| บทสวดมนต์ทำวัตรเช้า 2 - 4 | ||
ขอเชิญรับฟังบทสวดมนต์ทำวัตรเช้า 2 |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
เจ้าปายาสิผู้ครองนคร ที่ขึ้นกับพระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นมิจฉาทิฐิ คือ เห็นว่าโลกหน้าไม่มี ผลของการทำความดีและความชั่วไม่มี แต่พระกุมารกัสสปได้เทศนาทางถูกให้ฟังจนเจ้าปายาสิกลับเป็นสัมมาทิฐิ และได้บริจาคทานเป็นประจำ แต่การบริจาคทานนั้น เจ้าปายาสิให้ทานโดยไม่เคารพ ไม่ให้ทานด้วยมือของตน ให้ทานด้วยความไม่นอบน้อม ให้ทานอย่างทิ้งให้ เจ้าปายาสิได้มอบหมายให้อุตตรมาณพผู้เป็นบ่าวให้เป็นผู้ให้ทานแทน ส่วนอุตตรมาณพนั้น ได้ให้ทานโดยเคารพ ให้ทานด้วยมือของตน ให้ทานด้วยความนอบน้อม มิได้ให้ทานอย่างทิ้งให้ ผลปรากฏว่า หลังจากบุคคลทั้งสองได้ละโลกนี้ไปแล้ว เจ้าปายาสิได้ไปเกิดในวิมานชื่อ "เสรีสกะ"ในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราช ซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นต่ำสุดในบรรดาสวรรค์ทั้งหมดและวิมานนั้นยังว่างเปล่า ไม่มีเครื่องประดับประดาอะไรเลย และไม่มีนางฟ้าเป็นบริวารแวดล้อมด้วย ส่วนอุตตรมาณพ ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดิงส์ ซึ่งสูงกว่าสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชหนึ่งชั้น และพรั่งพร้อมด้วยยศและบริวารเป็นอันมาก ปายาสิราชัญญสูตร ๑๐/๓๐๗ ส่วนเสริมอธิบาย การทำบุญทำทานในทางศาสนาของจะมากหรือน้อยไม่สำคัญ สำคัญที่ใจ ที่ยอมสละทรัพย์ของตนที่หามาด้วยความยากลำบากเพื่อทำนุบำรุงพระศาสนาให้คงอยู่สืบต่อไป คือ ความเลื่อมใสและศรัทธาต่างหากที่ถือเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ ดังนั้นก่อนให้ทานทุกครั้ง จะต้องมีความดีใจ กำลังให้ก็เลื่อมใส และเมื่อให้แล้วก็ต้องปลื้มใจ ทานนั้นจึงจะจัดว่ามีอานิสงส์มากหรือมีผลมากครับ |