พิมพ์หน้านี้
|
สงครามเงา (4) - เนชั่นสุดฯ (ฉ.832) พลิกปูม 'ชาญวิทย์' ว่าด้วย 'ซ้ายธรรมชาติ' สิ่งตกค้างทางประวัติศาสตร์
ท่ามกลางข่าวมีขบวนการล้มล้างสถาบัน! ทำให้ 'ชาญวิทย์' ถูกเชื่อมโยงไปถึง 'จาตุรนต์' ลามไปถึงกลุ่มผู้เคยต่อต้าน คมช. และพรรคการเมืองใหญ่อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ในที่สุด ชาญวิทย์ จริยานุกูล ก็เปิดเผยตัวตน เมื่อเขานัดแถลงข่าวที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวกับจาตุรนต์ พร้อมยอมรับว่าเอกสารที่เคยแจกที่ท่าน้ำนนทบุรีนั้น เขาทำขึ้นมาเอง แต่เรื่องเอกสารโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ของกลุ่ม นปก. ปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เป็นคนจัดทำขึ้น เพียงแต่เป็นคนแจกเอกสารเท่านั้น และไม่รู้ด้วยว่าใครทำ ดังนั้น 'เนชั่นสุดสัปดาห์' หาโอกาสคุยกับชาญวิทย์ หลังวันแถลงข่าวเปิดตัว ซึ่งเขาก็เปิดใจถึงตัวตนในอีกหลายแง่มุมของนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ทำมาตลอดชีวิตเกือบ 30 ปี! 0 0 0 'ชาญวิทย์' ชายผิวเข้มวัยใกล้เกษียณ 54 ปี เป็นชาวควนขนุน จ.พัทลุง โดยกำเนิด จบมัธยมศึกษาตอนปลายที่ ร.ร.มหาวชิราวุธ จ.สงขลา สอบเข้าเรียนคณะเทคนิคการแพทย์ ม.เชียงใหม่ ปี 2516 แต่เรียนไม่จบ เพราะเข้าร่วมกับขบวนการนักศึกษา ผ่านเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 เคยถูกจับติดคุก 7 เดือน หลังจากนั้นก็ร่วมต่อสู้ในชนบทกับศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาฯ ในสถานการณ์สู้รบปฏิวัติ และเคยผ่านสมรภูมิพฤษภาทมิฬ โดยร่วมกับกลุ่มแนวร่วมประชาชนพิทักษ์ประชาธิปไตย (ถูกจับติดคุกคลองเปรม 3 วัน) "ช่วงเกิดเหตุการณ์พฤษภา ผมก็เข้าร่วมต่อสู้ จนกระทั่งถูกจับติดคุกนั่นแหละ หลังจากนั้นก็มาทำงานโรงพิมพ์กับน้องชายผม ช่างเครื่องตัด อยู่ 2 ปี เก็บเงินได้ 8 หมื่น จึงลาออกจากโรงพิมพ์มาเคลื่อนไหวเรื่องรัฐธรรมนูญปี 40 ที่เชียงใหม่เลย ร่วมกับ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ และพล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์" ขณะเดียวกัน ยังได้วิเคราะห์โครงสร้างอำนาจของการเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมาว่า ผูกขาดจากชนชั้นนักปกครองกลุ่มเดียวที่เป็นปกป้องผลประโยชน์ และยังเชื่อว่า พล.อ.เปรม เป็นตัวแทนของระบอบอำมาตยาธิปไตยที่ล้าหลัง "ถ้าอำนาจของ พล.อ.เปรม ที่เป็นระบบถูกขจัดไปได้ มันก็จะทำให้สิทธิเสรีภาพทางเศรษฐกิจ และเสรีภาพทางการเมืองภาคประชาชนจะขับเคลื่อนในภาพที่เป็นจริง ในทิศทางของมัน เพราะไม่มีอำนาจอื่นมาแทรกแซงได้ ก็คือ ไม่ต้องมาปะทะกันในทางแนวคิด นี่คือความจริงของมัน" 'ชาญวิทย์' ยังกล่าวถึงเพื่อนเก่าอย่างจาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งเขายืนยันว่ารู้จักเพียงผิวเผินเท่านั้น "ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาเป็นนายกสโมสรนักศึกษา ผมเป็นสมาชิกสภานักศึกษา ก็รู้กันในสถานภาพอย่างนั้น แต่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ส่วนตัว แล้วตอนที่เขาไปอยู่จังหวัดน่าน หรืออยู่ที่จีน ผมรู้ทีหลังนะ ผมก็อยู่อีกที่หนึ่งเลย ห่างกันลิบโลก ไม่เจอกันเลย และตอนเขาเป็น ส.ส.ฉะเชิงเทรา ผมก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องเลย.. "ผมไม่เคยมีเบอร์โทรศัพท์คุณจาตุรนต์ และคุณจาตุรนต์ก็ไม่เคยมีเบอร์โทรศัพท์ผม ไม่เคยคุยกันเป็นการส่วนตัว ..ส่วนที่มีการติดต่อกันบ้างก็ผ่านเพื่อนผมที่อยู่กับคุณจาตุรนต์.. คุณดุษฎี มนูรัษฎา ซึ่งเป็นน้องชายของคุณปานรัฐ มนูรัษฎา ทีนี้คุณดุษฎี ทำงานด้านกฎหมาย ก็เคยรู้จักกัน ทำงานร่วมกัน ข้อมูลก็ผ่านไปทางคุณดุษฎีนี่แหละ เขาคงบอกนะ แต่ผมไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัว" เมื่อออกจากป่า ชาญวิทย์ได้ไปทำงานที่ขอนแก่นกับโครงการเสาไฟฟ้า 4 พันหมู่บ้าน และหลังเหตุการณ์พฤษภา 2535 ได้เข้าร่วมเป็นทีมงานของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ผ่านทาง ไพศาล พืชมงคล อดีต สนช. และเจ้าของสำนักงานทนายความธรรมนิติ ซึ่งขณะนั้น ไพศาลเป็นที่ปรึกษาของ 'บิ๊กจิ๋ว' "ผมเคยทำเอกสารให้ พล.อ.ชวลิตนะ พล.อ.ชวลิตยังเคยชวนผมไปทำงานร่วมด้วย.. ผมร่วมกันต้านกฎหมาย 11 ฉบับของรัฐบาลชวน กับคุณไพศาล พืชมงคล แต่ช่วงหลังคุณไพศาลได้ร่วมกันต่อต้านทักษิณร่วมกับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล เลยชวนผมไปด้วย บอกว่าทักษิณเป็นนายทุนผูกขาด ผมก็รับฟัง แต่ผมมีแนวทางของผม ผมไม่เห็นด้วย ผมจึงเลือกมาทำงานของผมเอง" ครั้งหนึ่งชาญวิทย์ ก็เคยทำงานร่วมกับกลุ่มเอ็นจีโอด้านแรงงาน "ช่วงผมเป็นเอ็นจีโอ ก็ช่วงปี 2540 นั่นแหละ ผมลงมาจากเชียงใหม่แล้วมาเจอคุณสมศักดิ์ โกศัยสุข เขาก็ให้ผมไปดำเนินการไปกับศูนย์การพัฒนาแรงงานเพื่อพัฒนาชาติ ได้เงินเดือน 2 หมื่น ทำงานอยู่ 2 ปีตอนนั้น แจกเอกสารทำข้อมูลอยู่เยอะแยะ ที่นี้ท่านสมศักดิ์ก็ไปว่าด้วยเรื่องของท่านไป ในเรื่องการคัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ แต่ผมเห็นด้วยกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทั้งระบบเพราะเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ ที่มีการต่อสู้ทางเศรษฐกิจ เดินแนวทางคล้ายๆ กับประเทศจีน ที่เอารัฐวิสาหกิจเป็นทุนใหญ่เลย เพื่อเข้าต่อรองไว้กับทุนโลกในรูปแบบตลาดหุ้น" เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) เขาอธิบายว่า "ผมดำเนินการในส่วนของผม แต่ส่วนขององค์กรนั้น เขาทำของเขา คือผมเข้าร่วมประชุมด้วย ทีนี้ผู้นำองค์กรอย่างคุณวิภูแถลง (พัฒนภูมิไทย), หมอเหวง (โตจิราการ) คุณชิณวัฒน์ (หาบุญพาด), คุณจรัล (ดิษฐาอภิชัย) เขาก็ดำเนินการของเขาไป ส่วนผมก็ทำของผม กลุ่มกรรมกรปฏิรูป.." ส่วนที่รู้จักมักคุ้นกับ รศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และสุพจน์ ด่านตระกูล จนทั้งสองได้เป็นพยานในคดีหมิ่นเบื้องสูง ก็เพราะเคยพูดคุยในวงเสวนาบ่อยครั้ง จึงช่วยเหลือ และปฏิเสธลั่นไม่เกี่ยวข้องกับเวบไซต์ newskythailand.com ที่มีหมิ่นเหม่พาดพิงถึงสถาบัน "ผมไม่ทราบรายละเอียด แต่ผมรู้ว่าเขา (นปก.) มีเวบไซต์อย่างนั้น ผมไม่เคยทำเวบไซต์ ผมทำแต่เอกสารของผม เพราะผมมีหลักการว่า ถ้าเอกสารออกมาปั๊บถึงมือประชาชน ทุกคนจะกระจ่างเลย ส่วนเวบไซต์มันเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งไปเลย แต่ข้อมูลผมอาจจะเอามาจากเวบ เอามาจากส่วนอื่นก็ได้" กระนั้น ชาญวิทย์ย้ำว่า กระแสข่าวหมิ่นสถาบันที่ดึงเขาไปเป็นตัวละครหนึ่งเท่านั้น เพื่อหวังผลทางการเมือง เพราะสิ่งที่ทำนั้น ทำมานาน และผู้ที่เกี่ยวข้องก็รู้ดี แต่กลับมาเร่งดำเนินการช่วงนี้ เพราะอะไร "ผมแจกเอกสารมา 19 ปีแล้วนะ เรื่องทำงานเอกสาร 19 ปีเต็มๆ คนรู้จักผมหมด ผมแจกเอกสารในสภาติดต่อกัน 2-3 ปี จนถึงวันนี้เลย ส.ส.รู้จักผมหมด เพราะรับเอกสารจากผม สันติบาลรู้จักผมดี" อย่างไรก็ตาม ภาพที่ติดตัวชาญวิทย์ช่วงที่เคลื่อนไหวร่วมกับ นปก. จึงทำให้คนแยกไม่ออกว่า อันไหนเคลื่อนไหว 'ส่วนตัว' และอันไหนเคลื่อนไหวเพื่อโค่นล้มระบอบอำมาตยาธิปไตย! |
| มีทติ้งOKnation..ในมุมโลกหลากแบบ? | ||
ภาพงานพบปะสังสรรค์พูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง งานนี้มิได้คุยนัก ขอเก็บภาพเก็บงานอย่างเดียวครับ |
||
|
View All |
||
| คลิปวินาที 'ขวดลอย'! พันธมิตรฯนั่งลงหลบ.... | ||
วินาทีขวดลอยข้ามฟ้าในม็อบต้านพันธมิตรฯ ชั่วบ่าย 4 โมงเย็น.. เชิญชมครับ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |