พิมพ์หน้านี้
|
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องราวที่เป็นที่สนใจของประชาชนและสื่อมวลชนมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องอาการป่วยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระพี่นางซึ่งปรากฏเป็นพาดหัวข่าวใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์ต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ด้วยกัน โดยในรอบสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นข่าวในเชิงบวกเนื่องจากพระอาการของทั้งสองพระองค์นั้นปรากฏในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ หนังสือพิมพ์หลายฉบับลงตีพิมพ์ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงบริหารพระวรกาย และภาพกระแสประชาชนที่มาเข้าเฝ้าลงชื่อถวายพระพร จนกระทั่งเช้าวันที่ 9 พฤศจิกายน หัวใจของพี่น้องชาวไทยทุกคนก็เต็มเปี่ยมด้วยความปลื้มปิติเมื่อหนังสือพิมพ์ทุกฉบับนำเสนอภาพข่าวเดียวกันเป็นข่าวใหญ่ ซึ่งคือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฉลองพระองค์สีชมพูเสด็จออกทักทายประชาชนที่รอต้อนรับในวันที่ 8 พฤศจิกายน เนื่องจากพระอาการดีขึ้นจนแพทย์ได้พิจารณาถวายการอนุญาตให้ทรงออกจากโรงพยาบาลได้ นับเป็นปรากฏการณ์บนหน้าหนังสือพิมพ์อีกครั้งหลังจากเหตุการณ์คดียุบพรรคการเมืองที่ทุกๆฉบับจะนำเสนอข่าวเดียวกัน ด้วยแง่มุมใกล้เคียงกันดังนี้ ไทยรัฐ : ทรงแย้มพระสรวล ทักทาย พสกฯ ปลื้มส่งเสด็จ แน่นขนัดจนถึงประตูวัง พากันหลั่งน้ำตาด้วยปีติ เดลินิวส์ : ทรงพระเจริญกระหึ่ม ส่งเสด็จในหลวง พสกนิกรปีติน้ำตารน ทรงมีพระพักวตร์สดชื่นแจ่มใส พระพี่นางอาการทั่วไปคงที่ คม ชัด ลึก : ในหลวงเสด็จฯ กลับวัง แซ่ซ้องทรงพระเจริญ มติชน : น้ำตา-ปีติ ในหลวงเสด็จฯ กลับ พระพักตร์สดใน ฉลองพระองค์สีชมพู พลานามัยสมบูรณ์
ด้านข่าวการเมืองที่กำลังร้อนแรงเช่นกันในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
คงหนีไม่พ้นเรื่องการเลือกตั้งโดยแบ่งออกเป็นสองช่วงด้วยกันคือ ช่วงก่อนวันที่ 7
พฤศจิกายน และหลังวันที่ 7
พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันรับสมัคร ส.ส.
แบบสัดส่วน มีการตีพิมพ์ข้อมูลและวิเคราะห์รายชื่อผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ หมายเลขที่แต่ละพรรคจับฉลากได้ และสีสันของกองเชียร์แต่ละพรรคที่มารอด้านหน้าสนามกีฬา ญี่ปุ่น-ดินแดง โดยก่อนหน้าวันที่ 7 พฤศจิกายน ข่าวที่นำเสนอมันเป็นข่าวถล่มกันระหว่างรัฐบาลปัจจุบัน กับพรรครัฐบาลเดิม ที่ฝ่ายหนึ่งก็โหมช่าวซื้อเสียง ส่วนอีกผ่ายก็งัดเอาเหตุการณ์ที่รัฐบาลใช้อำนาจสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนขึ้นมาสู้ ข่าวซื้อเสียงนั้นมีตัวเลขพุ่งจาก 2 หมื่นล้านไปถึงหลักแสนล้าน โดยมีเป้าหมายถึงขึ้นซื้อประเทศไทย เห็นได้จากพาดหัวข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 3 พฤศจิกายน ดังนี้ มติชน
: สนธิ-กก. ต้านซื้อเสีนง ประเมิน 2
หมื่น ล. – รอแจก นี้ กกต.
ออกมติดังช่วยปราบ ไทยโพสต์ : 2 หมื่น ล. ซื้อเสียง อีสานจ่ายแล้วหัวละ 300 บ้านเมือง : แฉโกงเลือกตั้ง 2 หมื่น ล. หว่านซื้อเสียง ด้านข่าวการใช้อำนาจสกัดกั้นพรรคอำนาจเก่านั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นประเด็นต่อเนื่องจากการนำเอกสารลับมาเปิดเผยในเว็บไซต์ ไฮ-ทักษิณ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ทิศทางข่าวในรอบสัปดาห์นี้เป็นไปในทางการสืบเสาะหาที่มาของเอกสารว่ารั่วมาจากแหล่ไหน และการเคลื่อนไหวของ พปช. ที่ร้องเรียนไปให้กกต.แต่งตั้งกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าวนี้ขึ้นมา สุดท้ายคือเรื่องข่าวคนสนิทของผู้สมัครพรรค พปช. ถูกข่มขู่ใช้ปืนจี้หัวผู้สมัครที่ นายสมบัติ วันทอง เลขานุการของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อำนาจเจริญ เขต 2 โทรมาแจ้ง น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลีว่า ถูกทหาร 5 นายใช้ปืน เอ็ม 16 เรียกตรวจค้นรถกลางทาง มีการใช้ปืนจ่อท้ายทอย แต่สุดท้ายก็หนีออกมาได้
หน้าข่าวเศรษฐกิจนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเน้นเรื่องราคาน้ำมันที่แรงขึ้นจนทะลุราคา 31 บาท/ลิตร และผลกระทบที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าประเภทต่างๆที่ทยอยกันเพิ่มขึ้นและตัวเลขประมาณการเงินเฟ้อที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณราคาน้ำมัน โดยนาย ศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้แถลงดัชขนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนตุลาคม 2550 ว่า ดัชนีเท่ากับ 118.4 สูงขึ้น 0.9% จากเดือนกันยายน 2550 และสูงขึ้นถึง 2.5% เมือเทียบกับเดือนตุลาคม 2549 ทำให้ค่าเฉลี่ยอัตราเงินเฟ้อ 10 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มสูงขึ้น 2.1% จากปีที่แล้ว อันเป็นผลจากการปรับราคาเพิ่มขึ้นของผักสด ผลไม้ อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และการปรับขึ้นของอัตราค่าโดยสารสาธารณะ ซึ่งทั้งหมดเป็นผลตค่อเนื่องมาจากการปรับราคาเชื้อเพลิง สุดท้ายคือข่าวสังคม-อาชญากรรม ที่เด่นที่สุดในรอบ 7 วันที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้นเรื่องกรณีดาราชื่อดัง “เต๋า” สมชาย เข็มกลัด ที่เปิดศึกทะเลาะทำร้ายร่างกายกับวันรุ่นเมืองเชียงใหม่จนคู่กรณีโดนยำจนหน้าตาแทบจำไม่ได้ ข่าวเล่าว่าเมื่อเช้าวันที่ 3 พฤศจิกายน วันรุ่นสองคนเข้าแจ้งความด้วยหน้าตาบวมปูด กล่าวว่าถูกเต๋าสมชายและพวกอีกหลายคนรุมทำร้ายร่างกายเหตุเพราะบีบแตรไล่กัน ไม่นานในช่วงบ่ายวันเดียวกันพระเอกหนุ่มก็ออกมาโต้ข่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาและเล่าเหตุการณ์ไปอีกทางพร้อมทั้งแจ้งความกลับไปยังฝ่ายตรงข้ามในข้อหาพยายามฆ่า ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการออกมาให้ข่าวโต้กันจนกระทั่ง
“พ่อเลี้ยงอี๊ด” นายอุดรพันธุ์ จันทรวิโรจน์ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดเชียงใหม่และอดีตนายก
อบจ.เชียงใหม่อาสาเป็นกาวใจออกมาไกล่เกลี่ยจนคู่กรณียอมจับมือกันพาไปถอนแจ้งความ แต่อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาติให้ทั้งสองฝ่ายถอนแจ้งความเพราะเป็นคดีอาญา ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เรื่องราวที่หลายฝ่ายคาดว่าจะจบลงง่ายๆ
จึงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะลงเอยเช่นไร หน่อแก้ว เสนพันธุ์ 4845137728 |
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |