• สิงห์เขียว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 12379
  • จำนวนผู้โหวต : 34
  • ส่ง msg :
สิงห์เขียว
ประจำการ..."บนความเคลื่อนไหว" ...กรุงเทพธุรกิจ การเมือง ktplt@nationgroup.com
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nipp
วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม 2551
เปิดใจพ่อเหลิม-ลูกดวง ชีวิตหลังคำพิพากษา
Posted by สิงห์เขียว , ผู้อ่าน : 289 , 13:23:29 น.   | หมวดหมู่ : Politics  
พิมพ์หน้านี้


  

เกือบ 5 ปีที่ "ดวง อยู่บำรุง" ลูกชายคนเล็กของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ต้องสูญเสียโอกาสในชีวิต เพื่อต่อสู้ข้อกล่าวหาในคดีที่ "ดาบยิ้ม" หรือ ดาบตำรวจสุวิชัย รอดวิมุต นายตำรวจกองปราบปรามถูกยิงเสียชีวิตในสถานบันเทิง ที่เขาอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย

 จนกระทั่งวันนี้ ว่าที่ร้อยตรีดวง(เฉลิม) เพิ่งมีโอกาส กลับมายืนจุดเดิม ซึ่งเป็นจุดเดียวกับเมื่อปลายปี 2544 ที่เขาได้กลับมาสวมเครื่องแบบนายทหารอีกครั้ง หลังจากที่ถูกปลดและถูกถอดยศ อันเป็นผลพวงจากคดีนี้

 หลังจากศาลชั้นต้นยกฟ้องคดีนี้ ความพยายามในการกลับมารับราชการ อาชีพที่ใฝ่ฝันในวัยเด็กของเขา ก็เพิ่งจะมีผล ในจังหวะที่ผู้เป็นพ่อ มีตำแหน่ง มท.1 จึงทำให้เรื่องนี้ กลายเป็นกระแสการเมืองที่ถาโถมเข้าใส่ครอบครัว "อยู่บำรุง" อีกระลอก

 พ่อ-ลูก เปิดใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งช่วงเวลาที่ผ่านความยากลำบากมาด้วยกันเป็นครั้งแรก  

 ว่าที่ร้อยตรีดวง ชี้แจงถึงการขอกลับเข้ารับราชการของเขาว่า  

 "ถึงใครจะคิดว่าผมน่าจะไปทำอะไรมากกว่านี้ แต่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กว่า อยากรับราชการเหมือนพ่อ แต่ไม่ได้มุ่งว่าอยากเป็นตำรวจเหมือนพี่ชายเท่านั้น" 

  สำหรับตำแหน่งหน้าที่ใหม่ ของร้อยตรีดวงในวันนี้คือ เป็นนายทหารประจำแผนกการเมือง ประจำกระทรวงกลาโหม ที่เขาบอกว่าได้ทำงานอย่างที่ตัวเองชอบและถนัด  

 "ผู้บังคับบัญชาของผม ท่านก็ถามผมว่าสนใจด้านไหน ผมก็บอกว่าผมชอบการติดต่อประสานงาน และผมก็รู้จักพี่ๆ ในหลายกระทรวง ท่านก็เลยมอบหมายให้ผมติดตามประสานงานระหว่างกระทรวง"

 ส่วนกระแสที่ถูกโจมตีเรื่องการมีอภิสิทธิ์เพราะเป็นลูก มท.1 นั้น ว่าที่ร้อยตรีดวง ยืนยันว่า

 " ผมทำทุกอย่างตามระเบียบ เคยทำเรื่องมาตั้งแต่พ้นคดีแล้ว แต่ก็ยังไม่รับการพิจารณา ผมก็ยังทำเรื่องขออีก ไม่ใช่ขอ 2-3 วันแล้วตั้ง
แต่พอพ่อออกมาชี้แจงแทน ก็ถูกกล่าวหาว่าปกป้อง ผมเหนื่อยแทนพ่อ มันไม่แฟร์สำหรับพ่อ ไม่ใช่สำหรับผม ผมเจอข่าวจนชินแล้ว เพราะเจอหนักกว่านี้มาแล้ว ผมถึงบอกว่า อย่าเพิ่งตัดสินผมก่อนที่จะรู้ความจริง และเรื่องนี้ผมมีเอกสารหลักฐานที่ชัดเจน ที่แสดงให้เห็นทุกขั้นตอนว่าผมทำตามระเบียบราชการทุกอย่าง" 

 ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม ผู้เป็นพ่อเล่าต่อว่า

 "ผมถือว่า เป็นช่วงวิบากกรรม ครอบครัวผมอาจจะต้นทุนทางสังคมต่ำ ทำให้ถูกสงสัย เคลือบแคลง พอมีเรื่องคนก็เชื่อไปแล้ว 100% ทั้งที่ลูกผมต่อสู้คดี(ดาบยิ้ม)ตามกระบวนการยุติธรรม จนศาลยกฟ้อง และไม่มีการอุทธรณ์คดีอีก"

 สำหรับลูกๆ ร.ต.อ.เฉลิม ย้ำว่า "สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผมจะเน้นเรื่องเรียนหนังสือ อย่างน้อยทุกต้องจบปริญญาตรี เพราะสังคมเปลี่ยนแปลงมาก ไม่จบไม่ได้"

 ขณะที่ลูกชายทั้งสามคนของเขา ก็ไปได้ไกลเกินมาตรฐาน ทุกคนเป็นนักเรียนสวนกุหลาบ จบปริญญาตรีนิติศาสตร์ และปริญาโทรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เช่นเดียวกันทั้งหมด 

 โดยน้องสุดท้อง อาจจะต่างออกไปบ้าง เพราะก้าวกระโดดด้วยการสอบเทียบ และเรียนจบปริญญาตรี ด้วยอายุเพียง 19 ปี 3 เดือน ซึ่งเจ้าตัวกำลังค้นหาสถิติว่ามีใครจบนิติศาสตร์ที่อายุน้อยกว่าเขาหรือไม่ 

 และลูกชายคนเล็กยังมีแนวโน้มจะเดินตามรอยพ่อ ที่ตั้งใจจะเรียนต่อปริญญาเอกด้านกฏหมาย 

 ร.ต.อ.เฉลิม เล่าว่า ทุกวันนี้ลูกชายทุกคนเลยวัยรุ่น เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ทุกคนมีหน้าที่การงาน มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ แต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปมาก

 ตอนนี้ "อาจหาญ" หรือ "โต้ง" คนโต  ก็หันไปทำธุรกิจ 

 ส่วน "วัน(เฉลิม)" หรือ "หนุ่ม" ก็เข้ามาทำงานการเมือง เป็นเลขานุการ รมช.สาธารณสุข 

  "อนาคตของลูกๆ ผมไม่ได้คาดหวัง เขาโตแล้ว ทุกอย่างก็ขึ้นกับบุญกับกรรม" ร.ต.อ.เฉลิม บอก    

                       

เมื่อถามย้อนถึงวันที่ชีวิตในเรือนจำ 1 ปีเต็ม ว่าที่ร้อยตรีดวง เล่าว่า

 " ชีวิตในเรือนจำหนึ่งปีเต็มๆ ตั้งแต่ 2 พ.ค.2545 ถึง 30 เม.ย.2546  วันแรกที่เข้า ประตูเรือนจำปิดลง ใจผมหล่นไปอยู่ที่เท้า พ่อก็เป็นห่วงเพราะเป็นแดนแรกรับ ที่มีคนเข้ามาทุกวัน ทุกคนมานอนรวมกันห้องเดียวกัน ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร มีคดีอะไร

  แต่ผมก็จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้น เพื่อจะได้มีเวลาอยู่นอกห้องขังมากขึ้น เพราะได้ทำงานช่วยเจ้าหน้าที่จดรายชื่อ จดคดีผู้ต้องขังใหม่ที่เพิ่งเข้ามา
 วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ก็ต้องอยู่ในห้องขังร้อนๆ ตั้งแต่บ่าย 2 บ่าย 3 ก่อนจะมาเปิดอีกทีก็ 6 โมงเช้า ถ้าใครเจ็บไข้ได้ป่วย ตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ เขาก็บอกให้ทนเอา ผมเห็นคนป่วยตายเป็นสิบ ในห้องขังเรือนจำ สภาพในนั้นทำให้ติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะวัณโรค อยู่ในนั้น ผมต้องวิ่งทั้งวัน เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วย

 ผมคิดอย่างเดียวว่า ต้องอยู่ให้ได้ ผมพูดได้เต็มปากว่า อยู่ข้างใน 1 ปี ผมไม่เคยเสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียวให้ใครเห็น ทั้งที่ใจอยากร้องไห้ เพราะผมกลัวพ่อกับแม่เสียใจ เพราะท่านเจ็บปวดกว่าเรา  และผมอยู่ในนั้นไม่ได้มีอภิสิทธิ์กว่าผู้ต้องขังคนอื่นอย่างที่มีข่าว 

 นอนในห้องนอนรวม 8 คูณ 8 เมตร อยู่อย่างแออัด ผมก็ซื้อผ้าห่มมาหลายผืนแล้วเอามาเย็บติดกันซ้อนหลายๆ ชั้นปูนอนกับพื้น วันที่ผมออก คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ก็เข้าไปพอดี(คดีรื้อบาร์เบียร์) คุณชูวิทย์ก็เลยได้ใช้ของผมต่อทุกอย่าง"   ตอนเข้าไปผมหนัก 96-97 กก.พอออกมา น้ำหนักหายไป 20 กก.เหลือแค่ 71 กก.

 และทั้งที่ผมยังเป็นผู้ถูกกล่าวหา ศาลยังไม่ตัดสินคดี แต่ผมก็ถูกใส่ตรวนเหมือนนักโทษ ผมนับครั้งที่ถูกใส่ตรวนไว้ได้ 29 ครั้ง แต่ตลอด 1 ปี พ่อมาเยี่ยมทุกวัน ขาดวันเดียวคือ วันที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล" 

 ชีวิตที่เปลี่ยนไปของตัวเองหลังพ้นคดี ว่าที่ร้อยตรีดวง เล่าถึงหน้าที่การงานว่า

  "ทำให้ผมมีความรับผิดชอบมากขึ้น เรื่องเที่ยวก็เปลี่ยนไป เวลาไปดื่มกับเพื่อนๆ คือ ไปคุยเรื่องงาน เรื่องเที่ยวคงไปไม่ได้แล้ว เพราะมีภารกิจทุกวัน แต่ไปไหนมาไหน ก็ยังทำตัวปกติ ขับรถเอง และมีเพื่อนไปด้วยอีกคน มีน้องไปช่วยขับรถให้  กลับดึกก็ไม่ไหวแล้ว เพราะต้องทำงาน เดี๋ยวนี้คุยกับเพื่อนได้สักพัก แต่ละคนก็จะบอกว่าพรุ่งนี้มีงานเช้า ก็แยกย้ายกันไป แต่การไปไหนมาไหนก็ยังมีคนสนใจเป็นธรรมดา"

 ว่าที่ร้อยตรีดวง ยังเล่าติดตลกว่า "บางทีเหมือนเป็นดาราหรือคนดัง สมัยยังวัยรุ่นอยู่ก็รู้สึกดี แต่ผมอายุ 27-28 ปีแล้ว ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปเยอะ ถึงจะถูกคนมองเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนเดิม บางคนเห็นผมเดินเข้าไปแล้วอึ้ง เหมือนโดนไฟดูด แล้วเค้าอยากทักแต่ไม่กล้า คงคิดว่าผมหน้าดุ หรือติดภาพว่าเกเร  ก็มีเห็นหลายๆแบบ 

บางคนหันไปซุบซิบกับเพื่อนว่าหน้าคุ้นๆ บางคนก็เถียงกันพื่อนว่าใช่หรือไม่ใช่ ผมก็ยิ้มๆ ขำๆ บางทีก็เลยเข้าไปบอกว่า เป็นผมเอง หรือบางทีผมก็บอกไปว่า ผมอยู่สภาโจ๊กครับ แล้วก็ยิ้ม ขำเค้า  

บางคนเค้าชอบ ก็มาขอจับมือหน่อย คนไม่ชอบก็มาแซวเรา เราก็ย้ายที่ เดี๋ยวนี้ถ้าเจอใครเหยียบเท้า ผมยกมือไหว้เลย แต่พอถึงเวลาที่เราทำถูกต้อง ยังไง ภาพลักษณ์เก่าเรา ก็ทำให้คนคิดอย่างนั้น"

              

                             

 ว่าที่ร้อยตรีดวง เล่าต่อว่า เวลามีการ์ดมาคอยกันให้ ด้วยความหวังดี แต่ก็ทำให้ภาพเราเป็นขาใหญ่ ต้องมีคนเคลียร์  

"เดี๋ยวนี้ผมต้องขอร้องเลย อย่ามาหวังดีกับผม เพราะทำอย่างนี้ ทำให้คนเกลียด สมัยเด็กๆ ผมอาจจะชอบ แต่สมัยนี้อย่ามายุ่งเลย มันไม่เท่หรอก" 

 แต่กำลังใจส่วนหนึ่งก็มาจากเพื่อนใหม่ในโลกอินเทอร์เน็ตกลุ่มที่เล่น Hi 5 อย่างไม่คาดคิด  

 "ทุกวันนี้ ผมเล่น Hi 5 มีเพื่อนใหม่เยอะ มีคนมาแอทเป็นเพื่อนวันละเป็นร้อย จนผมตอบไม่ทัน ซึ่งก็มีคนเข้ามาให้กำลังใจเยอะ  ผมก็อ่านความเห็นในอินเทอร์เน็ต ถูกวิจารณ์ก็ไม่ได้โกรธ ธรรมดาแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นเจอคงไข้กิน

 เมื่อก่อนโดนด่าพอล้อแม่ บางคนไม่รู้ว่าคิดคำด่าได้ไง เค้ามีมุมมองอย่างนั้น ก็ห้ามกันไม่ได้ ผมไม่ชอบอ่านหนังสือพิมพ์เท่าพ่อ ส่วนใหญ่จะอ่านในเน็ต บางคนรู้ประวัติผมมากกว่าตัวผมอีก เพราะบางเรื่องผมก็ลืมไปแล้ว"

 การถูกโยงเข้ามาเกี่ยวกับการเมือง ทำให้สองพ่อลูกถูกจับตาอย่างใกล้ชิด แม้แต่การทำงานที่อยู่กันคนละกระทรวง ผู้เป็นพ่อยืนยันว่า ลูกชายไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับงานของพ่อ มีแต่ช่วงกลางวัน บางวันลูกชายจะเดินข้ามคลองหลอด จากกระทรวงกลาโหมมากินข้าวกลางวันกับพ่อที่กระทรวงมหาดไทยเท่านั้น

 ว่าที่ร้อยตรีดวง บอกว่า  "ตอนพ่อรับตำแหน่ง มท.1 ก็มีคนคิดว่า พ่อจะเอาลูกไปทำงานด้วย หรือตามไปวุ่นวาย แต่ผมไม่เคยไปยุ่ง อยากให้พ่อทำงานเต็มที่ ไม่อยากให้ใครเห็นว่าเอาลูกไปวุ่นวาย  แต่ครั้งที่ลงไปภาคใต้กับพ่อในวันที่พ่อไปราชการเรื่องปัญหาความไม่สงบในจังหวัดสงขลา เพราะเป็นห่วงพ่อ ผมเลยขอลงไปด้วย"

 แม้แต่จะนอน สองพ่อลูกก็ยังระแวดระวังภัยให้กัน ลูกชายเล่าว่า
 "เราไปนอนในค่าย ตชด. แต่ถึงนอนในค่ายทหาร ก็ไม่นอนบนเตียงที่เขาจัดให้ ผมยังขำภาพที่พ่อ มท.1 นุ่งผ้าขะม้า บอกผมให้มาช่วยกันยกฟูกลงมานอนที่พื้น เพื่อเลี่ยงวิถีกระสุน" 

และยังเล่าเรื่องฮาประสาพ่อลูกว่า "ไปใต้ มท.1 จะกลัวหรือไม่กลัวก็ไม่รู้ แต่ระหว่างที่รอพ่อให้สัมภาษณ์อยู่ หันมาอีกทีเห็นพ่อเอาพระที่แขวนคอ 2 พวง ออกมาโชว์ให้พี่ๆ นักข่าวดูเกือบ 20 องค์ ผมก็อึ้ง ถามพ่อว่า พ่อทำไมไม่บอกกันมั่ง ลูกแขวนมาองค์เดียวเอง

 ทำเอาพ่อก็เลยต้องรีบอธิบายว่า "ที่แขวนมาเยอะๆ ก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่น สมัยจับโจรผู้ร้าย ก็ยังต้องสวดมนต์ก่อน แต่วันนั้นก็แขวนเยอะหน่อย แต่แขวนพระแล้วเราต้องทำดีด้วย ไม่คิดทำชั่ว ให้ละอายเกรงกลัวต่อบาป"

           

เมื่อถามเรื่องงานการเมืองกับ ร.ต.อ.เฉลิม ที่มาถึงความฝันบนเก้าอี้มท.1 เขาบอกว่า

 "สุดๆ แล้วทางการเมืองสำหรับผม ผมไม่คิดเป็นนายกฯอย่างที่ถูกแซว ผมไม่เก่งเศรษฐกิจ แต่ตั้งใจทำหน้าที่ทุกวันนี้ให้ดีที่สุด มั่นใจว่าทำได้ ผลงานโบว์แดงก็เกิดแล้ว ทั้งจัดระเบียบสังคม สถานบังเทิงปิดตามเวลาที่กฏหมายกำหนด  

 ส่วนเรื่องแก้ปัญหายาเสพติด ที่นายกฯเพิ่งแต่งตั้งผมเมื่อ 24 มี.ค.2551 ที่ผ่านมา ให้เป็นผอ.ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ศอ.ปส.) เป็นศูนย์อำนวยการบริหารจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล  ผมก็หวังให้ลูกหลานติดยาน้อยลง หวังถึงขั้นที่ไม่มีคนติดยา  เรื่องแก้ปัญหาร้านอินเตอร์เน็ต ก็ให้ผู้ว่าฯ จัดการ ร้านเน็ตที่มีอยู่ 3 หมื่น 7 พันแห่ง ..."

 ส่วนกระแสข่าวที่ยังถูกสื่อโจมตีเป็นระยะ ร.ต.อ.เฉลิม บอกว่า 

 "เวลาดูข่าว ก็มีทั้งทั้งชม ทั้งโดนด่า แต่เราเป็นนักการเมือง ต้องเสียภาษีสังคมบ้าง ผมอ่านหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ และทุกเช้าจะต้องมีเวลา 1 ชั่วโมงสำหรับอ่านหนังสือพิมพ์เอง ถ้าให้คนมาบรีฟให้ฟัง มันไม่อิน ผมไม่ฟังวิทยุ โดยเฉพาะในรถ จะไม่เปิดทีวี ไม่เปิดวิทยุ เวลานั่งรถจะเป็นเวลาส่วนตัวที่ใช้คิดงาน จะคุยโทรศัพท์" 

 แต่มุมเบาๆ ผ่อนคลาย ของ มท.1 สไตล์ดุเดือด เสียงดัง ก็ทำเอาเซอร์ไพรส์ เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม บอกว่า ติดละครช่อง 3 โดยเฉพาะ "สวรรค์เบี่ยง" ที่ฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง "หนักมาแล้ว ก็ดูละครมั่ง เบาๆ" ร.ต.อ.เฉลิม ว่าอย่างนั้น

 

เมื่อถามว่า ประวัติการทำงานการเมือง ประวัติส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสำคัญในบ้านเมืองยาวนาน ทำไมถึงไม่เขียนหนังสือบ้าง ร.ต.อ.เฉลิมให้เหตุผลว่า   "ถ้าผมเขียน ก็ต้องเขียนเรื่องจริง แล้วเขียนเรื่องจริง คนอื่นก็จะเดือดร้อน ผมถึงไม่เขียนอย่างคนอื่นเขาเขียน เพราะดีชั่วอยู่กับใจ"

 ประสบการณ์ผันร้ายที่ผ่านมา ร้อยตรีดวง ทิ้งท้ายว่า" ผมโตขึ้นกว่าเดิมมาก และโตกว่าคนอายุในวัยเดียวกัน ผมผ่านอะไรมาเยอะ ผมคลุกคลีกับการเมืองมาตลอด ผ่านมาแล้วทั้งจุดสูงสุด จุดต่ำสุด ตอนที่พ่อไม่มีตำแหน่งบ้านก็เงียบเหงา

 สำหรับผม ยังไม่คิดเรื่องงานการเมือง ผมชอบรับราชการมากกว่า มาถึงจุดนี้อีกครั้ง ผมเหนื่อยใจ ทั้งที่ทำถูกต้อง ตามกฏระเบียบทุกครั้ง ผมเป็นแค่ ร้อยตรีตัวเล็กๆ แต่ก็ตกเป็นเป้าการเมือง กระทบถึงพ่อ แต่ผมไม่ซีเรียส เพราะนรกหรือสวรรค์ผมไปมาหมดแล้ว" 

 แต่เขาก็ยังเป็นลูกชายคนเล็กที่พ่อห่วงใยมากกว่าพี่ๆ  เมื่อมีโอกาสอยู่ด้วยกันคำพูดจากพ่อคือ 

 "ชีวิตหนูโดนอะไรมาเยอะ มันจะทำให้ลูกแกร่ง" 


  


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15
สิงห์เขียว วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 16.06 น.
http://www.oknation.net/blog/nipp

ครอบครัวอยู่บำรุง "เสียภาษีสังคม" หนักมาก อย่างที่คุณเฉลิม ท่านยอมรับสภาพ เวลานี้ก็ได้เวลาตอบแทนประชาชนและประเทศชาติ(นี้) ต้องให้โอกาสกันฮะ

ถึงกระแสสังคมหรือแม้แต่ข้าพเจ้าจะเป็นกลางได้ยาก แต่สำหรับสื่อต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายฮะ
ความคิดเห็นที่ 14
มอเตอร์ไซร์พฤษภา วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 11.54 น.

เชื่อได้ยาก คนเช่นนี้ ไร้สัจจะ ประเทศชาติได้รับคุณประโยชน์จากนักการเมืองคนนี้ได้น้อยมาก ไอ้ปื๊ดก็รู้
ความคิดเห็นที่ 13
152503 วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 10.24 น.

อี๋ !!! ขอน้ำส้มสายชูหน่อย เลี่ยนสุดสุด
ความคิดเห็นที่ 12
backpacker4x4 วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 10.00 น.

ก็พูดอยู่ข้างเดียวอะครับ.....จะเล่าอะไร จะพูดยังไง ก็ถูกหมด....

คนเรา ต้องให้คนอื่นตัดสินตัว ไม่ใช่ตัดสินตัวเอง.....


ถุย ให้กับคนตระกูลนี้
ความคิดเห็นที่ 11
กว่าจะได้เป็นอภิชาติบุตร วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 09.29 น.
http://www.oknation.net/blog/berm
สวัสดีครับประเทศไทย 

จะเอากี่ดาวก็รีบเอา
แผ่นดินไหว น้ำท่วมโลก
อีกหน่อยก็ตายกันหมด
ลาภ ยศ สรรเสริญ คำป้อยอ
ชอบกันจัง
ความคิดเห็นที่ 10
มาลีรัตน์ วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 08.35 น.
http://www.oknation.net/blog/maleerat

กรรมของเรา
ความคิดเห็นที่ 9
ทนายแต๊ก วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 07.57 น.
http://www.oknation.net/blog/thanyasak
thanyasak

ไม่เอา ไม่พูดดีกว่า ไม่หาเรื่องเข้าตัว ลาก่อนเด้อ.
ความคิดเห็นที่ 8
รณบุตร วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 07.15 น.
http://www.oknation.net/blog/wayuboot2499
รณบุตร จุดไฟฝัน แบ่งปันฮัก ปฏิปักษ์คนกังฉิน กินบ้านเมือง 

สิ่งที่พูด ไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนเห็น

สิ่งที่ประชาชนเห็น มันไม่ได้พูด

กล้าที่จะพูดความจริงหรือว่า...ดาบยิ้ม ผมเป็นคนลั่นไกเองแหละ แต่เพราะฝีมือมืออันฉกาจของป๋า ผมเลยรอดคุก และได้กลับรับราชการอีกครั้ง

...นี่คือ ความจริงที่ไม่กล้าพูด...
ความคิดเห็นที่ 7
Dogstar วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 04.50 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar

เขียนให้อ่านก็อ่านค่ะ อยากเขียนความเห็น
แต่ไม่รู้ว่าจะเขียนอะใรรู้แต่ว่า ในสังคมไทยนี่
มีเงิน มีอำนาจทำได้ทุกอย่าง
ความคิดเห็นที่ 6
ครูส้ม วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 02.33 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

อยากเม้นท์บ้างจัง
แต่นึกคำอันสมควรเม้นท์ไม่ออก

ขอบคุณพี่สิงห์เขียวค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
หาดใหญ่2521 วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 22.58 น.
http://www.oknation.net/blog/wanderer


รูปนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องทีเขียนนะครับ

เรื่องที่เขียนก็ OK nation ไทยครับ
ความคิดเห็นที่ 4
นานา วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 21.20 น.
http://www.oknation.net/blog/nana

ร.ต.อ.เฉลิมให้เหตุผลว่า "ถ้าผมเขียน ก็ต้องเขียนเรื่องจริง แล้วเขียนเรื่องจริง คนอื่นก็จะเดือดร้อน ผมถึงไม่เขียนอย่างคนอื่นเขาเขียน เพราะดีชั่วอยู่กับใจ"

....( ประชาชนอย่างเราๆ คงต้องรอกันต่อไป เพราะดีชั่วอยู่กับใจ )...
ความคิดเห็นที่ 3
ชานบ้านชานเมืองทัวร์ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 20.56 น.
http://www.oknation.net/blog/chanbaantravel
บ้างครั้งเราก็บอกว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่สิ่งนั้นสิ่งนี้ก็เพราะเราคิดว่า แต่นั้นอยู่ที่ว่าจริงเท็จหรือไม่อยู่ที่ความรู้ของผู้มีปัญญาตัดสินเท่านั้นเอง

เขาคิดว่าแค่กลัวเหงา เลยต้องเล่นการเมือง คิดแบบนี้ลงทุนเยอะไปหรือเปล่านะ
ความคิดเห็นที่ 2
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 18.18 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

สายตา...บอกอะไรได้เยอะ
ความคิดเห็นที่ 1
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 13.52 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ถ้าลูกชุมพล กาญจนะ พ้นคดี คงมีการไปสัมภาษณ์มั่ง
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31