• อรุโณทัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2010-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 131201
  • ส่ง msg :
  • โหวต 101 คน
Good Story Sharing
"Knowing others is intelligence; knowing yourself is true wisdom. Mastering others is strength; mastering yourself is true power." - Anonymous
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nimkanokporn
วันอังคาร ที่ 30 มีนาคม 2553
Posted by อรุโณทัย , ผู้อ่าน : 10518 , 09:47:30 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภาพจาก www.sdsweb.org

เช้าตรู่วันนี้เป็นเช้าสุดท้ายของกิจกรรมกายเคลื่อนไหว...ใจตั้งมั่น ที่เสถียรธรรมสถาน เสียงแม่ชีพิสมัยบอกว่าเราจะจบการทำโยคะวันนี้ด้วยการนั่งอย่างสงบเพื่อผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ  ฉันจึงนั่งผ่อนลมหายใจเข้าและออกอย่างอ่อนโยน ทอดสายตามองออกไปยังสนามหญ้าที่เขียวขจี สายลมที่พัดกระทบผิวกายที่ชุ่มเหงื่อเล็กน้อยของฉัน ทำให้รู้สึกตัวเบา เย็นสบาย จนอดไม่ได้ต้องยกโหนกแก้มเผยอรอยยิ้มเล็กๆ เพื่อขอบคุณสายลม ส่วนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าฉันก็พลอยส่งเสียงเบาๆไปด้วยตามสายลมที่พัดใบไม้ให้สั่นไหวเป็นจังหวะ ฉันรู้สึกเหมือนเขากำลังปรบมือ ให้กับพวกเราที่เพียรพยายามรักษากายและจิตตามวิถีธรรมชาติมาได้จนถึงวันนี้  ภาพของใบไม้ที่หมดอายุขัยแล้วก็ค่อยๆร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่ หมุนปลิวไปตามสายลม และตกกระทบสู่พื้นหญ้าเบื้องล่าง เหมือนจะบอกให้ฉันรู้ว่าเมื่อเกิดจากดิน ก็ต้องกลับคืนสู่ดิน เป็นธรรมชาติของทุกสรรพสิ่ง ต้นไม้และใบไม้ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่แล้ว ในการให้ความร่มเย็นกับสิ่งมีชีวิตที่มาพึ่งพิงเขา ดังนั้นคงดีไม่น้อย หากมนุษย์เราทำให้ชีวิตที่เกิดมาแล้ว มีคุณค่า เป็นผู้ให้ และได้ทำประโยชน์ต่อผู้อื่นบ้าง เมื่อถึงเวลาที่เราต้องจากไป เราก็คงไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่มีรอยยิ้มน้อยๆอย่างอิ่มใจ 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรม “ธรรมชาติบำบัด...เพื่อชีวิตเป็นสุข” (1) ที่เสถียรธรรมสถานเป็นเวลาสี่วัน ที่มาของการเข้าร่วมอบรมนี้ เดิมความตั้งใจของฉัน คือต้องการหาสถานที่พักผ่อนทั้งกายและใจ เพื่อฟื้นฟูและเรียกพลังชีวิตของฉันกลับคืนมา  ฉันเคยมาที่นี่บ้างเมื่อหลายปีที่แล้ว ได้พบและฟังธรรมจาก คุณแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต รวมทั้งได้ติดตามฟังธรรมบรรยายของท่านในรายการโทรทัศน์อยู่บ่อยๆมาตลอด  พอฉันนึกถึงบรรยากาศที่เป็นมิตร อ่อนโยน และร่มรื่นเพราะแวดล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย ทำให้ได้คำตอบว่าฉันอยากมาที่เสถียรธรรมสถาน  ฉันจึงหาโอกาสแวะมาเยี่ยมเยียนที่นี่หลังจากไม่ได้มาเป็นเวลาหลายปีทีเดียว ฉันรู้สึกสบายและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เมื่อก้าวเท้าพ้นประตูเข้ามาด้านใน วันนั้นฉันได้พบกับแม่ชีทัศนา รอยยิ้มบนใบหน้าที่บ่งบอกถึงความมีเมตตาและอ่อนโยนของท่าน ดึงดูดให้ฉันเข้าไปพูดคุยขอคำปรึกษาท่าน คุณแม่ชีได้แนะนำคอร์ส ธรรมชาติบำบัด ซึ่งหลังจากที่ได้ดูตารางการอบรม ฉันตัดสินใจได้ทันทีว่าฉันจะต้องเข้าอบรมคอร์สนี้ให้ได้ 

ฉันเตรียมสัมภาระส่วนตัวอย่างง่ายๆ เพื่อมาใช้ชีวิตกับธรรมชาติที่นี่ วันแรกของฉันและเพื่อนๆ อีกร่วมสี่สิบชีวิต ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก ป้าตุ๋ม ที่ได้กรุณาแนะนำพวกเราให้รู้จักความเป็นมาของเสถียรธรรมสถาน แววตาและคำพูดที่อ่อนโยนของป้าตุ๋มทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นใจ และเชื่อมั่นทันทีว่าระยะเวลาสั้นๆ สี่วันที่นี่ คงจะเป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับชีวิตฉันอย่างไม่ต้องสงสัย  จากนั้นพวกเราก็ได้รู้จัก พี่อู่ หรือคุณชัญญา เศรษฐบุตร ที่เป็นผู้ดูแลพวกเราทั้งหมดตลอดการอบรม ฉันได้รับทราบเรื่องราวความเจ็บปวดอย่างหนักตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ของพี่อู่ ที่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ กินยาแทนข้าวมาตั้งแต่เด็ก น้ำหนักตัวเพิ่มเกินขนาด ในร่างกายมีโรคร้ายสารพัด เดินก็ไม่ค่อยได้ ฉันแทบไม่เชื่อเลยว่า ผู้หญิงหน้าตาสะสวย พูดจาฉะฉาน ดูมีชีวิตชีวาและร่าเริงที่อยู่ต่อหน้าฉันตอนนี้ จะเคยผ่านช่วงเวลาที่แทบจะเอาชีวิตไม่รอดและทุกข์ทรมานขนาดนั้นมาแล้ว พี่อู่ เป็นคนหนึ่งที่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมอบรมคอร์ส ธรรมชาติบำบัด กับคุณหมอเจค็อบ วาทักกันเชรี (2) ที่เสถียรธรรมสถาน หลังจากนั้นพี่อู่ก็เหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง และได้ผันตัวเองมาเป็นอาสาสมัครให้กับคอร์สนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยคนอื่นๆให้ได้ชีวิตใหม่ด้วย คำพูดของพี่อู่ที่ฉันประทับใจมากคือ “พี่รอดตายมาแล้ว ชีวิตที่เหลือคือกำไร”  

แนวทางปฎิบัติตามหลักธรรมชาติบำบัดของที่นี่ เริ่มต้นเช้าตรู่ก่อนสว่างพวกเราจะถูกปลุกด้วยระฆังแห่งสติตั้งแต่ตีสี่ พอตีห้า เยียวยาด้วยคลื่นเสียง ซึ่งก็คือการสวดมนต์ทำวัตรเช้า โดยแม่ชีทัศนา เป็นผู้นำสาธยายมนต์ ฉันยังจำได้ดีถึงใบหน้าที่มีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลาของคุณแม่ชีที่ให้ความเมตตากับพวกเรามาก ขนาดที่ให้เลือกว่าอยากสวดมนต์แบบสั้นหรือยาว ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยว่า ฉันทามติของชุมชนคนเริ่มต้นแนวทางธรรมชาติบำบัดอย่างพวกเรา ก็มักจะประสานเสียงร่วมกันเป็นประจำว่า “ขอแบบสั้นคะ”  หลังจากนั้นพวกเราก็จะไปรวมตัวกันทำน้ำหยวกกล้วย เพื่อดื่มล้างพิษ ตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ฉันไม่เคยลิ้มรสน้ำชนิดนี้มาก่อน กลิ่นไม่คุ้นลิ้นเอาซะเลย แต่ก็กลั้นหายใจกลืนลงไปได้ เขาบอกว่าน้ำหยวกกล้วย ช่วยปรับสมดุลความเป็นกรดด่างในร่างกาย และชำระล้างระบบทางเดินอาหารช่วยขับสิ่งตกค้างภายในออกมา แล้วตามด้วยกิจกรรมกายเคลื่อนไหว...ใจตั้งมั่น หรือฝึกโยคะนั่นเอง โดยแม่ชีพิสมัยเป็นผู้แนะนำการฝึกโยคะให้กับพวกเรา ได้เพลิดเพลินกับการอยู่กับกายที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกับลมหายใจเข้าออกเป็นหนึ่งเดียวกัน ประมาณสักชั่วโมง พอได้เหงื่อชุ่มๆ เป็นการเตรียมพร้อมร่างกายสำหรับภารกิจที่รอคอยอยู่ตลอดทั้งวัน จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการล้างพิษลำดับต่อไป เป็นการล้างตาด้วยน้ำสะอาด ล้างคอและจมูกด้วยน้ำอุ่นผสมเกลือและมะนาวแบบเจือจางที่พวกเราต้องต่างคนต่างลงมือผสมน้ำล้างพิษกันเอง ประสบการณ์ล้างจมูกเป็นของใหม่ที่ฉันไม่เคยทำมาก่อนเลยในชีวิต จึงต้องทำอย่างระมัดระวังมาก รู้สึกทรมานเล็กน้อยแต่ก็เอาตัวรอดมาได้  ทีนี้ก็ถึงเวลาดื่มน้ำล้างพิษอีกชนิดหนึ่ง คือน้ำใบย่านาง ซึ่งพี่อู่บอกว่าเป็นสุดยอดของน้ำล้างพิษที่ดีที่สุด ต่างคนต่างขยี้ใบย่านางกันเอง ขยี้ซะเล็บเขียวเชียวกว่าจะได้น้ำเมือกจากใบย่านาง ส่วนกลิ่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เหมือนดื่มน้ำหญ้าเลย แต่ก็ต้องกลั้นใจดื่มอีกแล้ว ตามด้วยการดมใบกระเพราเป็นลำดับสุดท้าย 

อาหารทุกมื้อเป็นผลไม้สดเท่านั้น ซึ่งฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าฉันจะต้องมาอดอาหารตลอดระยะเวลาการอบรม พอทราบตอนแรกยังคิดว่าผลไม้อย่างเดียวจะอยู่ได้อย่างไร แต่เอาเข้าจริงก็อยู่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ฉันได้ความรู้ใหม่ว่า อาหารตามหลักธรรมชาติบำบัด คืออาหารที่มีความสดใหม่ ผ่านกระบวนการปรุงแต่งน้อยที่สุด อาหารยิ่งสด ยิ่งให้พลังชีวิตมาก ผลไม้สดจึงถือว่าเป็นอาหารทิพย์ของนักธรรมชาติบำบัด เพราะมีสารอาหารที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย ช่วยเติมพลังชีวิตได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นตลอดวันเราจะได้ดื่มน้ำมะพร้าวสดวันละ 2 – 3 ลูก ซึ่งฉันชอบมาก เพราะทั้งหอม หวานและสดชื่น ธรรมชาติบำบัดถือว่าน้ำมะพร้าวเป็นน้ำผลไม้ที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง มีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการครบถ้วน เป็นประโยชน์ในการขับสารพิษในร่างกาย มีพี่ๆน้องๆหลายคนที่มีสารพิษในร่างกายมาก หรือบางคนต้องการลดน้ำหนัก ก็จำเป็นต้องทำ fasting คืออดอาหารทุกอย่าง แม้แต่ผลไม้ก็ทานไม่ได้ ดื่มได้เฉพาะน้ำมะพร้าวอย่างเดียวตลอดวัน 

ในแต่ละวันพวกเราได้รับฟังเรื่องราวที่น่าสนใจจากวิทยากรอาสาสมัครหลายท่าน ที่ต่างก็ผ่านอาการเจ็บป่วยอย่างหนัก เช่นมะเร็งลำไส้ ภูมิแพ้ขั้นรุนแรง ลมชักเงียบ ไมเกรนที่ปวดจนหัวแทบระเบิด และมาได้ชีวิตใหม่หลังจากผ่านการบำบัดด้วยแนวทางธรรมชาติเช่นนี้ ซึ่งฉันได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งว่าคือ คนที่จะเข้าสู่หนทางของธรรมชาติบำบัดได้ พลังใจต้องมาก่อน “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” จิตที่เข้มแข็งสามารถสั่งให้ร่างกายเยียวยารักษาตนเองได้ เราเท่านั้นที่รู้จักร่างกายเราดีที่สุด เป้าหมายที่แท้จริงของธรรมชาติบำบัดไม่ใช่การรักษาโรค หากแต่เชิญชวนให้เรากลับมามีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายและเป็นสุข ด้วยวิธีการที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ฉ้นชอบประโยคหนึ่งที่ คุณแม่ชี ศันสนีย์ พูดไว้ว่า “เมื่อเราเคารพธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะเคารพเรา” 

ในช่วงบ่ายของทุกวัน มีจะการภาวนากับเสียงคริสทัลโบลว์ เป็นช่วงเวลาโปรดของฉันเลย แม้ว่าในคอร์สนี้ฉันจะไม่ได้สัมผัสกับคริสบัลโบวล์ หรือทิเบตโบวล์ เต็มรูปแบบ แต่แค่เพียงเสียงกังวาลของชามทองเหลือง พร้อมกับเสียงแนะนำจากคุณแม่ชี ให้เราอยู่กับลมหายใจเข้าและออกอย่างอ่อนโยน เพียงแค่นี้ฉันก็รู้สึกผ่อนคลายมากแล้ว ใครจะเลือกนั่งภาวนา หรือนอนภาวนาก็ได้ ฉันได้ลองนอนภาวนาดูในวันแรก เสียงเคาะชามทองเหลืองที่ดังกังวาลแล้วก็ค่อยๆแผ่วเบาลงไปเรื่อยๆ เมื่อกระทบโสตทวารของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกถึงลมหายใจเข้าแล้วค่อยๆผ่อนออกอย่างแผ่วเบาตามเสียงนั้นด้วย ฉันไม่รู้ตัวเลยแม้แต่นิดว่าฉันหลับไปตั้งแต่เมื่อไร รู้สึกตัวตื่นเมื่อได้ยินเสียงกังวาลอีกครั้งที่เรียกสติให้กลับมา  การนอนภาวนาครั้งนี้ให้ประสบการณ์การนอนหลับที่ลึกที่สุด พร้อมกับการตื่นอย่างมีสติแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฉันเกิดความคิดว่า หรือนี่อาจจะเป็นการฝึกให้เราได้หลับไปอย่างสงบที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับลมหายใจสุดท้ายของชีวิตเรา  

สักประมาณบ่ายสามถึงสี่โมงถึงเวลาสำหรับการแช่หลัง หรือแช่สะโพกเพื่อให้น้ำช่วยบำบัดลดความร้อนในช่องท้อง และรักษากระดูกสันหลัง จากนั้นก็ไปพอกโคลน แล้วก็อาบแดดซึ่งได้ความรู้มาว่า การอาบแดดในตอนเช้าหรือบ่าย เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง และเบาหวาน เป็นประสบการณ์ที่ดีอีกอย่างหนึ่งสำหรับฉัน การพอกโคลนแล้วนั่งสมาธิท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่าย เพลินเพลินกับเสียงน้ำพุในบึง ให้ความรู้สึกเหมือนได้แทรกตัวเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติจริงๆ การอาบแดดเพียงแค่สามวันนี้ ทำให้ฉันพลอยได้ผิวพรรณที่มีสีเข้มขึ้น แลดูสุขภาพแข็งแรงซึ่งฉันชอบมาก  หลังจากนั้นก็ถึงเวลาทำความสะอาดร่างกายอย่างลึกซึ้งถึงระดับสำไส้ใหญ่ ซึ่งขั้นตอนนี้ควรฟังคำแนะนำและปฏิบัติอย่างระมัดระวังสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน  

พอตกเย็นก็เป็นเวลาสวดมนต์ทำวัตรเย็น ในคืนแรกพวกเราได้ทำวัตรเย็นที่หอพระบรมสารีริกธาตุ และได้จุดเทียนในโถแก้วที่เรียงเป็นแถววงกลมลดหลั่นกันลดมา เพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุซึ่งบรรจุอยู่ในดอกบัวคริสทัลใต้ยอดเจดีย์ทอง พร้อมกับการอธิษฐานจิต เพื่อบอกให้ตัวเราตั้งมั่นอยู่ในกุศลธรรม ทั้งกาย วาจา และใจตลอดระยะเวลาของการอยู่ที่นี่ บรรยากาศของแสงนวลๆที่อบอวลไปด้วยศรัทธาในพระพุทธศาสนาของทุกคน เสียงสวดมนต์ที่ไพเราะ คำพูดที่อ่อนโยนแต่ทรงพลังของคุณแม่ชีศันสนีย์เพื่อให้กำลังใจพวกเรา โดยเฉพาะผู้มีอาการเจ็บป่วย ยังก้องหูฉันอยู่เลย ค่ำคืนนั้นช่างเป็นคืนที่งดงามเกินกว่าจะบรรยายได้สำหรับฉัน  

กิจกรรมสุดท้ายก่อนเข้านอน บางคืนพวกเราก็จะได้ทำกิจกรรมเพื่อสร้างสารแห่งความสุข นวดหลังให้กันและกันบ้าง ร้องเพลงพร้อมกายเคลื่อนไหวประกอบเสียงเพลงบ้าง และในคืนสุดท้ายพวกเราได้นั่งล้อมวงฟังเรื่องราวของทุกคน เป็นคืนที่เราได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ตลอดระยะเวลาของการอยู่ที่นี่ ฉันเชื่อว่า คืนนี้คงเป็นอีกคืนหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้กับทุกคน ฉันดีใจกับน้องนิจที่เพิ่งหายป่วยจาก โรคลูคิเมีย เธอมาพร้อมกับคุณแม่ (อาอี๊ซ้ง) ฉันภาวนาและขอเป็นกำลังใจให้ เจนนี่ น้องเอ น้องมิ้น น้องซู่คิ้ม คุณปุ้ม พี่เบญจา  และพี่ๆคณะครูอีกหลายคน รวมทั้งคุณตา คุณยายที่น่ารักทุกคน ขอให้หายจากอาการเจ็บป่วยต่างๆ ด้วยวิถีธรรมชาติบำบัดนี้ การพูดคุยและรับฟังซึ่งกันและกันด้วยหัวใจ เป็นการเติมพลังใจให้แก่กัน ซึ่งฉันเชื่อว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยบำบัดอาการเจ็บป่วยได้  

ช่วงสายๆของวันสุดท้ายมีการบายศรี สู่ขวัญ ก่อนที่พวกเราจะจากกัน เป็นความรู้สึกเต็มตื้นที่ทำให้หลายคนอดไม่ได้ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา รวมทั้งตัวฉันด้วย ฉันได้ผูกข้อมือและให้พรกับน้องๆหลายคนที่เราได้กลายมาเป็นกัลยาณมิตรกันในช่วงเวลาสั้นๆที่นี่ แต่กลับมีความรู้สึกที่ดีและพิเศษต่อกันมาก ไม่ว่าจะเป็นน้องหมู (หมูทำให้ฉันต้องหลั่งน้ำตาเพราะเธอเริ่มก่อน)  มิ้น (น้องชายพี่นิ่ม) เอ อุ๊ย แอ๊บ ก้อย ซู่คิ้ม ทันดร้า และฉันเองก็ได้รับพรจาก ป้าแขก (เราได้ทำกิจกรรมฟังด้วยหัวใจร่วมกัน) สุดท้ายฉันไม่ลืมที่จะเข้าไปขอบคุณพี่อู่ ฉันพูดกับพี่อู่ว่า พี่อู่เป็นคนดีมาก ฉันขอให้พี่อู่รักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพราะพี่อู่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนได้มากมาย และขออนุโมทนาในจิตที่เป็นกุศลของพี่จากใจจริง เราทั้งคู่หลั่งน้ำตาแห่งปิติร่วมกัน ท้ายของท้ายที่สุด ฉันรู้สึกดีใจกับน้องจอย (น้องสาวคนสนิทที่ติดตามกันไปทุกที่) เพราะฉันรู้แล้วว่า จอยได้พบที่ที่เหมาะกับเธอแล้ว

ฉันอยากขอบพระคุณ คุณแม่ชีศันสนีย์ แม่ชีทัศนา แม่ชีพิสมัย แม่ชีกล้วยหอม ป้าตุ๋ม พี่อู่ พี่กุ้ง คุณนาย คุณปอ คุณเจี้ยบ พี่ๆน้องๆอาสาสมัครทุกคนที่ช่วยตรวจสุขภาพ คอยจัดเตรียมผลหมากรากไม้ น้ำสารพัดชนิด อุปกรณ์ล้างพิษทุกอย่าง รวมถึงวิทยากรอาสาสมัครทุกท่านที่มอบประสบการณ์เพื่อชีวิต ขอบคุณพระอาทิตย์ สายลม แสงแดด เสียงน้ำพุ สายน้ำ ลำธาร ต้นไม้ ใบหญ้าและทุกๆอย่างที่นี่ ที่ได้มอบช่วงเวลามหัศจรรย์ให้กับฉัน ให้ฉันได้ใช้ชีวิตกับํธรรมชาติอย่างรื่นรมย์...ให้ฉันได้เพิ่มต้นทุนชีวิตให้กับตัวเอง... ให้ฉันได้รู้จักการปฏิบัติกับร่างกายและจิตใจของฉันอย่างอ่อนโยนสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ... ให้ฉันได้พบมิตรภาพไร้มายาที่ก่อตัวอย่างรวดเร็วแต่กลับผูกพันอย่างลึกซึ้ง... ให้ฉันได้สัมผัสถึงความรู้สึกของการให้ที่คิดจะให้อย่างแท้จริงโดยไม่มีประมาณ... ให้ฉันได้เรียนรู้ถึงการอยู่กับลมหายใจของตนเองอย่างอ่อนโยน และมีรอยยิ้ม...ท่ามกลางโลกภายนอกที่ร้อนระอุ แต่ฉันกลับได้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ร่มเย็นเป็นสุข ที่นี่ ที่เสถียรธรรมสถาน...บ้านหลังที่สองของฉัน 

ภาพจาก www.sdsweb.org

(1)    สมัครเข้าร่วมอบรมได้ที่เสถียรธรรมสถาน โดยดูรายละเอียดได้ที่ www.sdsweb.org

(2)    หมอเจค็อบ วาทักกันเชรี นักธรรมชาติบำบัดและนักเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมตามแนวท่านมหาตมา คานธี

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อรุโณทัย วันที่ : 19/04/2010 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nimkanokporn

คุณเพลงกระบี่ฯ คะ ถ้าสนใจแนวทางธรรมชาติบำบัดที่เขียนไปนี้ ลองหาหนังสือ "ธรรมชาติบำบัด" ของหมอเจค็อบ วาทักกันเชรี สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา อ่านดูนะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 19/04/2010 เวลา : 05.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

สวัสดีคะ มาติดตามอ่านคะ น่าสนใจนะคะ ธรรมชาติบำบัด อยากลองไปฝึกปฎิบัติดูบ้าง ยังไม่เคยมีโอกาสเลย ได้แต่อ่านหนังสือธรรมะเหมือนเด็กอนุบาลเริ่มฝึกหัดเข้าถึงธรรมะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Mr.Tony วันที่ : 09/04/2010 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonKunchit


คุณนิ่มครับ ได้อ่านบทความของคุณนิ่มแล้ว ดูแล้วคุณนิ่มเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาพกาย และใจดีนะครับ อย่างไรก็ดีงานเขียนคุณนิ่ม น่าจะกระชับกว่านี้ โดยภาพรวมก็ถือว่าโอเคครับ คุณนิ่มน่าจะลองเขียนนวนิยาย หรือเรื่องสั้นบ้างนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
รุจริน วันที่ : 31/03/2010 เวลา : 11.40 น.

ได้เห็นถึงพัฒนาการในการเขียนของนิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สำนวนไพเราะ
ซึ่งในบทความนี้อ่านแล้วจินตนาการเห็นภาพได้ชัดเจนมากๆ
พยายามต่อไปนะจ๊ะ

จะหาเวลาและจังหวะที่เหมาะไปเพิ่มทุนชีวิตให้ตัวเองแน่นอนจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ทวีวรรณ วันที่ : 31/03/2010 เวลา : 05.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/taweewan

สวัสดีค่ะ... คุณนิ่ม

รู้สึกอิ่มบุญ มีสติ และเย็นใจมาก ๆ ค่ะ... ที่ได้มาอ่าน และซึมซับความสุข ทางธรรม ท่ามกลางธรรมชาติ

A ได้เรียนรู้วิธีดูแลตัวเองด้วยการกินผลไม้ ล้างสารพิษด้วยน้ำมะพร้าว โอ้โห..ดีจังนะคะ...

A จะลองจัดเวลาทำที่บ้านบ้าง

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ..ที่มอบสิ่งดี ๆ ให้กับเพื่อนร่วมโลกใบนี้เสมอ.. :)

ขอให้คุณนิ่ม มีความสุข สุขภาพแข็งแรง มีเพื่อนดี ๆ อยู่รอบข้าง... พบกับคนดี ๆ เรื่องราวดี ๆ ในชีวิตทุก ๆ วันนะคะ... :)

A ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chailasalle วันที่ : 30/03/2010 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

อิจฉามาก ถึงมากที่สุด ท่ามกลางสภาพภายนอกที่ทุกข์เวทนาทุกข์ใจ น้องกลับได้ฟังเสียง แก๊งค์ ..... กระหึ่มๆ ใจสงบ คลายทุกข์ ตักตวงสุขสงบเต็มที่ อิจแาจริงๆๆครบ ปล. ช่วงที่บวชได้ความคิดว่าเอ..ทำไมเราทานมื้อเดียวหรือสองมื้อได้ไง ผมว่าส่วนหนึ่งเราใช้พลังงานในการดำเนินชีวิตด้วยสติ ทำให้ใช้พลังงานน้อยลง เลยทานน้อยลงได้ด้วย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]