พิมพ์หน้านี้
|
กรณีทนายความอดีตนักการเมืองดัง นำถุงขนมซุกเงิน 2 ล้านบาท มอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการซี 7 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา พ่นพิษแล้ว เมื่อองค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งลงโทษสถานหนัก ทีมทนายความคดีทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพวกรวม 3 คน ฐานละเมิดอำนาจศาล ให้จำคุกคนละ 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมสั่งแจ้งความดำเนินคดีฐาน"ให้สินบน"ต่อไป (ช็อตต่อไปสภาทนายความ เตรียมลบชื่อออกจากสารบบ หมดสิทธิ์ว่าความตลอดชีวิต) ศาลได้ชี้ความผิดว่า ละเมิดอำนาจศาล กรณีหิ้วเงินสด 2 ล้านบาทเพื่อจูงใจเจ้าหน้าที่ศาล โดยชี้ว่า พฤติการณ์อุกอาจท้าทายศาลสูงสุดของประเทศ หวังประโยชน์เชื่อมโยงคดีที่ดินรัชดาฯ สมควรลงโทษสถานหนักไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เนื้อหาการแถลงข่าว มีดังนี้ เมื่อเวลา 15.00 น. นายมงคล ทับเที่ยง รองประธานศาลฎีกา นายวีรพล ตั้งสุวรรณ และนายอิศเรศ ชัยรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา องค์คณะผู้พิพากษาไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีที่มีทนายความอดีตนักการเมืองนำถุงขนมใส่เงิน 2 ล้านบาท มามอบให้เจ้าหน้าที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2551 ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำสั่ง คดีดำ ลอ.1/2551 หมายเลขแดงที่ 4599/2551 ความแพ่ง ระหว่างนายอนันต์ วงศ์ประภารัตน์ เลขานุการศาลฎีกา ผู้กล่าวหา และนายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร, น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียนทนายความ และนายธนา ตันศิริ ผู้ประสานงานคดี พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-3 เรื่องละเมิดอำนาจศาล คดีนี้สืบเนื่องจากนายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ทำหนังสือบันทึกลงวันที่ 10 มิ.ย.2551 ถึงนายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกาว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2551 เวลา 9.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้มารายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งวันดังกล่าวนายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ไปตรวจดูความเรียบร้อยที่ศาลฎีกา หลังจากนั้น หม่อมหลวงฐิติพงศ์ ชมพูนุช นิติกรประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา เข้ามาสอบถามเรื่องที่ทนาย พ.ต.ท.ทักษิณ นำสิ่งของซึ่งเป็นถุงกระดาษสีขาว ปิดสก็อตเทปใสมิดชิด มาให้เจ้าหน้าที่ ว่าจะรับไว้ได้หรือไม่ เมื่อเปิดถุงแล้วพบธนบัตร 1,000 บาท จำนวน 2 ตั้งๆ ละ 10 มัด รวมประมาณ 2 ล้านบาท นายอนันต์จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ส่งคืน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาถึงศาลเพื่อรายงานตัว จากการไต่สวนหม่อมหลวงฐิติพงศ์ ชมพูนุช นิติกรประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ความว่า ก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาถึง นายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 สั่งให้ น.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 แจ้งต่อ ม.ล.ฐิติพงศ์ ว่าให้ไปพบเพื่อจะปรึกษาคดี ม.ล.ฐิติพงศ์ จึงไปพบที่ห้องพักทนายความ ซึ่งภายในห้องมีเพียง 2 คน โดย ม.ล.ฐิติพงศ์ นั่งโต๊ะตรงข้ามกับนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งได้หยิบถุงกระดาษส่งให้ พร้อมบอกว่า ระยะนี้ต้องมาติดต่อบ่อย เห็นใจเจ้าหน้าที่ เลยเอาของมาฝาก ให้ไปแบ่งกัน จากนั้น ม.ล.ฐิติพงศ์ จึงได้เดินไปหานายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ แต่นายรักเกียรติไม่อยู่ เนื่องจากเดินทางไปประชุมที่รัฐสภา จึงไปพบนายอนันต์ที่ตรวจงานอยู่ นายอนันต์จึงสั่งให้เปิดถุง เมื่อพบว่าเป็นเงิน จึงสั่งให้คืนเจ้าของไป เพราะการรับถุงไว้น่าจะเป็นการไม่ชอบ อาจละเมิดอำนาจศาล และเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงาน โดยได้มีการถ่ายรูปธนบัตร และถุงไว้เป็นหลักฐาน ศาลฎีกาประชุมตรวจสำนวนแล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นที่ยุติว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2551 เวลา 9.30 น. นายพิชิฏ น.ส.ศุภศรี และนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 ขึ้นไปยังชั้น 4 เพื่อยื่นคำร้องการรายงานตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน จำเลยในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก หลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งมี ม.ล.ฐิติพงศ์ เป็นผู้ดูแลสำนวน น.ส.ศุภศรี เสมียนทนายของนายพิชิฏ ซึ่งเป็นทนายเจ้าของคดีได้นำคำร้องยื่นต่อศาล ก่อนที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ เพื่อรายงานตัว จากนั้นน.ส.ศุภศรีได้มาแจ้งกับ ม.ล.ฐิติพงศ์ ว่านายธนาให้ไปพบ เพื่อปรึกษาคดีที่ห้องพักทนายความ ทั้งที่นายธนายืนห่างเพียง 1 วา และเมื่อเข้าไปพบนายธนา กลับยื่นถุงกระดาษซึ่งปิดผนึกมิดชิด ภายในบรรจุเงิน 2 ล้านบาท โดยไม่บอกว่าภายในบรรจุอะไร เพียงแต่ให้เอาไปแบ่งกัน จากการไต่สวนนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 อ้างว่า เมื่อคืนวันที่ 9 มิ.ย.เวลา 21.00 น. นายบุญชาญ อักษรสุวรรณ ได้นำเงินจำนวน 2 ล้านบาท ที่ได้ซื้อบ้านผู้ถูกกล่าวหาในราคา 5.3 ล้านบาทมาให้ และได้เตรียมนำเงินดังกล่าวไปฝากธนาคารในวันรุ่งขึ้น โดยให้ภรรยาซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณหญิงพจมาน นำเงินบรรจุใส่ถุงกระดาษปิดผนึกมิดชิด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ให้ภรรยาไปซื้อช็อคโกแลต และห่อในลักษณะเดียวกัน เพื่อเตรียมมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลในวันที่ 10 มิ.ย.2551 ซึ่งเป็นวันยื่นคำร้องรายงานตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน เพื่อเป็นการตอบแทน ที่เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการดำเนินการต่างๆ ในคดี ขณะที่ วันเกิดเหตุได้นำถุงขนมวางไว้ที่นั่งด้านหลังเบาะรถ ส่วนห่อเงินได้ใส่ไว้ที่กระโปรงหลังท้ายรถ แต่ตนได้หยิบถุงผิดไป เมื่อทราบจึงแจ้งให้นายพิชิฏทราบ เพื่อทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ โดยนายพิชิฏ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้โทรศัพท์หา ม.ล.ฐิติพงศ์ พร้อมกล่าวคำขอโทษ แต่ ม.ล.ฐิติพงศ์ แจ้งว่าได้ทำบันทึกถึงผู้บังคับบัญชาแล้ว คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า นายธนา รู้หรือควรรู้ว่าในถุงมีเงินอยู่หรือไม่ ซึ่งในการไต่สวน ม.ล.ฐิติพงศ์ให้การว่า นายธนาเป็นผู้หยิบถุงเงินที่ปิดมิดชิดมอบให้ โดยไม่แจ้งว่าเป็นสิ่งใด ก่อนจะเปิดพบเป็นเงิน ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งให้ส่งคืนไป โดยมีเจ้าหน้าที่ศาลนำถุงส่งคืนกับมือนายธนา พร้อมถามว่า รู้หรือไม่ว่าข้างในมีอะไร นายธนาได้ตอบว่า "รู้" และเดินกลับไป โดยไม่มีท่าทีอิดเอื้อนตอบกลับ ซึ่งเป็นพิรุธ เห็นว่าหากเป็นไปตามที่นายธนากล่าวอ้างว่าหยิบถุงผิดไป โดยคนขับรถเป็นผู้นำถุงผิดมาให้ตน โดยไม่มีการตรวจสอบก่อน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าของ 2 สิ่งลักษณะห่อเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าปกติว่าจะมีการหยิบผิด และเมื่อเจ้าหน้าที่ทักท้วงก็ต้องเปิดดู และตรวจสอบสิ่งของ แต่กลับไม่ดำเนินการ อีกทั้งหากนายธนา จะนำช็อคโกแลตมามอบให้จริง ก็ควรจะนำไปมอบให้ที่เคาน์เตอร์อย่างเปิดเผยเพื่อความบริสุทธิ์ใจ จึงเชื่อว่านายธนาได้รู้อยู่แล้วว่าในถุงกระดาษดังกล่าวมีเงิน 2 ล้าน คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยต่อว่า นายพิชิฏ และน.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1และ 2 มีส่วนรู้เห็นหรือให้ความร่วมมือในการกระทำของนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 หรือไม่ จากการไต่สวน ม.ล.ฐิติพงศ์ได้ความว่า นายพิชิตเป็นทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ส่วน น.ส.ศุภศรี เป็นเสมียนทนายและเลขานุการส่วนตัวของนายพิชิฎ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ส่วนนายธนา เป็นผู้ติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งวันเกิดเหตุผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน ได้มายื่นคำร้อง ขณะที่ น.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มาแจ้ง ม.ล.ฐิติพงศ์ ให้ไปพบนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ปรากฏว่า ทั้งนายพิชิต และ น.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-2 อยู่ในเหตุการณ์ด้วย อีกทั้งเมื่อ ม.ล.ฐิติพงศ์ เดินเข้าไปพบนายธนา ที่ห้องพักทนายความแล้วเดินออกมาพร้อมถุงกระดาษ นายพิชิฎ และน.ส.ศุภศรี ก็ได้เห็นเหตุการณ์ วิสัยของคนทำงานร่วมกัน นายพิชิฎจะต้องสอบถามและซักไซ้หรือบอกกล่าวให้รู้กันว่า จะนำช็อคโกแลตมาให้เจ้าหน้าที่ศาล โดยไม่ต้องปิดบัง ซึ่งนายพิชิฎ เป็นหัวหน้าคณะทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน การกระทำของนายธนา นอกจากจะเป็นเรื่องร้ายแรงแล้ว ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อรูปคดี และกระทบต่อวิชาชีพของนายพิชิฎ แทนที่จะซักไซ้ไล่เรียงให้เกิดความชัดเจน หรือนำถุงสิ่งของที่ถูกต้องมาเปลี่ยนมอบให้ หรือต่อว่านายธนา แต่นายพิชิฎ กลับทำตามคำร้องขอของนายธนา โทรศัพท์มากล่าวขอโทษกับ ม.ล.ฐิติพงศ์ พร้อมทั้งสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พฤติการณ์ของนายพิชิฎ ชัดแจ้งว่ามีส่วนร่วมถือเป็นตัวการร่วม ส่วน น.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 แม้เป็นเสมียนทนายความ แต่ก็ร่วมรู้ในเหตุการณ์ โดยเป็นผู้เรียก ม.ล.ฐิติพงศ์ ให้ไปพบกับนายธนา พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่า น.ส.ศุภศรี มีส่วนร่วมรู้เห็นกับนายธนา และแบ่งหน้าที่กันทำ จึงฟังได้ว่า ทั้งนายพิชิฎ และ น.ส.ศุภศรี เป็นตัวการร่วมกับนายธนา คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยข้อสุดท้ายว่า ทั้ง 3 กระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เห็นว่าการนำถุงกระดาษใส่เงิน 2 ล้านบาทให้ ม.ล.ฐิติพงศ์ ถือว่าเป็นเหตุจูงใจให้เจ้าหน้าที่ของศาลฎีกาฯ กระทำการอันมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่อาจเชื่อมโยงเป็นประโยชน์ในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามซึ่งกระทำการร่วมกันจึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและพานิชย์ ม.31 (1) , 33 ประกอบ ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 และน่าจะมีมูลความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.144 หรือความผิดอื่นต่อเจ้าพนักงาน การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม เป็นการกระทำที่อุกอาจท้าทายและเกิดขึ้นที่ศาลฎีกา ซึ่งเป็นศาลยุติธรรมสูงสุดของประเทศ อีกทั้งผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 ประกอบอาชีพทนายความ และที่ปรึกษากฎหมาย ย่อมตระหนักดีกว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม จะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันศาลยุติธรรม และจะส่งผลกระทบกระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาในการปฎิบัติหน้าที่ของบุคคลากรในอำนาจตุลาการ จึงเห็นสมควรลงโทษสถานหนัก เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน คนละ 6 เดือน ส่วนความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 144 หรือความผิดอื่นต่อเจ้าพนักงานนั้น ให้นายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ผู้กล่าวหาคดีนี้ไปดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 และผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำสั่งออกไปเป็นเวลา 7 วัน อ้างว่าปวดศีรษะ ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุเพียงพอ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง และให้ออกหมายจับนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มาบังคับคดีตามคำสั่งศาลต่อไป ต้องบอกว่า ความผิดคดีดังกล่าวในฐาน ละเมิดอำนาจศาล นั้น เมื่อศาลมีคำสั่งให้จำคุกแล้ว คดีถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ ส่วนคดี จ่ายสินบน ที่อาจจะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติม ยังต้องรอการพิจารณาในชั้นศาล ที่ปรึกษากฎหมายทักษิณยอมรับมีผลต่อคดีทุจริตซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก วิชิต ปลั่งศรีสกุล ที่ปรึกษาทางกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ แม้จะให้ความเห็นในตอนแรก โดยเชื่อว่าเรื่องนี้ จะไม่กระทบต่อการพิจารณาคดีของศาลฎีกาฯ กรณีจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษกของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน เพราะศาลจะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หลังจากนั้นไม่นาน นายวิชิต ได้เปลี่ยนท่าทีว่า อาจมีผลในเรื่องคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ค้างอยู่ในชั้นศาลอยู่บ้าง ว่ากันตามจริงแล้ว เงินสินบน 2 ล้านที่ซุกในเค้ก อาจจะกลายเป็น จุดอ่อนและเป็น จุดเปลี่ยน ของคดีทุจริตซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก เพราะคดีละเมิดศาลถือว่าเป็นแค่ ดาบแรก เพราะดาบสองที่เงื้อฟันคือ คดีติดสินบน ที่ศาลได้สั่งแจ้งความดำเนินคดีต่อ ผู้สันทัดกรณี ชี้ว่า เพราะผลจากคดีนี้ จะส่งผลถึงคดีทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ-คุณหญิงพจมาน เป็นจำเลย อย่างแน่นอน เพราะในการพิจารณาขององค์คณะผู้พิพากษาคดีละเมิดศาล แสดงให้เห็นการเชื่อมโยงข้อมูลการติดสินบน ที่เกี่ยวโยงถึงคดีนี้อย่างชัดเจน ดังนั้นพฤติการณ์ของทีมทนายคดีนี้ จึงมีแนวโน้มที่จะส่งผลทำให้ สองสามี-ภรรยา มีความผิด ชนิดรอดคุกได้ยาก(เช่นเดียวกัน) ตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป ต้องคอยจับตาการ "หนีคดี" ออกนอกประเทศเอาไว้ให้ดี เพราะเป็นทางรอด คุก แค่ทางเดียว!!
|