พิมพ์หน้านี้
|
แกะรอยปริญญา"สุธา" (2) ตม.ฟิลิปปินส์ไม่พบบันทึกเข้า-ออก การติดตามตรวจสอบข้อมูล เพื่อทำความกระจ่างเรื่องวุฒิการศึกษาปริญญาตรีของ นายสุธา ชันแสง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปหาข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงประเทศฟิลิปปินส์ ทำให้เราเดินทางต่อไปยังสถานทูตไทย ที่อยู่ย่านมากาติ เพื่อสอบถามถึงการดำเนินการเรื่องดังกล่าว รวมทั้งกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อฟิลิปปินส์ คือหนังสือพิมพ์ ฟิลิปปินส์ เดลี่ เอนไควร์เรอร์ ที่ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานทูตให้ข้อมูลในเรื่องนี้ นายกุลกุมุท สิงหรา ณ อยุธยา เอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้สอบถามทางสถานทูตมาว่าทราบข่าวนี้หรือไม่ และมีใครให้ข่าวหรือไม่ ก็ตอบไปว่าทางสถานทูตไม่เคยให้ข่าว และไม่เคยติดต่อกับเอนไควร์เรอร์แต่อย่างใด และไม่เคยมีใครติดต่อมาทางสถานทูตด้วย "เรื่องนี้สถานทูตตกเป็นแพะรับบาปในเรื่องนี้ตั้งแต่แรก เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เอนไควร์เรอร์ ไปลงข่าวว่าทางเมืองไทยให้ตรวจสอบบุคคลในระดับรัฐบาลที่ตกเป็นข่าว และอ้างว่าได้รับข้อมูลจากเอมบาสซี สเตทเมนท์ว่าวีไอพีของเราไปให้ข่าวในเชิงเป็นลบ เราจึงตรวจสอบ แม้แต่สตาฟที่เป็นคนฟิลิปปินส์ว่าไปพูดอะไรหรือไม่ โดยที่ไม่มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้น แต่ปรากฏว่าไม่มีใครทราบเลย จนถึงขณะนี้ทางสถานทูตขณะนี้ก็ไม่เคยมีการติดต่อมาจากทางเมืองไทย และขอยืนยันว่าสถานทูตไม่เคยทราบเรื่อง และไม่เคยได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบวุฒิการศึกษาของท่านใด" เอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา บอกว่า ล่าสุดทางสถานทูตได้ประท้วงการเสนอข่าวดังกล่าวและขอให้แก้ไข โดยบอกไปว่าการไปอ้างเช่นนั้นเป็นเรื่องที่เสียหาย เขาก็อ้างว่าเอามาจากนิวเน็ตเวิร์กในประเทศไทย ก็ต้องถามว่าใครเสียหาย วีไอพีที่เขาอ้างว่าให้ข่าวก็เสียหาย และทางมหาวิทยาลัยก็เสียหายเพราะถูกวิจารณ์ว่าปริญญาซื้อได้ ในที่สุดก็ได้เพียงคำขอโทษกลับมา "ไม่รู้เรื่องอะไรเลย มหาวิทยาลัยอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ชื่ออะไรก็ไม่รู้เลย กรณีที่เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยบอกว่ามีคนไปขอ ผมเชื่อว่าเป็นคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไปขอ แต่ไม่ใช่เป็นสถานทูต ผมเชื่อว่าเขาไม่รู้ ผมเชื่อว่าเป็นลักษณะการเช็ควุฒิการศึกษา ถ้าตามขั้นตอนแล้ว รัฐบาลน่าจะสั่ง กพ.(สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน)ทางเมืองไทย ไม่เคยมีการใช้กระทรวงการต่างประเทศ เพราะถ้าใช้ทางกระทรวงต้องแจ้งมา เรื่องนี้เป็นเรื่องของ กพ.ไม่ใช่เรื่องกระทรวง" เราถามถึงขั้นตอนในการดำเนินการ หาก กพ.จะดำเนินการตรวจสอบโดยตรงกับสถาบันการศึกษาเอง โดยไม่ผ่านกระทรวงการต่างประเทศเป็นไปได้หรือไม่ นายกุลกุมุท กล่าวว่า เป็นไปได้ กพ.อาจจะขอมาทางเมล เพราะ กพ.สายตรงในเรื่องตรวจสอบวุฒิการศึกษา แต่พอทางมหาวิทยาลัยอ้างว่าได้ส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่แล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าให้เจ้าหน้าที่อะไร ถ้าเขาพูดอย่างนี้ เหมือน กพ.บินมาเอง เพราะหากเขาพูดว่าให้เจ้าหน้าที่โดยไม่ระบุ ใครก็ต้องพุ่งเป้ามาที่สถานทูตเป็นแห่งแรก ต่อข้อถามว่า หาก กพ.ขอความร่วมมือมาตามขั้นตอน สถานทูตจะให้ความร่วมมือได้มากน้อยแค่ไหน นายกุลกุมุท อธิบายว่า ขั้นตอน คือ สถานทูตจะติดต่อทุกอย่างที่เป็นทางราชการ เพราะฉะนั้นขั้นตอนในการติดต่อทางมหาวิทยาลัยก็อาจจะไม่รวดเร็วนัก เพราะเป็นการติดต่อระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล แต่ ในแง่นี้จะได้รับความเชื่อถือสูง กว่าติดต่อแบบกึ่งทางการ อย่าง กพ.ติดต่อไปทางมหาวิทยาลัยเองโดยตรง " กรณีที่ทางมหาวิทยาลัยบอกว่า เจ้าหน้าที่มาติดต่อแล้ว ก็คาดว่าน่าจะเป็นคนไทย แต่หากผมเป็น Dean มีคนมาขอดูวุฒิการศึกษาของใคร ผมไม่ให้นะ คุณเป็นอะไรกับเขา เอาไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ถ้าเกิดเขาบอกว่าส่งให้เจ้าหน้าที่ไปแล้ว แสดงว่าคนที่พูดอย่างนั้น ต้องมั่นใจว่าคนๆ นั้นที่ไปติดต่อเป็นเจ้าหน้าที่จริง ซึ่ง Dean จะต้องมีความรอบคอบ อยู่ๆ ใครไปหา และขอเกรดของใคร เป็นผม ยังไงก็ไม่ให้ ดูๆ แล้วมันไม่น่าจะมีเหตุผลที่จะอธิบาย" เมื่อเราเล่าว่าว่า ครั้งที่มีคนไทยมาขอตรวจสอบปริญญารัฐมนตรีสุธา ทางมหาวิทยาลัยก็ให้ดูอย่างง่ายดาย โดยไม่ได้สอบถามว่าเป็นใคร มาจากไหน ขอไปเพื่ออะไร นายกุลกุมุท ให้ความเห็นว่า "ถ้าหากเป็นเรื่องรายละเอียด การจะส่งคนมาขอวุฒิ ผมว่าอย่างน้อยก็ต้องมาทำด้วยตัวเอง" จุดหมายต่อไป เราเดินทางไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของฟิลิปปินส์ เพื่อสอบถามถึงการเก็บข้อมูลเดินทางเข้า-ออกประเทศในช่วงปี 1980-1984 ว่ายังมีอยู่หรือไม่ และสามารถตรวจสอบว่าสุธาเดินทางเข้าออกในช่วงปี 1980-1984 ตามที่อ้างได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ระดับสูงในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่อนุญาตให้เราพบขณะที่เขากำลังง่วนอยู่กับการเซ็นรับรองเอกสาร ให้คำตอบเราว่า ข้อมูลในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อาจไม่มีหลงเหลืออยู่แล้ว เนื่องจากเกิดเหตุไฟไหม้ห้องเก็บเอกสาร ในชั้น 3 และ ชั้น 4 ของอาคารเดิม ซึ่งเกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดเหตุไฟไหม้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว คาดว่าอาจจะไม่มีเอกสารในช่วงปีที่เราต้องการ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้นี้ ให้คำแนะนำเราว่า หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ค้นหาเอกสารการเดินทางเข้า-ออกฟิลิปปินส์ของสุธา ชันแสง ก็สามารถกรอกแบบฟอร์มขอได้ และจะส่งหนังสือแจ้งกลับมาให้เราอย่างเป็นทางการภายหลัง ว่าผลการค้นหาเป็นอย่างไร เราจึงกรอกแบบฟอร์ม พร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมประมาณหนึ่งพันกว่าบาท และต้องรอคำตอบว่า ยังมีหลักฐานใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่ารัฐมนตรีสุธาเดินทางมาเรียนที่นี่จริง ++++++++++++++++++++++++++ ทูตฟิลิปปินส์หวังดึงนศ.ไทยไปเรียน วันเดียวกันนี้ เรายังคงตะเวนดูสภาพบ้านเมือง โดยเฉพาะย่านที่เป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาในเมโทรฟิลิปปินส์ เราพบว่า ถึงแม้จะมีวิทยาลัย มหาวิทยาลัย กระจายอยู่ทุกมุมเมือง แต่สภาพของหลายแห่งที่เราพบ จะเป็นอาคารเก่า ทรุดโทรม เหมือนกับสถาบันกวดวิชามากกว่าจะเรียกว่ามหาวิทยาลัย ขณะเดียวกัน เราได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงที่นั่นว่า บางแห่งน่าจะเรียกได้ว่าเป็น"มหาวิทยาลัยห้องแถว" ทำให้นักศึกษาที่มาเรียนมักจะมีปัญหาเรื่องการเทียบวุฒิในประเทศไทย(ในการเข้ารับราชการ)จะได้ขั้นเงินเดือนต่ำกว่านักศึกษาที่จบจากประเทศแถบตะวันตก ขณะที่ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา ให้ข้อมูลที่สอดคล้องกันว่า "ปัจจุบันมีคนมาเรียนฟิลิปปินส์น้อยลงมาก เพราะปัญหาเรื่องการเทียบวุฒิการศึกษา ทำให้ ANTONIO V. RODRIGUEZ เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย คนปัจจุบันพูดกับผมว่านักเรียนไทยไม่ค่อยอยากมาเรียน เขาอยากจะสร้างกลับอยากให้เด็กนักเรียนไทยมาเรียนที่นี่ แล้วก็ขอร้องให้ผมไปเจรจากับกพ. ผมถึงได้ทราบข้อมูลว่าเป็นอย่างนี้มาเป็น 10 ปี |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||