พิมพ์หน้านี้
|
สุธา ชันแสง เป็นรัฐมนตรีคนแรกของรัฐบาลนี้ ที่ต้องลงจากตำแหน่ง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โควต้าภาคกทม. เนื่องจากไม่สามารถทำความกระจ่างเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี จากฟิลิปปินส์ได้ โดยมีทางลงจากเก้าอี้ด้วยเหตุผลความเจ็บป่วย แต่รายต่อมา จักรภพ เพ็ญแข คนนอกพรรค โควต้าต่างตอบแทนจากปฏิบัติการ นปก.สู้เพื่อ "นายใหญ่" คือรายต่อไป ที่ต้องลงจากเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยคดีปาฐกถาหมิ่นเบื้องสูง เมื่อพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) สรุปความเห็นทางคดีในเบื้องต้นว่า คำพูดของจักรภพ ที่แสดงปาฐกถายังสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เมื่อปลายปีที่แล้ว เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฐานดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูงชัดเจน จนทำให้กระแสเรียกร้องให้จักรภพลาออก ยิ่งทวีความรุนแรง และขยายวงกว้างขี้นทุกที แม้จักรภพจะพยายามฝืนกระแส เพื่อยื้อเก้าอี้นี้ไว้สุดชีวิต แต่ในที่สุดก็ไม่อาจต้านทานได้ จนในที่สุดเย็นวานนี้ จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน สหายหนึ่งในแกนนำนปก.ต้องออกมาส่งสัญญาณยุติปัญหา "ผมได้พูดคุยและสรุปสถานการณ์กับนายจักรภพแล้ว เห็นว่าที่มีการกล่าวหาจะพัฒนาไปสู่เหตุผลในการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ค.)เที่ยง นายจักรภพแจ้งว่าจะแถลงตัดสินใจทางการเมือง หลังจากในช่วงหลายวันที่ผ่านมานายจักรภพได้วิเคราะห์หลายทาง พวกเรายืนยันว่าการตัดสินใจทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายจักรภพ หากนายจักรภพตัดสินใจอย่างไรก็เป็นตามนั้น ส่วนเรื่องการพิจารณาความก็เป็นปกติของชั้นพนักงานสอบสวน แต่เรื่องการเมืองอาจกลายเป็นเงื่อนไขล้มล้างระบอบประชาธิปไตย การที่นายจักรภพรีบตัดสินใจก็เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้น ในวันพรุ่งนี้(30พ.ค.)จะมีการประชุมพรรค ซึ่งตนจะไปเสนอทฤษฎีให้พรรคถอยให้สุดซอยให้ถอนร่างญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้าสภา เพื่อปลดล็อคทั้ง 2 ด้าน ทั้งนี้โดยส่วนตัวนายจักรภพพร้อมต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นคนที่กล่าวหานายจักรภพไม่ควรใช้ศาลเตี้ย" แม้สหายนปก.คนสนิทอย่างจตุพร จะพยายามอ้างเหตุผลให้จักรภพ ถึงจุดยืนในการรักษาระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากประเด็นข้อเรียกร้องของพันธมิตรฯ ที่ได้ขยายไปว่ากำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สาธารณรัฐ แต่ก็รู้กันดีว่า การตัดสินใจ"ถอย"ออกจากเก้าอี้ครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากกระแสกดดันภายนอกเท่านั้น แต่กระแสกดดันจากในพรรคก็กำลังจะถึงจุดแตกหัก เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ผู้ใหญ่ในพรรคหลายคน ได้แนะนำให้ จักรภพ ลาออกเพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะไม่ต้องการเรื่องส่วนตัวของจักรภพเป็นชนวนความขัดแย้ง จนสถานการณ์ลุกลาม เนื่องจากการนัดเคลื่อนไหวใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันนี้(30 พ.ค.) ซึ่งกำลังมีการระดมแนวร่วมจากต่างจังหวัดเข้ามาต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะหยิบยกเอากรณีที่จักรภพถูกแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงมาขยายผลไล่รัฐบาล จึงมีธงในพรรคแล้วว่า หากจักรภพไม่ลาออกก็ต้อง "ปลดกันกลางอากาศ" และแม้แต่ นายกฯสมัคร สุนทรเวช ที่คอยอุ้ม ก็ช่วยไม่ได้ เมื่อเป็นใบสั่งซ้ำสองจาก "นายใหญ่" เจ้าของพรรค พรรคจึงต้องเพื่อตัดอวัยวะ แล้วรักษาชีวิตรัฐบาลเอาไว้ แต่อุบัติเหตุการเมือง พลาดเพราะปากครั้งนี้ นอกจากจักรภพ จะเสียเก้าอี้รัฐมนตรีแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะลอยนวล เพราะอดีตรมต.3 เดือน ยังต้องลุ้นคุกในคดีนี้อย่างใจระทึก เหมือนกับที่ วีระ มุสิกพงษ์ แกนนำนปก.ด้วยกันเคยเจอพลาดมาแล้ว ++++++++++++++++++++++++++++++ เหตุผลตอนหนึ่งในการแถลงข่าวลาออกของจักรภพ เมื่อเที่ยงครึ่งที่ผ่านมา "เมื่อเรื่องนี้ไม่เป็นไปตามหลักเหตุผล แต่เป็นเกมอำนาจล้วนๆ และท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นผู้ที่ได้รับผลดังกล่าวนั้น ผมจึงต้องตัดสินใจถอดตนเองออกจากเกมอำนาจนี้ เพื่อรักษาเรือลำใหญ่ไว้ให้รอด ผมจึงขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดนี้ และจะยื่นใบลาออกในวันนี้ เพื่อให้มีผลในต้นสัปดาห์หน้า เพื่อจะได้สะสางงานและเตรียมส่งไม้ให้กับผู้รับผิดชอบต่อจากผมด้วยความราบรื่น การลาออกในครั้งนี้น่าจะส่งผลให้คนหยุดพูดเรื่องการรัฐประหารกันเสียที และน่าจะมีผลยุติความเคลื่อนไหวของกลุ่มใดๆ ที่อ้างเหตุผลทางการเมืองมาเคลื่อนไหว หากเกมนี้ยังดำเนินต่อไป โดยมุ่งตีเมืองขึ้นไปเรื่อยๆ ตนก็หวังว่า รัฐบาลจะตัดสินใจอย่างชัดเจนในการพิทักษ์บ้านเมืองให้พ้นจากมือของผู้ที่ไม่ปรารถนาดีเหล่านี้ ผมขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านมีความเป็นสุภาพบุรุษตั้งแต่ต้นจนนาทีสุดท้าย ผมมีความศรัทธา มีความเคารพในวิถีทางทางการเมืองของท่านนายกรัฐมนตรี และจะยึดหลายอย่างในตัวท่าน เป็นแบบอย่างในทางการเมืองต่อไป ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ใหญ่ให้แนวทางที่เป็นสติปัญญา และความสว่างกับนักการเมืองรุ่นหลังจะเรียกว่า รุ่นลูก รุ่นหลานก็ไม่ผิดจากความจริง ให้ได้รู้แนวทางที่จะเดินต่อไป ท่านนายกรัฐมนตรีมีความหมาย และมีความสำคัญในการรักษาบ้านเมืองในระยะนี้ ฉะนั้นเหตุใดก็ตามที่จะนำไปสู่ผลกระทบต่อตัวท่านโดยตรง ผมจะยอมไม่ได้ นี้คือเหตุผลที่ผมได้เคยแถลงไปว่า จะสู้ต่อไป แต่มาวันนี้เป็นการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เหตุผลง่ายสั้นนิดเดียว เราต้องรักษานายกรัฐมนตรี และรัฐบาลไว้ให้รอดในระยะนี้ เพื่อประชาธิปไตยจะได้รอดในระยะยาว และสุดท้ายผมต้องขอกล่าวคำว่า ผม ขอโทษ ผู้สนับสนุนตัวผมเอง ซึ่งคงจะทำให้ท่านผิดหวังที่มีวันนี้เกิดขึ้น หวังว่า เมื่อท่านฟังเหตุผลตั้งแต่ต้นมาจนบัดนี้แล้ว ท่านคงพลอยเข้าใจไปด้วยว่า ผมไม่ได้มีความคิดที่จะลาออก ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมจะพิสูจน์ตนเองในทางกฎหมายต่อไป และจะวางบรรทัดฐานไม่ให้คนมาใช้เรื่องแบบนี้เพื่อการทำร้ายกันได้ง่าย เหมือนที่เกิดกับตัวผมเอง เรื่องนี้ขอให้ผู้สนับสนุนทุกท่านทราบว่า ไม่ใช่ความอ่อนแอท้อท้อ ไม่ใช้การถอยเพื่อที่จะถอดใจทั้งสิ้น นี้เป็นเพียงขั้นตอนทางการเมือง ซึ่งเราต้องรักษาส่วนรวมไว้เท่านั้นเอง ขอโทษท่านผู้สนับสนุนหากทำให้ผิดหวัง แต่ในระยะยาวแล้วท่านจะไม่ผิดหวังแน่นอน
|
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |