| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |
พิมพ์หน้านี้
|
วินัย หมายถึง ระเบียบ กฏเกณฑ์ข้อบังคับสำหรับควบคุมความประพฤติ ทางกายของคนในสังคมให้เรียบร้อยดีงาม จะได้อยู่ร่วมกันด้วยความสุขสบาย ไม่กระทบกระทั่งซึ่งกันและกัน ให้ห่างไกลจากความชั่วทั้งหลาย ชนิดของวินัย ตัวเรามีของสำคัญ ๒ อย่าง คือ ชีวิต กับ จิตใจ ชีวิต ของเราขึ้นอยู่กับระบบโลก ต้องพึ่งโลกชีวิตจึงจะเจริญ จิตใจ ของเราขึ้นอยู่กับระบบธรรม ต้องพึ่งธรรมจิตใจจึงจะเจริญ เพื่อให้ชีวิตและจิตใจเจริญทั้ง ๒ ทาง เราจึงต้องดำเนินชีวิตให้สอดคล้อง กันทั้ง ๒ ด้านด้วย ผู้ที่ฉลาดรู้ ก็ต้องศึกษาให้รู้ทั้งทางโลกและทางธรรม ผู้ที่ฉลาดทำ ก็ต้องทำให้เป็น ให้ถูกต้องทั้งทางโลกและทางธรรม เช่นกัน ผู้ที่ฉลาดใช้ ก็ต้องมีวินัยทั้งทางโลกและทางธรรมคอยช่วยกำกับ ความรู้ และ ความสามารถเอาไว้ วินัยทางโลก หมายถึง ระเบียบสำหรับควบคุมคนในสังคม เช่น กฏหมาย กฏข้อบังคับ ระเบียบ พระราชบัญญัติ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้รวมเรียกว่า วินัยทางโลก วินัยทางธรรม วินัยทางศาสนามี ๒ ประเภท คือ ๑. อนาคาริยวินัย วินัยสำหรับผู้ออกบวช ได้แก่ วินัยของพระภิกษุสามเณร ๒. อาคาริยวินัย วินัยสำหรับผู้ครองเรือน หรือ ประชาชนทั่วๆไป อานิสงส์ของการมีวินัย ๑. วินัยนำไปดี หมายความว่า ทำให้ผู้รักษาวินัยดีขึ้น ยกฐานะผู้มีวินัยให้ สูงขึ้น เช่น เด็กชาวบ้านบวชแล้วถือศีล ๑๐ กลายเป็นสามเณร ๒. วินัยนำไปแจ้ง คำว่า แจ้ง แปลว่า สว่าง หรือเปิดเผยไม่คลุมเครือ วินัยนำไปแจ้งคือ เปิดเผยธาตุแท้ของคนได้ ๓. วินัยนำไปต่าง เราดูความแตกต่างของคนด้วยวินัย ยกตัวอย่าง คนที่ พกอาวุธเดินปะปนอยู่ในชุมชนอย่างองอาจถ้ามีวินัยเราเรียกว่า ตำรวจ ถ้า ไม่มีวินัยเราเรียกว่า นักเลงอันธพาล คนที่เที่ยวภิกขาจรพึ่งคนอื่นเลี้ยงชีพ ถ้ามีวินัยรักษาศีล ๒๒๗ เราเรียกว่า พระภิกษุ เป็นบุญของผู้ให้ทาน ถ้า ไม่มีวินัยเราเรียกว่า ขอทาน เราต้องการก้าวไปสู่ความดีความก้าวหน้า เราต้องการความ บริสุทธิ์กระจ่างแจ้ง เราต้องการยกฐานะให้สูงขึ้น เพราะฉะนั้นเรา จึงจำเป็นต้องรักษาวินัย |