| บทสวดมนต์ทำวัตรเช้า 2 - 4 | ||
ขอเชิญรับฟังบทสวดมนต์ทำวัตรเช้า 2 |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
พระพุทธเจ้าทั้งหลายได้ตรัสรู้ ณ ควงไม้ใดๆต้นไม้นั้นเรียกว่า "ต้นโพธิ" หมายถึง การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า การที่ทรงรู้แจ้งแทงตลอดพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ หรือพระสัพพัญญุของพระพุทธเจ้า ก็เพื่อประโยชน์แก่เวไนยสัตว์ ผู้ควรแก่การรู้แจ้งตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์และบรรลุ หรือตรัสรู้ตาม (อนุพุทธะ) ได้ด้วย เพราะทรงกระทำตามสัตยาธิษฐานประกอบด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ในหมู่สัตว์ทั้งหลายว่า "เราตรัสรู้แล้วจะให้โลกตรัสรู้ด้วย เราข้ามพ้นแล้วจะให้สัตว์โลกข้ามพ้นด้วย เราสงบได้แล้วจะให้สัตว์โลกสงบได้ด้วย เราเป็นผู้ดับสนิทแล้วจะให้สัตว์โลกดับสนิทได้ด้วย" (ขุ.ปฏิ.๓๑/๑๘๘/๑๘๒.มหากรุณานิทเทส) ในขณะที่พระพุทธองค์ยังเป็นพระโพธิสัตว์ คือ ผู้ที่กำลังบำเพ็ญเพียรสั่งสมบารมีธรรมเพื่อการบรรลุโพธิญาณ หรือการตรัสรู้นั้น ทรงได้รับการพยากรณ์จากอดีตพระพุทธเจ้าทั้งหลายถึง ๒๔ พระองค์ อันมีพระทีปังกรพุทธเจ้า เป็นต้น และมีพระกัสสปะพุทธเจ้าเป็นที่สุดว่า "ท่านผู้นี้จะได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ควงต้นไม้โพธิ์ ในอนาคตกาล" ดังพระดำรัสพยากรณ์ของพระทีปังกรพุทธเจ้า ดังนี้ ลำดับนั้น สมเด็จพระทีปังกรพุทธเจ้า ประทับยืนอยู่เหนือศรีษะของสุเมธดาบส แล้วตรัสพุทธพยากรณ์ว่า "เธอทั้งหลาย จงดูชฏิลดาบสนี้ ผู้มีตบะแก่กล้า ในกัปอันประมาณมิได้นับจากกัปนี้ไป เขาจักเป็นพุทธเจ้าในโลก พระตถาคต ได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์ ทรงเริ่มตั้งความเพียรบำเพ็ญทุกกรกิริยา ประทับนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ ทรงรับข้าวมธุปายาสในที่นั้นแล้ว เสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา เสวยข้าวมธุปายาสที่ริมฝั่งแม่น้ำนั้น แล้วเสด็จไปที่โคนต้น "โพธิ์" ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว ทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยม จักตรัสรู้ที่โคนต้น "อัสสัตถพฤกษ์" เทวดาและมนุษย์ได้ฟังพระราชดำรัสนี้ ของพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว ต่างก็มีความชื่นชมยินดีกล่าวว่า "ท่านผู้นี้เป็นหน่อพุทธางกูร" แล้วพากันบูชาด้วยดอกไม้ของหอมต่างๆ พร้อมกับกล่าวคำอวยพรต่อพระโพธิสัตว์ว่า "พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ ได้ตรัสรู้ที่โพธิมัณฑ์ ฉันใด ท่านผู้มีความเพียรอันยิ่งใหญ่ ขอท่านจงตรัสรู้ที่ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระชินเจ้า ฉันนั้น เหมือนกันเถิด (ขุ.พุทฺธ.๓๓/๖๑-๖๕/๕๗๕,๑๘๒/๕๙๑,ดูความพิสดารใน สุเมธกถา) ในตำราพุทธประวัติทุกฉบับ กล่าวไว้ตรงกันว่า "ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นสหชาติ คือ เกิดขึ้นในวันเดียวกันกับพระพุทธองค์" ดังปรกฏความว่า ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ประสูติ ณ ลุมพินี สิ่ง ๗ สิ่ง เหล่านี้ คือ ๑.พระเทวีพระมารดาพระราหุล ๒.พระอานนท์ ๓.นายฉันนะ ๔.กาฬุทายีอำมาตย์ ๕.พระยาม้ากัณฐกะ ๖.ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ๗.ขุมทรัพย์ทั้ง ๔ ได้เกิดขึ้นในสมัยนั้นเช่นกัน การเกิดขึ้นพร้อมกันของสิ่งทั้ง ๗ สิ่งเหล่านี้ เรียกว่า "สหชาติ" ฉะนั้น เพราะความหมายและความเกี่ยวข้องของต้นพระศรีมหาโพธิ์กับพระพุทธเจ้าดังกล่าวแล้วนั้น ต้นโพธิ์จึงกลายเป็นต้นไม้สำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา ถือว่าเป็นต้นไม้อนุสาวรีย์ของพระพุทธเจ้า เป็นเจดีย์ที่ควรแก่การเคารพสักการะบูชา ถือว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์และเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำพระพุทธศาสนามาแต่ครั้งโบราณกาล ขอบคุณที่มา : จากหนังสือ ต้นไม้ประจำพระพุทธองค์ |