พิมพ์หน้านี้
|
แกะรอยปริญญาสุธา (3) การเดินทางไปยังประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อติดตามตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี จาก Republican Coiiege ของนายสุธา ชันแสง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่สุธาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เดินทางไปเรียนในช่วงปี 1980-1984 แต่ไม่เคยมีหลักฐานยืนยันนั้น ไทกร พลสุวรรณ แกนนำอีสานกู้ชาติ นักเคลื่อนไหวภาคประชาชน ที่แกะรอยเรื่องนี้ กล่าวว่า เรื่องวุฒิการศึกษาของ รัฐมนตรีสุธา มีข้อสงสัยหลายประเด็นว่า ที่ผ่านมาเขาไม่เคยใช้วุฒิปริญญาตรีมาก่อน ตั้งแต่ครั้งสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) กระทั่งมาเป็นรัฐมนตรี กลับเพิ่งมาใช้วุฒิปริญญาตรี เราจึงสงสัยว่า ท่านเดินทางมาเรียนที่ฟิลิปปินส์จริงหรือไม่ เราไม่มีประเด็นการเมืองแอบแฝง หากรัฐมนตรีสุธา มาเรียนจริงเราก็ไม่ได้ติดใจ แต่ถ้าไม่ได้มา ก็เป็นหน้าที่ที่คุณสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ต้องดำเนินการ ตามหน้าที่รับผิดชอบ ต้องพิจารณาคุณสมบัติรัฐมนตรีของสุธา หากคุณไม่ครบก็ไม่ควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไป ก่อนเดินทางมา ได้ยื่นหนังสือสอบถามไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และทราบว่าขั้นตอนของกระทรวงการล่าช้า เพราะจะต้องส่งหนังสือไปที่กรมกงศุล และกรมกงศุลของไทยก็ต้องส่งเรื่องไปยังสถานทูตฟิลิปปินส์ในประเทศไทย และสถานทูตฟิลิปปินส์ก็ต้องส่งเรื่องต่อไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ของประเทศเขา "จะเห็นว่าเป็นกระบวนการที่ล่าช้า ผมเลยต้องเดินทางมายื่นหนังสือที่ ตม.ฟิลิปปินส์โดยตรง เพื่อลัดขั้นตอนดังกล่าว เพื่อจะได้รู้ว่า สิ่งที่เราสงสัยคือการเดินทางมาต่างประเทศของรัฐมนตรีสุธา เคยเดินทางมาเรียนจริงหรือไม่ และเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ผมได้ยื่นหนังสือให้ ตม.ที่นั่น คาดว่าสัปดาห์หน้าทางตม.ฟิลิปปินส์จะเอกสารตอบกลับมาว่าผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร จากนี้ไปคงต้องรอเอสารอย่างเป็นทางการ เมื่อได้มาก็จะทำบันทึกถึงนายกรัฐมนตรี และเลขาฯ ก.พ.(สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน)เพื่อเทียบเคียงกับที่ทางการไทยมีการตรวจสอบ" ทางด้าน พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวถึงการตรวจสอบวุฒิการศึกษาของนายสุธาว่า ที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานใดประสานมาให้ตรวจสอบหลักฐานการเดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปศึกษาต่อยังประเทศฟิลิปปินส์ของนายสุธา ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หรือ ก.พ.ซึ่งดูแลเรื่องการรับรองวุฒิการศึกษา อย่างไรก็ดี ผบช.สตม. ยอมรับว่า การตรวจสอบหลักฐานการเดินทางออกนอกประเทศย้อนหลังเป็นเวลานานกว่า 20 ปี เป็นเรื่องยาก เพราะ สตม.เพิ่งจะวางระบบคอมพิวเตอร์สำหรับการบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกของบุคคล เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ส่วนข้อมูลย้อนหลังนานกว่านั้น จะเก็บเป็นเอกสาร ซึ่งในอดีตเป็นการเก็บข้อมูลร่วมกันระหว่าง สตม. กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยส่วนใหญ่จะเน้นเก็บข้อมูลบุคคลที่อยู่ในบัญชีต้องห้าม(แบล็คลิสต์) กับบุคคลที่อยู่ในบัญชีต้องจับตา(วอทช์ ลิสต์)เท่านั้น และเน้นตรวจสอบเป็นพิเศษเฉพาะกับผู้มีประวัติค้ายาเสพติด |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||