พิมพ์หน้านี้
|
ศึกซักฟอกรัฐบาลวันสุดท้าย พ.อ.วินัย สมพงษ์ รัฐมนตรีคมนาคมเงา แห่งค่ายสะตอ งัดข้อมูลเด็ด ออกมาแฉพิรุธวุฒิการศีกษาของ สันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม หนึ่งในทุนใหญ่ของ"ค่ายพลังแม้ว" คลับคล้ายคลับคลา กรณี "สุธา ชันแสง" ที่ชิงป่วย ทิ้งเก้าอี้ไปก่อนถูกขุดคุ้ยกลางสภา เกี่ยวกับวุฒิปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยในฟิลิปปินส์ ข้อกล่าวหา สันติ ที่ว่าใช้ "เอกสารปลอม" นี้ มันเกี่ยวโยงกับการได้มาของวุฒิการศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโทจาก ม.รามคำแหง อย่างน่าคิด งานนี้ เรียกว่า "หมัดฮุกเข้าปลายคาง" ทำเอา "เสี่ยสันติ" มึน จนตอบได้แค่สองสามประโยค สรุปว่า "ไม่จริง และไม่รู้" พ.อ.วินัย นำเอาสำเนาเอกสารทางราชการของมหาวิทยาลัยรามคำแหง(มร.) ซึ่งมีตราครุฑรับประกันความชัวร์ เมื่อปี 2542 มาแสดงให้เป็นถึงความไม่ปกติ ที่โยงให้เห็นถึงการจบปริญญาตรี และปริญญาโทของ รมว.คมนาคม โดยระบุว่า เสี่ยสันติ เคยถูก มร.ไล่ออก เนื่องจากทำผิดวินัยนักศึกษาร้ายแรง โดยปลอมเอกสารทั้งใบขับขี่รถยนต์ตลอดชีพ และบัตรนักศึกษา แล้วใช้เอกสารปลอมให้คนอื่นเข้าสอบแทน จนถูกทางมหาวิทยาลัยจับได้แล้วไล่ออกตามเอกสารที่ว่า แต่จู่ๆ วันดีคืนร้าย ก็ได้กลับเข้าไปเรียนได้จนจบปริญญาตรีและโท รวดเดียวจบ อย่างน่าอัศจรรย์ ประเด็นที่ รมต.เงา ค่ายสะตอตั้งคำถาม คือ คุณธรรมและจริยธรรมของคนเป็นรัฐมนตรี ยังมีอยู่ไหม พ.อ.วินัย นำหลักฐานทางราชการมายันกันชัดๆ เพื่อมัด "เสี่ยสันติ" ติดตามดูข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีเงาได้ดังนี้ พ.อ.วินัย ได้เปิดประเด็นด้วยการอภิปรายถึงคุณธรรมและจริยธรรมของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม ว่า "ผมรับไม่ได้กับคุณธรรมและจริยธรรม และการบริหารงานของนายสันติที่ผิดพลาด ล้มเหลว ในเรื่องคุณธรรม นายสันติโดนลบชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง(มร.) ซึ่งขณะนั้นนายสันติ เป็น ส.ส.เพชรบูรณ์ ไม่แน่ใจว่า สมัยที่ 2 หรือ 3 สาเหตุที่โดนลบชื่อออก คือ การให้คนอื่นเข้าสอบแทน โดยปลอมบัตรนักศึกษาและใบขับขี่ตลอดชีพที่เคยให้คนอื่นไปสอบแทน จึงทำให้มหาวิทยาลัยมีคำสั่งที่ 1170/2542 สอบไล่ ภาคฤดูร้อนปีการศึกษา 2541 เรื่องการลงโทษลบชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษา โดยหัวหน้าตึกสอบ PRB 201 รายงานว่า ในการสอบวิชา PY103 วันที่ 5 มิ.ย. 2542 คาบสอบที่ 1 นายสันติ พร้อมพัฒน์ ทะเบียน 41065624 ให้บุคคลอื่นเข้าสอบแทน โดยการปลอมบัตรนักศึกษาและใบขับขี่รถยนต์ตลอดชีพ" เมื่อ พ.อ.วินัย อภิปรายถึงตอนนี้ ทำให้ ส.ส.พรรคพลังประชาชนหลายคนลุกขึ้นประท้วงว่า ทำผิดข้อบังคับเพราะนำเอกสารลับทางราชการมาอ่าน ถือว่าไม่เป็นธรรม แต่"ขุนฆ้อน" สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาคนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมวินิจฉัยให้ พ.อ.วินัย นำเอกสารมามอบให้ประธาน และอนุญาตให้อภิปรายต่อไปเพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องจริยธรรม พ.อ.วินัย จึงได้ยืนยันว่าจะนำสำเนาเอกสารดังกล่าว ซึ่งลงตราครุฑ และมีการรับรองสำเนาถูกต้องมอบให้ประธานหลังการอภิปรายเสร็จสิ้น จากนั้นก็ได้อ่านเนื้อหาในเอกสารดังกล่าวว่า "คณะกรรมการมหาวิทยาลัย ประชุมครั้งที่ 23/2542 วันที่ 30 มิ.ย. พิจารณาแล้ว เห็นว่านายสันติ พร้อมพัฒน์ ฝ่าฝืนคำสั่ง 684/2537 เรื่องทำผิดข้อบังคับการปฏิบัติในการสอบไล่ข้อ 1/20 โดยผิดวินัยนักศึกษาอย่างร้ายแรง จึงลงโทษลบชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษา ตั้งแต่สอบไล่ฤดูร้อน วันที่ 4 ส.ค. 2541 ลงชื่อ นายรังสรรค์ แสงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง" เมื่ออ่านข้อความในเอกสารจบแล้ว พ.อ.วินัย ได้ชี้ว่า จากกรณีดังกล่าวจึงเป็นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม และขอตั้งคำถามนายสันติ 3 ข้อว่า 1. นายสันติ อยู่กระทรวงเดียวกับ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก วันนี้เห็นหน้ากันแล้วรู้สึกอย่างไร ต่อกรณีที่ปลอมใบขับขี่ตลอดชีพ 2. นายสันติ จบปริญญาตรีที่รามคำแหงปี 2545 และจบปริญญาโท ศิลปศาสตร์รัฐศาสตร์ ปี 2547 แต่ตนข้องใจว่า นายสันติถูกลบชื่อออกแล้วเข้าไปเรียนต่ออย่างไร เพราะปกติคนโดนลบชื่อ ไม่สามารถกลับไปเรียนได้ 3. วันนี้นายรังสรรค์ เป็นบอร์ดการบินไทย ขอถามว่า คนลบชื่อนายสันติ แต่กลับมานั่งในบอร์ด ภายใต้การกำกับดูแลงานของนายสันติได้อย่างไร ระหว่างที่ พ.อ.วินัย อภิปรายในประเด็นต่อมา ปรากฏว่าภายนอกรัฐสภาได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก จนทำให้ระบบไฟฟ้าในรัฐสภาขัดข้องจนทำให้ไฟดับครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดระบบไฟสำรอง ประธานในที่ประชุมจึงสั่งพักการประชุมประมาณ 20 นาที เมื่อเริ่มประชุมอีกครั้ง เสี่ยตู่ ผู้นำ นปก. "จตุพร พรหมพันธุ์" ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ได้ลุกขึ้นประท้วงการอภิปรายของพ.อ.วินัย และชี้แจงช่วยนายสันติว่า ได้สอบถามนายสันติแล้ว ได้รับการยืนยันว่า ไม่มีพฤติกรรมอย่างที่ พ.อ.วินัย อภิปราย และหากเป็นจริงก็พร้อมจะลาออกจากตำแหน่ง และขอท้าให้ พ.อ.วินัยลาออกจากตำแหน่ง ด้วยหากข้อมูลที่นำมาอภิปรายไม่จริง ทำให้ พ.อ.วินัย ได้รับคำท้าทายว่า "ผมเป็นผู้ชาย ถ้าที่ตัวเองพูดเป็นความจริง รมว.คมนาคมต้องลาออก แต่ถ้าไม่จริงผมพร้อมจะลาออกจากส.ส.ขอประกาศต่อหน้าประชาชน" ทำให้ ประธานสมศักดิ์ ต้องพยายามปรามทั้งสองฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดการโต้เถียงรุนแรง โดยตัดบทบว่า "ให้เลขาธิการสภาฯ ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว"
แต่การชี้แจงของ เสี่ยสันติ ต่อคำถามข้างต้น มีเพียงสั้นๆ ว่า "ผมไม่เคยทำใบขับขี่ตลอดชีพ และไม่เคยดำเนินการใดๆ อย่างที่มีการกล่าวหาว่าถูกลบรายชื่อออกจากการเป็นนักศึกษา มร. และทางมหาวิทยาลัยก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับผม ผมได้เข้าเรียนปริญญาตรีที่ มร.และจบเมื่อปี 2543 จากนั้นได้เรียนปริญญาโทต่อ โดยจบการศึกษาเมื่อปี 2545 ดังนั้นเรื่องที่มีการปลอมใบขับขี่ หรือกระทำการใดๆ นั้น ผมไม่เคยทำ ส่วนที่มหาวิทยาลัยจะดำเนินการสิ่งใดนั้นผมไม่ทราบ"
หรือว่าสถานการณ์คับขัน เลยเตี๊ยมกันไม่ทัน!! อดีตรองอธิการฯรับลูกแจ้งจับ"สันติ-รังสรรค์"ทันควัน อีกด้านหนึ่งนอกสภาฯ คาดว่าจะเป็นการรับลูกในสภาฯ เพราะเมื่อเวลา 12.30 น. วิวัฒน์ชัย กุลมาตย์ อดีตรองอธิการบดี มร.ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มร.ได้มอบอำนาจให้ นายโลมิรันดร์ บุตรจันทร์ ทนายความ เดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ สันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม ข้อหาปลอมแปลงเอกสารทางราชการ และใช้เอกสารปลอม และ รังสรรค์ แสงสุข อธิการบดี มร. ข้อหาละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เนื้อหาในหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษระบุว่า และนำมาใช้เป็นหลักฐานเข้าห้องสอบ ที่ประชุมของคณะกรรมการที่ปรึกษาของสภามหาวิทยาลัย (ทปอ.)ในการประชุมครั้งที่ 23/2542 วันที่ 30 มิ.ย. 2542 ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายสันติ ฝ่าฝืนคำสั่งมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ 684/2537 เรื่องข้อปฏิบัติในการสอบไล่ ข้อ 1.20 อันเป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ตามข้อ 6 แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยรามคำแหง ว่าด้วยวินัยนักศึกษาพ.ศ.2522 จึงมีมติให้ลบชื่อนายสันติ ออกจากทะเบียนนักศึกษาตั้งแต่สอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2541 สั่ง ณ วันที่ 4 ส.ค.2542 ข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นอาจารย์สอนที่ มร. ซึ่งถูก มร. ซึ่งเป็นนิติบุคคล โดยนายรังสรรค์ แสงสุข เป็นผู้บังคับบัญชา แจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท ได้ยื่นหนังสือลงวันที่ 25 มิ.ย.2551 เพื่อติดตามให้มหาวิทยาลัย ดำเนินคดีอาญากับนายสันติ โดยให้นำมาตรฐานเดียวกันมาปฏิบัติ ซึ่งมหาวิทยาลัยมีระเบียบและกฎหมายดำเนินคดีอาญากับนักศึกษาที่ผิดวินัยร้ายแรงอยู่แล้ว นอกจากนี้ อดีตรองอธิการบดี มร.ยังตั้งข้อสังเกตว่า นายสันติ ซึ่งถูกลบชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษาไปแล้ว ได้มาสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ มร.อีกครั้ง ทั้งที่รู้อยู่ว่าเมื่อถูกลบชื่อ จะไม่มีสิทธิสมัครอีก ซึ่งในเวลาดังกล่าวนายรังสรรค์ เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของพนักงานมหาวิทยาลัย และขณะเดียวกันนายรังสรรค์ก็เป็นผู้ที่ลงนามในคำสั่งลบชื่อนายสันติ ออกจากทะเบียนนักศึกษา เมื่อ มร.เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน มีอธิการบดีปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2541 ช่วยเหลือหรือสนับสนุน หรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจปฏิบัติ ได้ให้นายสันติสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี และเรียนต่อระดับปริญญาโทจนจบ เป็นการกระทำผิดตามระเบียบมหาวิทยาลัย เพราะเมื่อนายสันติถูกลบชื่อ ก็มีสิทธิ์สมัครเป็นนักศึกษา หรือจนกว่าจะขาดอายุความ 15 ปี และจากการที่มหาวิทยาลัย หรืออธิการบดีไม่ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติขางนายสันติ ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่ต้องดำเนินคดีกับนายสันติ แต่กลับไม่ดำเนินการใดๆ อีกทั้งยังสนันสนุนให้สมัครเรียนปริญญาตรี ภาคพิเศษ จนจบปริญญาโท ทั้งที่มีกฎหมายให้ตรวจสอบและปฏิบัติ ถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอาญา มาตรา157 ตนในฐานะอาจารย์ มร.ได้รับความเสียหายจากกระทำดังกล่าว เพราะทำให้ประชาชนทั่วไป รวมทั้งลูกศิษย์และศิษย์เก่า มร. ได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง ขณะเดียวกัน นายสันติถือว่าขาดจริยธรรมสำหรับข้าราชการการเมือง รังสรรค์ปัดไม่เคยไล่"สันติ" แต่จนท.ผิดพลาด ส่งชื่อคล้าย จนไล่ออกผิดคน ต่อมา นายรังสรรค์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า กรณีการสอบแทนกันเกิดขึ้นจริง แต่เป็นบุคคลอื่นที่ชื่อคล้ายนายสันติ พร้อมพัฒน์ คือชื่อ นายสานติ พรมพัฒน์ และจับผู้ที่สอบแทนนายสานติ ชื่อ นายสวัสดิ์ และดำเนินคดีไปแล้ว ส่วนกรณีนายสันตินั้นเป็นข้อผิดพลาดของฝ่ายวินัย ที่ไม่ได้มีการสอบสวนและเสนอชื่อนายสันติมาให้ลงนามคัดชื่อออก เมื่อนายสันติทราบเรื่อง ก็มาต่อว่ามหาวิทยาลัยว่าไม่ได้มีการสอบสวนก่อน และในปี 2542 เป็นปีที่ครบรอบ 72 พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สภามหาวิทยาลัย ได้ออกระเบียบว่าด้วยการล้างมลทินเนื่องในมหามงคลพระชนมพรรษา 6 รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2542 ในระเบียบระบุให้ล้างมลทินให้แก่บรรดานักศึกษาผู้ถูกลงโทษทางวินัย หรือผู้ถูกกล่าวหาว่าทำผิดวินัยนักศึกษา ให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกกล่าวหา หรือถูกลงโทษ หรือถูกลงทัณฑ์ ทางวินัย นายสันติจึงใช้ช่องทางนั้น และได้รับโอนหน่วยกิตคืนมาทั้งหมด และจบการศึกษาในปี 2545 ผมยืนยันว่านายสันติ จบการศึกษาถูกต้อง มีทรานสคริปครบถ้วน ส่วนการนิรโทษกรรมนักศึกษาในปี 2542 มีทั้งหมด 44 คน โดยที่เราไม่รู้ว่าเป็นนายสันติหรือไม่ เพราะตอนนั้น ไม่มีใครรู้จักนายสันติ และการล้างมลทินลักษณะนี้ก็สอดคล้องกับกฎหมายล้างมลทิน ซึ่งก็ล้างมลทินให้กับข้าราชการที่ทุจริตสามารถกลับเข้ารับราชการได้ และอีกประการหนึ่ง เป็นเพราะทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ตั้งกรรมการสอบสวนนายสันติ อาจมีการกลั่นแกล้งกันหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่ใครจะทะเลาะอะไรกัน ก็อย่ามาเอา มร.ไปเป็นเหยื่อ ส่วนกรณีเป็นบอร์ดการบินไทยนั้น ขอให้ไปตรวจสอบว่าในแต่ละปีอาจารย์และนักศึกษาราม ใช้บริการการบินไทยมากแค่ไหน เรื่องนี้อย่ามาดูถูกกัน และผู้แต่งตั้งก็คือ กระทรวงการคลัง ต้องขอตั้งคำถามปิดท้ายว่า ประเด็นการชี้แจงของ"รังสรรค์" อธิการบดี มร.คนดังที่เกี่ยวโยงกับหลายคดีการเมือง มันขัดแย้งกับศิษย์ที่ชื่อสันติ เพราะเสี่ยสันติ บอกไม่รู้เรื่องที่ทาง มร.จัดการเรื่องให้กลับเข้าไปเรียนใหม่ แต่อธิการรังสรรค์ ดันบอกว่า ต้องรับเข้ามาใหม่ เพราะถูกนายสันติต่อว่า ที่ทางฝ่ายวินัยทำผิดพลาด จึงต้องใช่ช่องทางตามระเบียบล้างมลทินรับกลับเข้ามา กรณีที่อ้างว่า ใช้ช่องรับกลับตามระเบียบล้างมลทิน ในช่วงปีมหามงคล ในเมื่อยืนยันว่าเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย เหตุใดต้องใช้ช่อง "ล้างมลทิน" หากเสี่ยสันติ "ไม่ได้ทำผิด" หรือไม่ได้ถูกไล่ออก ทำอย่างนี้ กลายเป็นเรื่องการ ยอมรับว่านายสันติมีมลทินจริง!! คุณรังสรรค์ ไม่ตอบคำถามว่า เอกสารที่ พ.อ.วินัย ได้มาแฉกลางสภานั้น ของปลอมหรือของจริง ถ้าปลอม คุณรังสรรค์ ต้องแจ้งจับ พ.อ.วินัย ทันทีว่า เอาเอกสารปลอม ลงชื่อปลอมของคุณไปใช้อ้างในสภาฯ คุณรังสรรค์ คุณยังกล้าเอาตัวเองมารับประกันเก้าอี้ให้ลูกศิษย์ที่ชื่อ สันติ พร้อมพัฒน์ ไหม!! ปล.กรณี "สุธา ชันแสง" ก็มีคนรอจังหวะจะไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ฐานใช้เอกสารเท็จ หรือวุฒิปริญญาปลอม เพื่อให้ได้เป็นรัฐมนตรีเหมือนกัน ว่าแต่ทั่น "สุธา" อย่าได้ไปหลงเชื่อนักการเมืองกำมะลอบางคน ที่เรียกไปเคลียร์ไม่นานมานี้เด็ดขาด จะ "เสียค่าโง่" ไม่รู้ตัว เพราะเคลียร์ผิดคน |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||