• บุญนำพา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-25
  • จำนวนเรื่อง : 123
  • จำนวนผู้ชม : 26474
  • จำนวนผู้โหวต : 46
  • ส่ง msg :
บทสวดมนต์ทำวัตรเช้า 2 - 4

ขอเชิญรับฟังบทสวดมนต์ทำวัตรเช้า 2

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม 2550
เศษกรรมของพระโมคคัลลานะที่ถูกตามฆ่า
Posted by บุญนำพา , ผู้อ่าน : 351 , 16:42:29 น.   | หมวดหมู่ : พระไตรปิฏก  
พิมพ์หน้านี้


ในครั้งนั้น พระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ พระนครราชคฤห์ และพระโมคคัลลานะได้พำนักอยู่ ณ ตำบลกาฬศิลา พลันก็มีโจรพวกหนึ่ง ได้พากันมาล้อมกุฏิของพระโมคคัลลานะเอาไว้ หมายจะจับตัวไปฆ่าตามที่พวกเดียรถีย์จ้างมา แต่พระโมคคัลลานะก็สามารถใใช้ฤทธิ์หายตัวหนีไปได้ พวกโจรก็ยังไม่ละความพยายาม ยังคงติดตามจับตัวท่านเพื่อหมายจะเข่นฆ่า จนเวลาผ่านไปสองเดือนย่างเข้าสู่เดือนที่ 3 พวกโจรก็ยังไม่ย่อท้อ

พระโมคคัลลานะผู้มีฤทธิ์สามารถเหาะหรือหายตัวได้หากต้องการกระทำ แต่ท่านเกิดความสงสัยว่าเป็นเพราะเหตุใดโจรเหล่านี้ จึงติดตามราวีท่านอย่างไม่รู้จบสิ้นทั้งที่รู้ว่าท่านเป็นผู้มีฤทธิ์

พวกโจรทั้งหลายไม่มีทางทำอะไรท่านได้เลย พระโมคคัลลานะคิดว่าชะรอยคงจะเป็นกรรมเก่าที่ท่านทำไว้ ยังเหลือเศษกรรมตามมาสนองผลหรืออย่างไร จึงได้กำหนดจิตด้วยญาณเพื่อตรวจดูกรรมเก่าที่ท่านเคยสร้างสมเอาไว้ในแต่ละชาติ ก่อนที่จะเกิดมาเป็นพระอัครสาวกในชาติปัจจุบัน

ในญาณพระโมคคัลลานะ เห็นเป็นนิมิตรว่า ครั้งหนึ่งในชาติอดีตท่านเคยเกิดเป็นบุตรของผู้มีฐานะคนหนึ่ง ของเมืองพาราณสี และท่านเป็นคนที่มีความขยันขันแข็งดูแลเอาใจใส่ ในหน้าที่การงานเป็นอย่างดี เป็นที่รักใคร่แก่บิดามารดาเป็นอันมาก

อยู่ต่อมาวันหนึ่งบิดามารดาของท่านได้ปรึกษากันว่า "ลูกเราตรากตรำงานหนักเหลือเกินอีกทั้งยังไม่มีคู่ครอง เห็นทีจะต้องเสาะหาหญิงสักคนมาเป็นคู่และช่วยผ่อนงานบ้าง" เมื่อคิดดังนั้นแล้ว ทั้งสองก็นำความที่ปรึกษากันไปบอกแก่บุตรของตน

เมื่อบุตรได้ฟังดังนั้นจึงรีบปฏิเสธ บอกว่าตนไม่ได้คิดที่จะมีครอบครัว อยากจะขอปฏิบัติดูแลบิดาและมารดา ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แต่บิดามารดาก็ยังคงอ้อนวอนอยู่มิได้ขาด ลูกชายก็ยังไม่ยอมอยู่ดี ในที่สุดทั้งสองจึงจัดหาหญิงคนหนึ่งมาให้เป็นภรรยา แม้บุตรชายจะไม่ปรารถนาแต่ก็จำรับไว้ ครั้นอยู่ต่อมา ผู้เป็นภรรยาซึ่งเป็นหญิงใจบาปมีความรังเกียจที่ตนต้องปฏิบัติต่อพ่อแม่ของสามี จึงพยายามหาเรื่องใส่ความ เพื่อให้สามีของตนมีความรังเกียจและนำพ่อแม่ของตนไปอยู่เสียที่อื่น นางจะได้มีความสะดวกสบาย

แม้ว่าผู้เป็นภรรยาจะพยายามพูดจาใส่ความประการใด สามีก็หาได้เชื่อฟังไม่ ยังคงปฏิบัติต่อบิดามารดาของตนเหมือนก่อนมา ผู้เป็นภรรยาก็ยิ่งหาอุบายหนักขึ้น โดยในขณะที่สามีไม่อยู่บ้าน นางได้แกล้งเอาของโสโครกมาเทที่กลางบ้าน และเครื่องใช้สอยก็ขนออกมาวางกองเกะกะเกลื่อนบ้าน

เมื่อสามีกลับมาเห็นเข้า ก็ดุด่าภรรยาของตน ผู้ภรรยาก็ทำมารยาไม่ว่ากล่าวอย่างไร รีบทำการเก็บกวาดให้เป็นที่เรียบร้อย ครั้นวันต่อ ๆ มา ก็ทำมารยาเช่นเดิม ครั้นหลายวันเข้าสามีบังเกิดความสงสัย จึงเรียกภรรยาเข้ามาไต่ถาม นางภรรยาได้โอกาสจึงรีบใส่ไคล้ทันที

"ที่ท่านเห็นบ้านช่องเลอะเทอะเปรอะเปื้อนนี้จะด้วยเหตุที่ข้าขี้เกียจก็หาไม่ แต่เป็นเพราะพ่อแม่ของพี่นั่นแหละ กระทำการเช่นเดียวกันทุกวัน เหมือนจะแกล้งให้ข้าอยู่บ้านนี้ไม่ได้ ข้ารึพยายามอดทน แต่พ่อแม่ของพี่ก็ยังทำเหมือนเดิม"

เมื่อถูกเป่าหูเช่นนี้ทุกวัน และด้วยความรักภรรยา ผู้เป็นสามีก็ชักมีความเห็นคล้อยตาม และเชื่อว่าคำบอกเล่าของภรรยาเป็นความจริง จึงคิดหาทางที่จะกำจัดพ่อแม่ของตนเสีย

วันหนึ่งผู้เป็นบุตรจึงได้บอกกับบิดามารดาของตนว่า "พ่อกับแม่อยู่ทางนี้ ญาติของเราที่อยู่ต่างบ้านนั้นมีความคิดถึงเป็นอันมาก แม้ท่านทั้งสองเองก็ย่อมมีความผูกพันธ์ต้องการจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนมิใช่หรือ"

"ถูกแล้วลูกรัก" ทั้งสองบอกแก่บุตรของตน

"ถ้าเช่นนั้นก็อย่าช้าอยู่เลย ลูกได้จัดเตรียมเกวียนไว้แล้ว"

พ่อแม่หลงเชื่อจึงนั่งเกวียนไปกับบุตรของตน ครั้นถึงกลางป่าเปลี่ยว ลูกชายได้ให้ผู้เป็นบิดาจับเชือกบังคับวัย ส่วนตัวเองแอบลงจากเกวียนไป ซ่อนในป่าใหญ่ แล้วดัดเสียงเป็นโจรป่าหมายจะเข้าปล้น

พ่อแม่ทั้งสองนั้นเป็นหญิงและชายชรา หูตาไม่ค่อยดี เข้าใจว่ามีโจรจะมาปล้นจริง ๆ จึงตะโกนบอกให้ลูกชายของตนหนีเอาตัวรอดไปด้วยความเป็นห่วง แม้ภัยกำลังมาถึงตนก็ยังเป็นห่วงลูกชายด้วยความรักของผู้เป็นพ่อแม่

แต่ลูกชายนั้นความหลงได้ครอบงำดวงจิต จึงปลอมตัวเป็นโจรร้าย และทำอันตรายแก่พ่อแม่ของตนจนถึงแก่ชีวิต โดยหลงเชื่อคำยุยงของผู้เป็นภรรยา และจากผลกรรมที่ได้สร้างไว้ในครั้งนั้น ยังผลให้ผู้เป็นบุตรต้องตกนรกหมกไหม้ และต้องถูกเขาทุบตีจนตายเป็นเช่นนี้มาแล้วหลายร้อยชาติ จนถึงชาติสุดท้าย เศษกรรมที่เคยสร้างไว้ก็ยังตามมาสนอง

เมื่อทราบถึงเศษกรรมที่เหลือของท่านด้วยญาณ พระโมคคัลลานะจึงไม่คิดหลบหนีแต่อย่างใด ยอมให้พวกโจรจับตัวไปทุบตี จนร่างของท่านแหลกเหลว จนคิดว่าท่านคงเสียชีวิตแน่แล้ว จึงพากันหลบหนีไป

พระโมคคัลลานะได้เข้าญาณประสานกระดูกให้กลับเหมือนเดิมด้วยอำนาจฤทธิ์ แล้วเหาะไปเฝ้าพระพุทธองค์เพื่อทูลลาเข้านิพพาน พระพุทธองค์จึงให้ท่านแสดงปาฏิหาริย์เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยการเทศนาธรรมสอนประชาชนเสียก่อน

หลังจากนั้นพระโมคคัลลานะจึงได้เสด็จนิพพาน ที่ตำบลกาฬศิลานั่นเอง เมื่อภิกษุทั้งหลายทราบข่าวการเข้าสู่นิพพานของท่านโมคคัลลานะ ก็บังเกิดความแปลกใจเพราะธรรมดาท่านเป็นผู้มีฤทธิ์ เหตุไฉนจึงมาพ่ายแพ้แก่โจรป่า

ในครั้งนั้นพระพุทธองค์จึงตรัสเล่าเรื่องราวของผลกรรมในชาติอดีต ให้แก่ภิกษุทั้งหลายได้ฟังจนเป็นที่เข้าใจ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
จักรพรรดิพญายม วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 21.04 น.
http://www.oknation.net/blog/gunslinger-girl
ความรุนแรงแซงหน้าความยุติธรรมเสมอ....

แม้มีพลังมากแค่ไหนก็หนีไม่พ้นกรรมนี่เอง
ความคิดเห็นที่ 2
veerin วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 09.24 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

แวะมาอ่านเรื่องธรรมะยามเช้า จะได้เก็บไว้ใช้เป็นธรรมะในการดำเนินชีวิตค่ะ....
ความคิดเห็นที่ 1
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 16.46 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ขอบคุณครับที่นำเรื่องนีมาให้อ่านกัน
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน