• Nity
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boonyatikan59@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 3219
  • จำนวนผู้ชม : 4132505
  • จำนวนผู้โหวต : 1918
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1918 คน

คอนเสิร์ต คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 6

คมชัดลึก อวอร์ด ประเภทเพลงไทยลูกทุ่ง และเพลงไทยสากล ที่เซ็นทรัล เวิร์ล

View All
<< กุมภาพันธ์ 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      

[ Add to my favorite ] [ X ]


อยากให้บล็อกเกอร์ Nity เขียนเรื่องใดในบล็อกมากที่สุด
การเมือง
201 คน
เศรษฐกิจ
11 คน
สังคม
16 คน
บันเทิง
36 คน
วรรณกรรม
8 คน
อาชญากรรม
8 คน
ภาคประชาชน
10 คน
การศึกษา
21 คน
กีฬา
8 คน
อื่นๆ
16 คน

  โหวต 335 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550
Posted by Nity , ผู้อ่าน : 7876 , 16:43:51 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สืบค้นต้นตระกูล

ขุนนาง-ขุนศึกศักดินา

'พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร'

บทบาทของ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) นับวันน่าจับมองเป็นอย่างยิ่ง!

ไม่ใช่เพียงแค่บทบาท 'ขุนศึก' ในคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ที่ช่วยยึดอำนาจจากรัฐบาลฉ้อฉล ช่วงที่ผ่านมาเท่านั้น

แต่ยังได้รับมอบหมายจาก คมช. ให้เป็นเสมือน 'แม่ทัพปราบทุจริต' ช่วยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ด้วยการเข้าไปเป็นประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งช่วยให้ตรวจสอบการทุจริตการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้เกิดความคืบหน้าไปอย่างมากแล้ว และยังได้รับความไว้วางใจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สิทธิชัย โภไคยอุดม) เสนอให้เป็นประธานกรรมการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) อีกตำแหน่งหนึ่ง

ขณะที่บทบาททางด้านความมั่นคงนั้น พล.อ.สพรั่งกล่าวถึงภารกิจของ คมช. ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมาว่า (30 มกราคม 2550) "5 เดือนที่ผ่านมา เราทำงานไปตามกรอบ แต่ก็อาจจะมีการต่อต้านจากกลุ่มคลื่นใต้น้ำ โดยการเผาโรงเรียนในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า เป็นความพยายามของกลุ่มที่สูญเสียอำนาจ ที่สนับสนุนทางการเมืองของกลุ่มอำนาจเก่า เพียงแต่รูปแบบการท้าทายไม่ได้เกิดความเสียหาย และก่อให้เกิดผลกระทบต่อราชการที่ไปสะสางคดี"

ด้วยบทบาทที่สำคัญของ พล.อ.สพรั่ง ทำให้ 'เนชั่นสุดสัปดาห์' ต้องคลุกวงใน แบบเจาะเบื้องลึกความเป็น 'ทหารพระราชา' อันสะท้อนถึงความเป็นมาของ 'กัลยาณมิตร' ตระกูลขุนนางใหญ่แห่งรัตนโกสินทร์ตอนต้น!
0 0 0

เจ้าพระยานิกรบดินทร์'สพรั่ง กัลยาณมิตร' หรือ 'พี่เปย' ของญาติพี่น้องกัลยาณมิตร เป็นชาวจังหวัดลำปาง เกิดวันที่ 8 กรกฎาคม 2491 เป็นบุตรคนสุดท้อง (พี่น้อง 8 คน) ของ พ.ท.ศรี กับ เพ็ญแก้ว กัลยาณมิตร

'บิ๊กเปย' เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 7, จบนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 18, นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 43, จบการศึกษาปริญญาโทการจัดการภาครัฐและเอกชนมหาบัณฑิต สาขา/วิชา การจัดการภาครัฐและเอกชน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สมรสกับ วิภาดา กัลยาณมิตร ปัจจุบันเป็นคณะกรรมการสมาคมแม่บ้านทหารบก

มีบุตรชาย 3 คน คือ (1) นักเรียนนายร้อยเอกวีร์ กัลยาณมิตร ได้รับทุนการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ไปศึกษา ณ ประเทศเยอรมนี ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ จนถึงระดับปริญญาโท (2) นักเรียนนายเรืออากาศ อัครวัต กัลยาณมิตร ได้รับทุนการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออากาศ ไปศึกษา ณ ประเทศเยอรมนี ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ จนถึงระดับปริญญาโท และ (3) เอกวริษฐ์ กัลยาณมิตร กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 3 เหล่าทหารอากาศ

พล.อ.สพรั่ง เริ่มรับราชการครั้งแรกในตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็ก ร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 3 กรมผสมที่ 4 ปี (2512) ผ่านสถานการณ์สำคัญของชาติด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศหลายครั้ง เคยเป็นผู้บังคับกองพัน ทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 ปี (2525) ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 19 ปี (2528) ผู้บังคับการกรม นักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร (2533) ผู้บังคับการกรม นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (2534) นายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (เมษายน, 2540) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 (ตุลาคม, 2540) แม่ทัพน้อยที่ 3 (2546) แม่ทัพภาคที่ 3 (1 ตุลาคม 2548) และขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทบ. ปลายปี 2549 หลังการยึดอำนาจ 'รัฐประหาร 19 กันยา' ที่ผ่านมา

หากย้อนดูคำพูดของ พล.อ.สพรั่ง ที่พยายามจะเชิดชูเหนือสิ่งอื่นใด คือ 'ทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ' เพราะความภาคภูมิใจของบรรพบุรุษของตน ที่ได้สนองงานใต้เบื้องพระยุคลบาทพระมหากษัตริย์จักรีวงศ์มาทุกยุคทุกสมัย

ในหนังสือ 'สกุลกัลยาณมิตร' ของ พ.อ.ชาญ กัลยาณมิตร (2540) บันทึกไว้ว่า ต้นตระกูลกัลยาณมิตร คือ เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (เจ้าสัวโต) เป็นบุตรของ หลวงพิไชยวารี (มั่ง แซ่อึ้ง) ซึ่งเป็นชาวจีนฮกเกี้ยน ที่จั๋นกัวยิม เมืองเอ้หมึง ประเทศจีน

ขณะนั้น มั่ง แซ่อึ้ง ได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระเจ้ากรุงธนบุรี ในฐานะพ่อค้าเรือสำเภา ค้าขายรุ่งเรืองได้เป็นคุณหลวงในรัชกาลที่ 1 มีบุตร 2 คน คือ เจ้าสัวโต และเจ้าสัวต่วน

เจ้าพระยานิกรบดินทร์ เป็นขุนนางในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงไว้วางพระราชหฤทัยเป็นอันมาก เพราะแต่เดิมเมื่อพระองค์ยังไม่ขึ้นครองราชสมบัตินั้น เจ้าสัวโตถือเป็นขุนนางผู้ใกล้ชิด และทำราชการอยู่ในกรมท่า ดูแลการค้าขายเรือสำเภาเป็นที่รุ่งเรือง เป็นที่พอพระทัยเป็นอย่างมาก

และเจ้าพระยานิกรบดินทร์ ตำแหน่งสุดท้ายเป็นถึงสมุหนายก (ดูแลหัวเมืองฝ่ายเหนือ) อีกทั้งยังถือเป็นเสนาบดีผู้ใหญ่คนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการอัญเชิญรัชกาลที่ 4 ขณะที่ยังทรงผนวชอยู่ขึ้นเถลิงราชสมบัติอีกด้วย

เมื่อไล่เรียง 'สายทางเหนือ' ของตระกูลกัลยาณมิตร พล.อ.สพรั่ง มีบิดาชื่อ พ.ท.ศรี กัลยาณมิตร นั้น เป็นบุตรคนที่ 1 ในพี่น้อง 8 คน ของ พระยาสุจริตรักษา (เชื้อ) เจ้าเมืองตาก ซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ของ พล.อ.สพรั่ง โดยมีทวด คือ หลวงเดชนายเวร (ทองอยู่) ซึ่งถือเป็นผู้สืบสกุลคนที่ 9 ของเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต)

ขณะที่ หลวงเดชนายเวร (ทองอยู่) ทวดของ พล.อ.สพรั่ง มีบทบาทสำคัญในการเจริญราชไมตรีกับประเทศอังกฤษช่วงรัชกาลที่ 4 (ช่วงปี 2400 ) โดยเป็นผู้กำกับเครื่องราชมงคลบรรณาการไปยังประเทศอังกฤษ กับคณะราชทูตสยามชุดนั้นด้วย ซึ่งรัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชหัตถเลขา เกี่ยวกับอาการป่วยของเจ้าพระยานิกรบดินทร์ พระราชทานแก่นายพิจารณ์สรรพกิจ (ยศขณะนั้น) รวม 10 กว่าฉบับ

ส่วนที่มาของนามสกุล 'กัลยาณมิตร' เกิดจากเมื่อครั้งเจ้าสัวโต เป็นพระยาราชสุภาวดี มีศรัทธาสร้างวัดถวายรัชกาลที่ 3 และด้วยความจงรักภักดี เช่น 'มิตรแท้' ทำให้รัชกาลที่ 3 ได้พระราชทานวัดนามว่า 'วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร' (ตั้งอยู่ปากคลองบางกอกใหญ่)

อีกทั้งรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เจ้าสัวโต เป็น 'เจ้าพระยานิกรบดินทร์มหินธรมหากัลยาณมิตร' และรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เจ้าสัวรอด เป็น 'เจ้าพระยารัตนบดินทร์มหินธรมหากัลยาณมิตร' จึงทำให้รัชกาลที่ 6 มีพระราชดำรัสกับเจ้าพระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ์ (เชย) ว่า

"พวกเจ้าพระยาสุรสีห์เป็นวงษ์กัลยาณมิตร ทั้งในสร้อยนามเจ้าพระยานิกรบดินทร์ เจ้าพระยารัตนบดินทร์ และของเจ้าพระยาสุรสีห์เองก็มีกัลยาณมิตรเป็นที่ปรากฏอยู่แล้ว" จึงได้พระราชทานนามสกุลด้วยลายพระหัตถ์เป็นหลักฐาน

ตระกูลกัลยาณมิตร รุ่งเรืองช่วงรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 6 ถือว่ามีบทบาทสำคัญทางการปกครองมาโดยตลอด โดยเฉพาะหัวเมืองทางเหนือ และหัวเมืองอีสานตอนบน

ว่ากันว่า เมื่อเจ้าพระยานิกรบดินทร์ ครองสมุหนายก ต้นรัชกาลที่ 4 ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย ให้ดูแลหัวเมืองฝ่ายเหนือ ทำให้ช่วงเวลาต่อมา ลูกหลานจึงมีบทบาทสำคัญทางภาคเหนือเป็นอันมาก เช่น พระยามหาอำมาตยาธิบดีพิริยะพาหะ (ชื่น กัลยาณมิตร บุตรคนที่ 6 ของเจ้าสัวโต) มีบทบาทเป็นแม่ทัพปราบฮ่อที่เมืองหนองคาย ในรัชกาลที่ 5 และบุตรชายท่านได้เป็นถึงเจ้าพระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ์ (เชย) สมุหเทศาภิบาลมณฑลพายัพ

ส่วนเจ้าพระยารัตนบดินทร์ (รอด กัลยาณมิตร บุตรคนที่ 7 ของเจ้าสัวโต) เป็นสมุหนายกคนสุดท้าย และพระยาพิชัยรณรงค์สงคราม (สุ่ม กัลยาณมิตร บุตรคนที่ 10 ของเจ้าสัวโต) เป็นเจ้าเมืองสระบุรี ติดต่อกันถึง 3 คน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเหลนขุนนางขุนศึกเก่าอย่าง พล.อ.สพรั่ง ผู้ที่ประกาศตัวเป็น 'ทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว' กลับมามีอำนาจทางการเมืองในยุคโลกาภิวัตน์อีกครั้ง จึงน่าสนใจว่าบทบาททางการเมือง ด้วยการเป็นขุนพลปราบ 'ศึกใน' กำจัดการทุจริตในองค์กรภายใต้การกำกับดูแลของรัฐให้ได้ และ 'ศึกนอก' อย่างกลุ่มผู้เสียประโยชน์ทางการเมือง ที่รอวันกลับมาล้างแค้น...

ซึ่งนับจากนี้ไป ต้องติดตามบทบาทของ 'กัลยาณมิตร' รุ่นที่ 7 คนนี้ให้ดี!!

----------------------------------

(ล้อมกรอบ)

ประเด็น

รวมญาติกัลยาณมิตร

"พี่ๆ น้องๆ เป็นห่วงสพรั่ง"

เนื้อเรื่อง

เพราะว่าปีนี้ถือว่ามีเครือญาติสายต่างๆ มาร่วมงานราว 200 คน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า เพราะชื่อเสียง พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) และผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ก็เป็นได้ จึงทำให้ญาติพี่น้องมาร่วมงานกันเยอะ

งานทำบุญของตระกูลกัลยาณมิตร จะจัดเป็นประจำตอนช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคม ของทุกปี เพื่อเป็นการทำบุญให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ และยังเป็นการระลึกถึงเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต) ต้นสกุลกัลยาณมิตร ที่ได้ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2407

อีกทั้ง เจ้าพระยานิกรบดินทร์ เป็นผู้อุทิศบ้านเรือนและซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งแต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่มีภิกษุจีนพำนักอยู่ หรือเรียกกันต่อมาว่า 'หมู่บ้านกุฎิจีน' เพิ่มเติมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างวัดขึ้นเมื่อปีระกา พ.ศ.2368 (รัชสมัยพระนั่งเกล้าฯ รัชกาลที่ 3) แล้วถวายเป็นพระอารามหลวง ได้รับพระราชทานนามว่า 'วัดกัลยาณมิตร' ดังคำกลอนที่บันทึกไว้ที่วัด ใจความตอนหนึ่งว่า

วัดกัลยาณมิตรคนสนิทกษัตริย์สร้าง

งามสล้างรุ่งเรืองดั่งเมืองสรวง

เป็นที่เคารพสักการะคนทั้งปวง

เพราะในหลวงจักรีวงศ์ทรงอุ้มชูฯ

งาน 'รวมญาติ' ทำบุญเลี้ยงเพลพระ และทอดผ้าป่าของ ตระกูลกัลยาณมิตร ที่วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นโท แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา นับว่าคึกคักกว่าทุกปี!

วัดแห่งนี้ ถือว่ามีพระวิหารที่มีขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางวัด ระหว่างวิหารเล็กและพระอุโบสถ หน้าบันพระวิหารสลักลายดอกไม้ประดับกระจกตามแบบศิลปะสมัยรัชกาลที่ 3 บานประตูหน้าต่างเป็นไม้หนาแผ่นเดียว สลักลวดลายปิดทองประดับกระจก เสาภายในพระวิหารเขียนเป็นลายดอกไม้ 

ภายในพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไตรรัตนนายก พระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 5 วา 3 ศอกคืบ สูง 7 วา 2 ศอกคืบ 10 นิ้ว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทานช่วยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ และได้เสด็จฯ ก่อพระฤกษ์เมื่อ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2380 เรียกกันว่า 'พระโต'

และยังมีพระวิหารเล็กอีกหลังหนึ่ง อยู่ติดกับพระวิหารใหญ่ทางด้านซ้ายมือ ภายในมีภาพเขียนฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 3 มีความสำคัญทางด้านศิลปะและประวัติศาสตร์ นับเป็นศิลปะชิ้นเอกของวัด บานประตูมีภาพทวารบาล และภาพลงรักปิดทอง ทางด้านขวามือของพระวิหาร หันหน้าไปทางทิศเหนือ ฝาผนังด้านใน เขียนภาพพุทธประวัติ และภาพเครื่องบูชาเป็นโต๊ะลดหลั่นกันแบบจีน

พระปริยัติธาดา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เล่าเป็นเกร็ดความรู้ให้ฟังว่า "วัดกัลยาณมิตร เป็นพระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร มีเพียง 3 วัดเท่านั้น คือวัดแห่งนี้ กับวัดระฆังโฆสิตารามฯ และวัดจักรวรรดิราชาวาสฯ ซึ่งได้การทำนุบำรุงจากตระกูลกัลยาณมิตรมาโดยตลอด เพราะถือว่าเป็นวัดที่ต้นตระกูลได้สร้างไว้"

พิชาน กัลยาณมิตร ไวยาวัจกร วัดกัลยาณมิตร ผู้สืบช่วงดูแลวัดของตระกูลกัลยาณมิตร เล่าบรรยากาศการทำบุญแต่ละปีว่า บ้างปีคนมาน้อย แต่ว่าญาติพี่น้องคนไหนมาไม่ได้ ก็จะฝากปัจจัยมาแทน ซึ่งปีนี้ถือว่ามามากพอสมควร และยังเล่าถึง พล.อ.สพรั่ง ด้วยว่า

"พี่สพรั่งเป็นพี่ที่น่ารักสำหรับญาติๆ ท่านให้ความเป็นกันเองตลอด ผมคุ้นเคยระดับหนึ่ง ได้เจอกันบ้าง ซึ่งภาระท่านเยอะขึ้น ทำให้ช่วงนี้โอกาสที่จะได้เจอญาติๆ จึงไม่ค่อยมี.. บางบทบาทของท่านก็ต้องดู แต่อยากย้ำว่าท่านเป็นผู้มีอัธยาศัยดีมาก และเราก็นับถือพี่เปย เป็นชื่อเล่น ซึ่งถ้าคนใกล้ชิดจะเรียกพี่เปย ถ้าคนที่ไม่สนิทเท่าไหร่ อาจจะเรียกสพรั่ง เฉยๆ"

ขณะที่ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ขนส่ง จำกัด ในฐานะคนประสานงานครั้งนี้ กล่าวว่า "การจัดงานถือว่าเราจัดเป็นประจำทุกอยู่แล้ว ไม่ใช่การพบปะคนตระกูลกัลยาณมิตร เพื่อหาประโยชน์ หรือต่อรองอะไรทางการเมือง ซึ่งปีนี้เครือญาติมาร่วมเป็นจำนวนมาก ถือเป็นเรื่องดีเพราะนานทีมีครั้ง"

ขณะเดียวกัน เครือญาติที่อยู่ในแวดวงต่างๆ ก็มากันมากหน้าหลายตา อาทิ ฉลอง กัลยาณมิตร อดีตอธิบดีกรมการปกครอง, พล.อ.สายมิตร กัลยาณมิตร, นิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าฯ จ.ภูเก็ต, และ ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร

แต่เมื่อพูดคุยกันแล้ว ทุกท่านต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า "เป็นห่วง พล.อ.สพรั่ง" เพราะต้องเข้าไปทำงานที่ทุกคนคาดหวัง ซึ่งทำดีเสมอตัว แต่ถ้าพลาดจะโดนซ้ำได้

ซึ่ง พล.อ.สายมิตร ประธานจัดงานนี้ เปรยให้ฟังว่า "เป็นห่วงเขานะ แต่สพรั่งเขาผ่านอะไรมาเยอะ น่าจะรับมือได้"

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
กัญจ์ วันที่ : 29/03/2007 เวลา : 20.26 น.
http://www.oknation.net/blog/tour


ตระกูลเยี่ยม!!

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Augustman วันที่ : 17/03/2007 เวลา : 16.34 น.
http://www.oknation.net/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

เพิ่งทราบประว้ติที่เจาะลึกของ พอ.สพรั่ง ครั้งนี้แหละ
แอบชื่นชมคนจริงแบบนี้ อยากให้มีในสังคมมากๆ ครับผม

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
indyArt วันที่ : 15/03/2007 เวลา : 11.30 น.
http://www.oknation.net/blog/pui
Pu_iCreative-indyart

สุดยอดอีกแล้ว ชอบท่านสพรั่งมากเชื่อมั่นว่าท่านเป็นคนดี เพราะไม่เคยดูคนพลาด ถ้าคนไหนไม่ดี มันจะมีเซนต์บอก คนดีก็มีเซนต์ มันก็แปลกรู้สึกได้ทุกครั้งและมันกจริงและถูกทุกครั้ง "เชื่อไม" คนรอบข้างมักจะบอกเสมอว่าเราดูคนเป็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สิรภพ วันที่ : 14/03/2007 เวลา : 12.58 น.
http://www.oknation.net/blog/lookpong

บอกได้คำเดียวว่าเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
patiwat ( guest ! ) วันที่ : 15/02/2007 เวลา : 06.03 น.

Good informative post

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ต.แทน วันที่ : 03/02/2007 เวลา : 22.51 น.
http://www.oknation.net/blog/tutortan

รักท่านสพรั่งนะครับ ..คนนี้ คนจริง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Nity วันที่ : 03/02/2007 เวลา : 17.50 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

ไม่กล้ากระซิบคุณลมเพลมพัดหรอกครับ กลัวคันหู แต่ก็ทำงานทั่วไป ค้นหาทั้งหนังสือ และผุ้รู้ครับอิอิอิ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลมเพลมพัด วันที่ : 02/02/2007 เวลา : 02.01 น.
http://www.oknation.net/blog/Fujin
風神 ..  風塵



อื้อหือ..เจาะลึกของแท้
มีเคล็ดลับในการค้นข้อมูลยังไง กระซิบบอกบ้างได้ไหมคะ?

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Nity วันที่ : 01/02/2007 เวลา : 20.32 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

ขอบคุณ คุณอดิศักดิ์ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อดิศักดิ์ ( guest ! ) วันที่ : 01/02/2007 เวลา : 18.23 น.
oknation.net/blog/adisak

เจาะลึกเยี่ยมมาก รู้จักตระกูลกัลยาณมิตรอย่างทะลุปรุโปร่งและเข้าใจพล.อ.สพรั่งมากขึ้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน