| บทสวดมนต์ทำวัตรเช้า 2 - 4 | ||
ขอเชิญรับฟังบทสวดมนต์ทำวัตรเช้า 2 |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ในอดีต มีหญิงหม้ายคนหนึ่ง นางมีลูกชายคนหนึ่ง ซึ่งนางรักดั่งแก้วตาดวงใจ เฝ้าทะนุถนอมเลี้ยงดู ตรากตรำทำงานหนักเพื่อส่งเสียให้ลูกชายได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด จนเมื่อสำเร็จการศึกษา ก็ได้เข้ารับราชการมีตำแหน่งใหญ่โต ทำให้ฐานะของครอบครัวดีขึ้น มีหน้ามีตาและเป็นที่รู้จักของสังคม แต่ทุกครั้งที่มีแขกมาที่บ้าน ทุกคนก็จะได้เห็นหญิงชราที่มีหน้าตาอัปลักษณ์คนหนึ่งคอยดูแลอยู่เป็นประจำอย่างดี เมื่อมีคนถามว่าหญิงชราคนนี้เป็นใคร ลูกชายก็จะบอกกับทุกคนว่า "หญิงชราผู้นี้คือคนรับใช้เก่าแก่ที่ดูแลมาตั้งแต่เล็ก ส่วนคุณแม่นั้นได้เสียชีวิตไปนานแล้ว" ลูกชายจะบอกกับคนรู้จักทุกคนเช่นนี้ เพราะเขาไม่ต้องการให้คนในสังคมรับรู้ว่าเขามีแม่ที่มีหน้าตาอัปลักษณ์เป็นที่น่ารังเกียจ เพื่อเป็นการรักษาภาพพจน์และชื่อเสียงของตนเอาไว้ โดยที่ลูกชายไม่เคยรู้เลยว่าคำพูดนั้นได้ไปทำร้ายจิตใจของผู้เป็นแม่ให้ปวดร้าวยิ่งนัก ด้วยความเสียใจกับการกระทำของลูกมานาน จึงทำให้ผู้เป็นแม่ล้มป่วยลงด้วยความตรอมใจ วันหนึ่งขณะลูกชายได้เข้าไปเยี่ยมดูอาการของแม่ที่ห้องพัก คุณแม่จึงได้มีโอกาสเล่าเรื่องราวในอดีตให้ลูกชายฟัง ลูกเอ๋ย แม่ของเจ้าน่ารังเกียจมากใช่มั๊ย แม่คงทำให้เจ้าอับอายขายหน้า ลูกเอ๋ย เจ้าเคยรู้มั๊ยว่าทำไมหน้าแม่จึงอัปลักษณ์เช่นนี้ ความจริงแล้วหน้าของแม่ไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าเห็นมาตั้งแต่เกิดหรอก แต่เป็นเพราะเมื่อตอนที่เจ้าอายุได้ ๔ เดือน บ้านของเราเกิดไฟไหม้ ทุกคนต่างหนีเอาตัวรอดออกมาได้เหลือแต่เจ้าคนเดียวที่ติดอยู่ในบ้าน สิ่งเดียวที่แม่คิดตอนนั้น คือเข้าไปหาทางช่วยเจ้าออกมาให้ได้ แต่เพราะในวันนั้นมีลมพัดแรงทำให้ไฟลุกโหม ทุกคนต่างฉุดรั้งแม่ไว้ไม่ให้เข้าไปเพราะกลัวจะได้รับอันตราย แม่เองก็รู้ว่าโอกาสที่จะรอดออกมานั้นมีน้อย แต่เป็นห่วงว่าเจ้าจะได้รับอันตราย แม่จึงตัดสินใจฝ่ากองเพลิงเข้าไปช่วยเจ้าโดยไม่คิดถึงชีวิตของตัวเอง ในที่สุดแม่ก็ช่วยเจ้าออกมาได้อย่างปลอดภัย เพื่อนบ้านบริเวณนั้นจึงช่วยกันพาแม่ไปส่งโรงพยาบาล เมื่อฟื้นขึ้นมาได้รู้ว่าเจ้าปลอดภัยแม่ก็ดีใจแล้ว แม้ร่างกายของแม่จะได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าจะเสียโฉมไปแม่ก็ไม่เสียดาย ลูกเอ๋ย แม่ต้องขอโทษเจ้าด้วย แม่ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้เจ้าต้องอับอายที่มีแม่หน้าตาอัปลักษณ์ไม่สวยเหมือนแม่ของคนอื่น วันนี้เจ้าเติบโตขึ้นมามีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงได้เป็นเจ้าคนนายคนแม่ก็ยินดีกับเจ้าด้วย แม่ไม่ได้ต้องการอะไรจากเจ้า หวังเพียงให้ลูกของแม่เป็นคนดีมีคุณธรรม แม่ก็พอใจแล้ว เมื่อลูกชายได้ฟังเรื่องราวจากปากของแม่ ก็รู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ตนได้เคยกระทำต่อแม่ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ลูกชายได้เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ คอยดูแลปรนนิบัติแม่เป็นอย่างดี เมื่อมีแขกมาที่บ้านลูกชายจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับแม่ และกล่าวยกย่องด้วยความภูมิใจว่าตนนั้นเป็นผู้ที่โชคดีที่มีคุณแม่ที่ประเสริฐที่สุด ที่ผมได้นำเรื่องนี้มาลงนั้นอยากให้ผู้ที่เป็นลูกทุกคนนั้นได้กตัญญูต่อพ่อแม่ให้มากขึ้น บางคนมีพ่อ บางคนเหลือแต่แม่ บางคนยังโชคดีมีทั้งพ่อและแม่ก็นับว่าเป็นบุญ เราควรจะเอาใจใส่ดูแลท่านบ้าง ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยให้ท่านอยู่อย่างอดๆอยากๆ ยามเจ็บป่วยก็พาท่านไปหาหมอบ้าง พุทธพจน์ : แม้นว่าบุคคลใคเอาพ่อแบกไว้ที่ไหล่ซ้าย เอาแม่แบกไว้ที่ไหล่ขวา วนรอบเขาพระสุเมรุเป็นจำนวนหนึ่งแสนกัป จนไหล่ทั้งสองข้างบดเนื้อเถือกระดูกแทงกระฉุดถึงไขข้อ โลหิตไหลอาบท่วมถึงข้อเท้า ก็มิอาจจะทดแทนพระคุณอันยิ่งใหญ่ของบุพการีได้ |