วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤษภาคม 2550
หมายศาล
Posted by
ความทุกข์หนี้บัตรเครดิต
,
ผู้อ่าน : 170
, 15:07:51 น.
พิมพ์หน้านี้
หมายศาล
รายละเอียด บุคคลทั่วไปเมื่อได้รับหมายศาลมักจะตกใจทำอะไรไม่ถูก เพราะฟังดูแล้วเป็นเรื่องที่น่ากลัว เนื่องจากความศักดิ์สิทธิ์ของคำว่า ศาล อันเป็นที่เคารพยกย่อง และเป็นที่ยำเกรงของคนทั่วไป ดังนั้น เมื่อมีหมายศาลมาถึงตัวมักจะคิดถึงเรื่องการถูกฟ้องร้องไว้ก่อน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าปัจจุบันมีข่าวออกมาบ่อย ๆ ว่า บุคคลซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ต้องเป็นจำเลยในมูลหนี้ที่ต้นไม่ได้เป็นผู้ก่อ หรือเป็นผู้กระทำให้เกิดขึ้นหรือเกิดจากความผิดพลาดของระบบหรือเกิดจากผู้อื่นปลอมแปลงทำให้เราเป็นหนี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่น่ากลัวทั้งสิ้น แต่ทุกอย่างย่อมมีหนทางแก้ไขหากเราเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ไม่ต้องไปกลัวกับสิ่งเหล่านี้ หาทางแก้ไขก็จะปลอดภัยได้ในที่สุด แต่ก่อนอื่นจะต้องตั้งสติให้ดีเมื่อได้รับหมายศาล ดูให้รอบคอบว่าเป็นหมายอะไร ส่งมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร และได้รับหมายในฐานะอะไร ดังนั้น เพื่อให้เป็นการทำความเข้าใจในเบื้องต้น จึงขอแยกประเภทของหมายศาลและหน้าที่ของผู้ได้รับหมายเพื่อเป็นการง่ายต่อการทำความเข้าใจ ดังนี้ หมายศาลมีหลายประเภท ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา ซึ่งหมายศาลแต่ละประเภทก่อให้เกิดหน้าที่ของผู้รับหมายศาลแตกต่างกัน ในชั้นนี้จะขออธิบายถึงหมายศาลที่สำคัญ ๆ เท่านั้น อันเป็นหมายที่ควรทำความรู้จักโดยทั่วไป แยกเป็นหมายศาลในคดีแพ่งและคดีอาญา ดังนี้ หมายศาลในคดีแพ่งที่สำคัญ ๆ ได้แก่ 1. หมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง หรือหมายเรียกคดีแพ่งสามัญ หมายดังกล่าวเป็นหมายในคดีแพ่ง หากได้รับแล้วหมายถึงว่าผู้มีชื่อในหมายถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลแล้ว หากได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแล้ว มีหน้าที่ต้องทำคำให้การยื่นต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหมายหรือถือว่าได้รับหมาย เพื่อให้การต่อสู้คดี มิฉะนั้นจะหมดสิทธิ์ในกาต่อสู้คดี ทำให้ต้องแพ้คดีหรือรับผิดตามฟ้อง ดังนั้น เมื่อได้รับหมายต้องรีบติดต่อทนายความทันทีเพื่อปรึกษาและดำเนินการในการต่อสู้คดี 2. หมายเรียกพยานเอกสารหรือวัตถุ เมื่อได้รับหมายดังกล่าวแล้ว มีหน้าที่ต้องจัดส่งเอกสารหรือวัตถุพยานไปยังศาลตามรายการที่ระบุไว้ในหมาย หากขัดขืนอาจมีความผิดฐานขัดขืนหมายศาลซึ่งมีโทษถึงจำคุก ทั้งนี้จะมีระบุไว้ในด้านหลังของหมาย แต่หากไม่มีเอกสารหรือวัตถุพยานตามหมายเรียกอยู่ในครอบครองก็ให้ทำหนังสือชี้แจงไปยังศาลเพื่อให้ศาลและ ผู้ขอหมายเรียกทราบต่อไป แต่หากมีบางส่วนหรือมีแต่ไม่อาจส่งไปให้ทันตามกำหนดเวลาได้ ก็ต้องทำหนังสือแจ้งเหตุไปให้ทราบ เช่นกัน หากละเลยเสียไม่ดำเนินการใด ๆ ก็อาจมีโทษตามที่ระบุไว้ในด้านหลังของหมาย
3. หมายเรียกพยานบุคคล เมื่อได้รับหมายจะต้องไปศาลตามวันและเวลาที่กำหนดไว้ในหมาย เพื่อเบิกความเป็นพยานต่อศาล หากขัดขืนไม่ไปศาลตามกำหนดศาลอาจออกหมายจับเอาตัวกักขังได้ แต่หากมีเหตุขัดข้องไม่สามารถไปศาลตามวัน-เวลาที่กำหนดได้ก็สามารถทำหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องต่อศาลได้ และหากผู้ขอหมายยังประสงค์จะให้เบิกความเป็นพยานต่อศาลอีกก็จะต้องส่งหมายมาให้อีกครั้งหนึ่ง และก็เช่นเดียวกันกับหมายอื่น ๆ คือจะระบุความผิดไว้หากขัดขืนหมายศาลที่ด้านหลังของหมายเช่นกัน 4. หมายบังคับคดี ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีแล้ว และจำเลยไม่ยอมชำระหนี้ก็มีการออกหมายบังคับคดีส่งให้จำเลย เมื่อจำเลยได้รับหมายบังคับคดีแล้วมีหน้าที่ต้องปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษา มิฉะนั้นอาจถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ ส่วนหมายในคดีอาญาที่สำคัญ ๆ มีดังนี้ 1. หมายนัดไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อได้รับหมายดูรายละเอียดว่าศาลกำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้องวันใดและคำฟ้องมีสาระสำคัญอย่างไร หากได้อ่านสาระสำคัญแล้วเห็นว่าฟ้องเป็นความจริงและประสงค์จะเจรจาตกลงกับโจทก์ก็สามารถเจรจาตกลงประนีประ นอมกันได้ ซึ่งหากตกลงกันได้และโจทก์ยินยอมถอนฟ้องคดีก็เป็นอันเสร็จไป หมายดังกล่าวก็เป็นอันไร้ผล แต่หากประสงค์จะต่อสู้คดีหรือไม่สามารถประนีประนอมกันได้ ต้องรีบปรึกษาทนายความทันทีเพื่อทำหนังสือแต่งตั้งทนายความเพื่อให้ทนายความไปทำการซักค้านพยานโจทก์ในวัน นัดไต่สวนมูลฟ้องแทน โดยในวันนัดไต่สวนมูลฟ้องจำเลยไม่จำเป็นต้องไปศาล เพราะหากจำเลยไปศาลในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ก็ต้องเตรียมหลักทรัพย์ไปประกันตัวด้วย เพราะหากศาลสั่งว่าคดีมีมูล รับคำฟ้องไว้พิจารณา จำเลยก็อยู่ในอำนาจที่จะถูกควบคุมตัวจะต้องประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีต่อไป 2. หมายเรียกพยานบุคคล เมื่อได้รับหมายดังกล่าวต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับการที่ได้รับหมายเรียกพยานบุคคลในคดีแพ่งดังที่ได้กล่าวม าแล้ว 3. หมายเรียกพยานเอกสารหรือวัตถุในคดีอาญา หากได้รับหมายเรียกให้ส่งพยานเอกสารหรือวัตถุต่อศาล จะต้องจัดส่งเอกสารหรือวัตถุตามที่ระบุในหมายไปศาลตามวันเวลาที่ศาลกำหนด หากไม่สามารถจัดส่งให้ได้เนื่องจากไม่มีเอกสารหรือพยานวัตถุอยู่ในครอบครอง หรือมีเพียงบางส่วนหรือไม่สามารถส่งได้ทันตามกำหนด จะต้องทำเป็นหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องไปยังศาล หรือจะไปแถลงด้วยวาจาต่อศาลตามวันที่ระบุในหมายก็ได้ หากขัดขืนหรือมีเหตุขัดข้อง แต่ไม่แจ้งเหตุอาจถูกฟ้อง ซึ่งมีโทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งสามารถดูคำเตือนที่ด้านหลังของหมายได้เช่นกัน 4. หมายจับ ค้น ขังและปล่อย เมื่อได้รับหมายดังกล่าวเหล่านี้ ก่อนอื่นต้องอ่านรายละเอียดในหมายว่าระบุให้ใคร กระทำการอะไร ที่ไหน เวลาอะไร ใครเป็นผู้ขอให้ออกและออกด้วยสาเหตุอะไร เมื่อดูรายละเอียดแล้วเห็นว่าเป็นหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องปฏิบัติตามที่ระบุไว้ในหมาย คือ ถ้าเป็นหมายค้นก็ต้องยอมให้ตรวจค้นได้แต่การตรวจค้นจะต้องทำตามวัน-เวลาและสถานที่ที่ระบุในหมายศาลเท่านั ้น และต้องกระทำอย่างเรียบร้อยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแต่ผู้ถูกค้น มิฉะนั้นผู้ถูกค้นสามารถดำเนินคดีเอากับผู้ตรวจค้นได้ หากเป็นหมายจับก็ต้องถูกจับและหากทางประกันตัวสู้คดีหรือเจรจาประนีประนอมยอมความกับผู้เสียหายต่อไป สำหรับหมายขัง จำคุก ปล่อย เป็นเรื่องที่ศาลจะกำหนดไว้ในหมายว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งจะต้องถูกบังคับให้เป็นไปตามนั้น ตามที่กล่าวมานี้เป็นหมายที่สำคัญ ๆ ซึ่งบุคคลทั่วไปอาจต้องประสบด้วยตนเอง อย่าลืมว่าการออกหมายทุกชนิดจะต้องมีกฎหมายรองรับในการออกหมาย ดังนั้นเมื่อได้รับหมายศาลจะต้องตั้งสติให้ดี พิจารณาให้รอบคอบว่าเป็นหมายอะไร ให้ทำอะไร จะทราบได้เพราะมีระบุไว้ในหมายและไม่ลืมว่าทุกอย่างสามารถแก้ไขได้หากพิจารณาให้รอบคอบอาจมิใช่เรื่องที่ส ำคัญสำหรับตัวท่านก็ได้
| | โดย : jury [ 26/01/2006 , 21:50:18 ] |
|