระบรมวงศานุวงศ์ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน และมิให้ใช้บังคับในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภารับหรือดำรงตำแหน่งกรรมาธิการของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา หรือกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในการบริหารราชการแผ่นดิน
ให้นำความใน (๒) (๓) และ (๔) มาใช้บังคับกับคู่สมรสและบุตรของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา และบุคคลอื่นซึ่งมิใช่คู่สมรสและบุตรของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภานั้น ที่ดำเนินการในลักษณะผู้ถูกใช้ ผู้ร่วมดำเนินการ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาให้กระทำการตามมาตรานี้ด้วย
กรณีของคำถามที่อาจจะย้อนกลับมาที่สมาชิก สนช.นี้

มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน สนช. ได้ให้คำตอบไว้ว่า..
"เป็นข้อห้ามใหม่ ยังไม่ได้ใช้ หากใช้ก็จะยุ่ง เพราะจะทำให้สมาชิก สนช.กว่าครึ่งต้องออก แล้วก็ตั้งใหม่ไม่ได้"
"ส่วนกรณีของรัฐมนตรีมีกฎหมายมาก่อนแล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็หยิกเล็บเจ็บเนื้อ เพราะมีที่มาจากที่เดียวกัน ไม่มีฝ่ายค้าน"
ฟังแล้วก็อาจจะถูกต้อง สำหรับเหตุผลที่ประธานมีชัยให้ไว้
แต่เมื่อจะใช้เหตุผลที่ว่าไม่เหมาะสมแม้รัฐธรรมนูญจะมีบทเฉพาะกาลยกเว้นไว้ให้สำหรับรัฐมนตรีแล้ว
ก็คงต้องถามว่า จะใช้เหตุผลนี้กับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติบ้างจะได้หรือไม่
หรือเราจะใช้มาตรฐานหนึ่งสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง แล้วใช้อีกมาตรฐานหนึ่งสำหรับคนอีกกลุ่มหนึ่ง
ทั้งๆที่คนทั้งสองกลุ่มนี้ต่างก็ได้ชื่อว่าเป็น "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" ซึ่งมีอำนาจที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศชาติบ้านเมืองได้
แม้จะไม่เท่ากันก็ไม่ตาม...
--------------------------