พิมพ์หน้านี้
|
โครงการ "กลุ่มพัฒนาชุมชนผู้ปลูกกุหลาบมอญจังหวัดเลย" ของทีมนิสิตจุฬาฯ คว้ารางวัลชนะเลิศโครงการ "การสร้างธุรกิจให้เป็นจริงและยั่งยืน" ครั้งที่สอง จัดโดยมูลนิธียุทธสาร ณ นคร เพื่อสมาคมจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย น.ส. ณิชาพัชร วลัยพัชรา น.ส.วิมลรัตน์ วชิรัคศศวกุล น.ศ.มณีกาญจน์ บุษปะบุตร น.ส.กุลวิภา วรกิตติธรรม นายวรุตม์ กฐินทอง นายนิพนธ์ แสงธีระพานิชย์ นายภัทรดิส บวรศุกภิจกุล และนายวีระ วัชรัตน์ศิริยุทธ รวมตัวกันเป็นทีม La Rose de Loei เสนอโครงการ “กลุ่มพัฒนาชุมชนผู้ปลูกกุหลาบมอญจังหวัดเลย” คว้ารางวัลชนะเลิศโครงการมอบทุนการศึกษาแก่นิสิต นักศึกษาประจำปี 2551 “การสร้างธุรกิจชุมชนให้เป็นจริงและยั่งยืน ครั้งที่ 2” จัดโดยมูลนิธียุทธสาร ณ นคร เพื่อสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย ได้รับถ้วยรางวัลและทุนการศึกษา 100,000 บาท ตัวแทนทีม La Rose de Loei กล่าวถึงโครงการนี้ว่า ผู้เข้าร่วมจะต้องเขียนแผนงานโครงการพัฒนาชุมชน และต้องเข้าไปศึกษาสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในชุมชน จากนั้นก็นำเสนอโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนที่ต้องการช่วยเหลือด้านความรู้และการสร้างอาชีพ ซึ่งทีมของตนก็มองเห็นจุดเด่นของกุหลาบมอญที่ อ.ภูเรือ จ.เลย ซึ่งมีกลิ่นหอมที่สุดในบรรดาดอกกุหลาบ และจากการลงพื้นที่ก็ทำให้รับทราบปัญหาว่า น้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบมอญที่ผลิตในชุมชนไม่มีตลาดรองรับ สร้างหนี้สินแก่ชาวบ้าน จึงคิดโครงการเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยการแปรรูปมาเป็นผลิตภัณฑ์สปา ชื่อ “La Rose de Loei” โดยมีการจัดทำแผนงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งก็เป็นที่มาของโครงการ “กลุ่มพัฒนาชุมชนผู้ปลูกกุหลาบมอญจังหวัดเลย” ตัวแทนทีม La Rose de Loei ยังกล่าวต่ออีกว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้รางวัล เพราะแผนงานจะได้ออกสู่สายตาประชาชนเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะนำไปต่อยอดและใช้จริงเพื่อเกิดประโยชน์แก่ชาวบ้านต่อไป +++++++++ อาจารย์จุฬาฯ เผย สารสกัดจากแก่นมะหาดมีฤทธิ์ทำให้ผิวขาว อ.จุฬาฯ เผย แก่นมะหาดมีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งสามารถทำให้ผิวขาวโดยไม่เกิดผลกระทบต่อผิวหนัง รศ.ดร.กิตติศักดิ์ ลิขิตวิทยาวุฒิ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชเวท คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดถึงเผยผลงานวิจัยว่า สารออกซิเรสเวอราทรอลที่สกัดจากแก่นมะหาด มีฤทธิ์ยังยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเกิดสีหมองคล้ำเมื่อถูกกระแทกหรือขีดข่วน จากการทดลองพบว่าสารชนิดนี้สามารถทำให้ผิวขาวได้มากกว่และเร็วกว่าสารที่ใช้ในเครื่องสำอางทั่วไป โดยไม่มีผลข้างเคียงกับผิวหนัง แต่ขณะนี้ขั้นการผลิตสารออกซิเรสเวอราทรองมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงยังไม่สามารถนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ รศ.ดร.กิตติศักดิ์ ลิขิตวิทยาวุฒิ กล่าวต่อว่า ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างระมัดระวัง ผลิตภัณฑ์ควรจะมีการรับรองจากองค์การอาหารและยา มีฉากที่ถูกต้อง และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารปรอท ที่มา : จุฬาสัมพันธ์ ปีที 51 ฉบับที่ 23 วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2551
น.ส.ทวีพร คุ้มเมธา |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||