*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2635846
  • จำนวนผู้โหวต : 813
  • ส่ง msg :
  • โหวต 813 คน
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม 2553
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 3625 , 15:50:12 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ni_gul โหวตเรื่องนี้

เอ่ยชื่อนักเขียนที่มีชื่อว่า Bhabani Bhattacharya (“ภาภานี ภัตตาชารยา” หรือ หนังสือบางเล่มก็เรียงตัวสะกดใหม่จนเรี่ยมเร้ว่า “ภวานี ภัฏฏาจารย์” แต่จะอย่างไรเสียผู้เขียนขอเอาภาษาอังกฤษเป็นหลักก็แล้วกัน) เขาเป็นนักเขียนจากอินเดียคงมีน้อยคนมากที่จะรู้จักเขา แต่ถ้าบอกว่านักเขียนผู้นี้คือคนที่เขียนนวนิยายเรื่อง “คนขี่เสือ” หรือ “HE WHO RIDES  A TIGER” แปลโดย จิตร ภูมิศักดิ์  พอขยายความมาถึงตรงนี้แล้วก็คงพอจะเก็บเกี่ยวแฟนๆ ของ จิตร ภูมิศักดิ์ ได้เพิ่มขึ้นมาบ้าง

แต่ถ้าหากจะบอกต่อไปว่า คำว่า “คนขี่เสือ หรือ คนขี่หลังเสือ” ที่เราพูดๆ กันในวลีที่ต้องการเปรียบเทียบให้เห็นว่า เวลาคนที่มีอำนาจมากๆ แล้วไม่อยากลงหรือไม่ยอมลงจากอำนาจนั้น เสมือนคนที่ “ขี่หลังเสือ”แล้วล่ะก็... โปรดทราบไว้เลยว่า คำๆ นี้ก็มาจาก นิยายเรื่องนี้นั่นแหละ

เล่าไว้คร่าวๆ พอเป็นกษัยก่อนสำหรับนวนิยายเรื่องนี้ ก็คือ .........

                “กาโล” ช่างตีเหล็กและ “จันทรเลขา” พ่อกับลูกสาว อยู่ในวรรณะศูทร  วรรณะต่ำสุดของสังคมอินเดีย ด้วยความยากจนข้นแค้นจึงคิดปลอมตัวเองเป็นวรรณะพราหมณ์ เพื่อให้คนมานบน้อมกราบไหว้บูชา จึงคิดได้สร้างปาฏิหาริย์เพื่อให้ผู้คนเห็นว่าหินรูปจำลองพระศิวะนั้นมีอิทธิฤทธิ์สามารถโผล่ขึ้นมาหลุมได้ แต่แท้จริงเกิดจากความคิดอ่านหลอกลวงของสองพ่อลูกนี้ เพื่อให้ตนได้บริโภคลาภสักการะจากเครื่องเซ่นไหว้ เพราะผู้คนต่างหลงเชื่อว่าในปาฏิหาริย์นั้น

แต่วันหนึ่งสองพ่อลูกรู้สึกไม่สบายใจที่หลอกลวงชาวบ้านอยู่อย่างนั้น หากชาวบ้านรู้ความจริงขึ้นมาสักวันหนึ่ง ตนก็จะต้องเดือดร้อนเป็นแน่แท้ เขาจึงต้องหาทางลงสำหรับความอยู่รอดของสองชีวิตพ่อลูกคู่นี้

เปรียบเสมือนหนึ่งการนั่งอยู่บนหลังเสือ จะลงก็ลงไม่ได้ เพราะจะถูกเสือกัด ที่เราเรียกว่า “คนขี่หลังเสือ” นั่นเอง (โปรดอ่านเรื่องย่อ“คนขี่หลังเสือ”ในเอนทรี่ต่อไป)

......................................................................................................

“ภาภานี ภัตตาชารยา” (Bhabani  Bhattacharya,1906-1988), เป็นนักเขียนนวนิยายรุ่นใหญ่ของอินเดีย เกิดที่เมือง  Bhagalpur เขียนนวนิยายในเชิงสังคมการเมือง(Socio- Political Novelist) ล้วนเป็นเรื่องเรื่องราวที่สะท้อนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ในนวนิยายจำนวนเพียง 5 เรื่อง นอกจากนวนิยาย “คนขี่เสือ”ซึ่งได้รับการแปลโดย จิตร ภูมิศักดิ์ (และอีกสำนวนแปลของ ทวีป วรดิลกแล้ว) เช่น เรื่อง “ร้อยหิว” (so Many Hungers) เป็นนวนิยายที่เขียนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1943 ในขณะที่อินเดียกำลังเรียกร้องอิสระภาพคืนจากการถูกปกครองโดยอังกฤษ แกนของเรื่องอยู่ที่ความโหยหิวของมนุษย์(ชาวเบงกอล)จากความยากจน ค้นแค้น มีประชาชนล้มตายกว่า 2 ล้านคนทั้งเด็ก สตรี คนชรา และการเรียกร้องหาเสรีภาพทางการเมือง เป็นแรงบันดาลใจให้เขียนขึ้นเป็นนวนิยายเล่มแรกในชีวิตของเขา (เล่มนี้ผู้อ่านยังสามารถหาซื้อมาอ่านและเก็บสะสมได้จากร้านหนังสือเก่าแถวๆ ตลาดนัดหนังสือใกล้สวนจัตุจักร)

เช่นเดียวกับเรื่อง “Music for Mohini” ที่หญิงสาวถูกบังคับให้แต่งงาน(คลุมถุงชน) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สะท้อนผ่านหญิงสาวที่คุ้นชินอยู่กับประเพณีปฏิบัติของคนอินเดียโบราณและการเพรียกหาวัฒนธรรมสมัยใหม่ จัดเป็นวรรณกรรมร่วมสมัยอีกเรื่องของเขา

นอกจากนี้นวนิยายของ“ภาภานี ภัตตาชารยา”  ยังมี 2 เรื่อง ได้แก่ “A Goddess Named Gold” (1960) และ “Shadow from Ladakh” (1966)

นวนิยายทุกเรื่องเป็นการบรรยายภาพที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์และปัญหาสังคมร่วมสมัยของอินเดียช่วงก่อนจะเกิดการเปลี่ยนผ่าน  เป็นการวิพากษ์สังคมของตนเองอย่างแหลมคม สะท้อนผ่านตัวละครและฉากหลังของเรื่องที่ผู้คนชาวเบกอลมีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น ยากจน ไม่มีกิน  การต่อสู้ของชนชั้นวรรณะ ความอยุติธรรมของการเมืองการปกครอง

ภาภานี ภัตตาชารยา เขียนหนังสือหลายๆ เล่มที่ใครรู้แล้วอาจจะทึ่งตะลึงในความสามารถของเขาที่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในกวีและวรรณกรรมระดับโลกนั้นด้วย อีกทั้งเขาเขียนหนังสือเป็นภาษาอังกฤษก่อนจะถูกแปลไปเป็นภาษาอื่นๆ รวมทั้งภาษาฮินดี ไม่ได้เขียนเป็นภาษาเบงกลี หรือฮินดี เพื่อชาวอินเดียอ่านเพียงอย่างเดียว

เขาไม่เป็นที่รู้จักหรือมีชื่อเสียงมากมายนักก็เพราะเขาเป็นผู้เบื้องหลังในการแปลภาษาเบงกลีและเป็นบรรณาธิการงานเขียนจำนวนหนึ่งของท่าน “ระพินทรนาถ ฐากูร” (Rabindranath Tagore) กวีที่ยิ่งใหญ่ของอินเดียและของโลก

มีงานเขียนหลายเรื่องที่เขาเขียนถึงประวัติศาสตร์ของอินเดีย และเรื่องราวของ “มหาตมะ คานธี” ออกสู่สายตาชาวโลกเป็นภาษาอังกฤษ จนกระทั่งเรื่องของคานธี เป็นที่รู้จักและนิยมชมชอบของชาวโลก เขาจึงเป็นนักเขียนที่มีผู้อ่านในต่างประเทศมากกว่า ในขณะที่ชื่อเสียงของตัวเองกลับไม่เป็นที่รู้จักมากมายนัก

                “ในทศวรรษที่ 1930 ผมเป็นนักศึกษาอยู่ลอนดอน ได้เริ่มเขียนนวนิยายเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อเขียนไปได้ครึ่งเรื่อง ก็คิดว่ามันไม่ได้ความ และผมเองก็ไม่ได้ความจุดมุ่งหมายในชีวิตที่จะเป็นนักเขียน  จึงฉีกต้นฉบับนั้นทิ้งเสีย แต่ก็ยังเขียนเรื่องราวสั้นๆ ให้แก่นิตยสาร The Inspector ผมมีงานแปลของ “ระพินทรนาถ ฐากูร”อยู่ด้วย ในต้นทศวรรษที่ 1940 เมื่อกลับมาอินเดีย ก็เกิดความคิดว่าจะพยายามเขียนนวนิยายอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อเขียนไปได้ครึ่งเรื่อง มันก็กลายเป็นเศษกระดาษ”

“เมื่อคราวเกิดทุพภิกภัยครั้งใหญ่แผ่ปกคลุมทั่วทั้งคาบสมุทรเบงกอล เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากระทบและกระตุ้นอารมณ์ผมเข้า กลายเป็นสิ่งจูงใจอันแรงกล้าในการเขียนงานสร้างสรรค์มันขึ้นมา”

เหตุการณ์นี้จะต้องเป็นต้นกำเนิดของแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่อง “ร้อยหิว”แน่นอนอย่างไม่ต้องคาดเดาให้ยากนัก

“ผมเอาต้นฉบับซ่อนไว้ แต่ สลีลา ภรรยาของผมเธอเคี่ยวเข็ญให้ผมเชื่อมั่นในงานเขียนของตัวเอง เมื่อคนเรียงพิมพ์เขารับต้นฉบับไปตีพิมพ์แล้วก็ประสบความสำเร็จขึ้นอย่างรวดเร็ว”

“ผมไม่ได้ยึดหลักการเขียนอย่างจริงจังนัก ผมไม่ค่อยได้วางโครงเรื่องไว้เท่าใดนัก แต่ละเรื่องเป็นไปตามจิตใต้สำนึกของผมอย่างที่ผมอยากให้เป็น”

“แม้ว่าผมจะได้กำหนดบุคลิกลักษณะของตัวละครเอาไว้แล้วว่าจะให้มันเป็นไปอย่างไร มันก็ยังคงดำเนินเรื่องไปตามเจตจำนงเดิมอยู่ แต่มีบ่อยครั้งที่ตัวละครนั้นสามารถเอาชนะเจตจำนงเดิมนั้นไปได้” เขากล่าวเมื่อแสดงความคิดเห็นในคราวสอนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาวาย(ปี 1971)

”นักเขียนเป็นผู้สร้างสรรค์งานควรจะมีเสรีภาพเต็มที่ในการเลือกภาษาในการถ่ายทอดงานออกมา” (การประชุม P.E.N. 1959)

“ผมยึดมั่นว่า นวนิยายต้องมีจุดมุ่งหมายทางสังคม มันต้องมีแง่มุมบางอย่างในทัศนะทางสังคมวางไว้ต่อสายตาของผู้อ่าน”

“นักเขียนจะไม่สามารถเขียนนวนิยายเชิงสังคมออกมาได้ เว้นเสียแต่ว่าเขาจะมีการรู้จักสังเกตด้วยสายตาอันเฉียบแหลม มองอย่างเอาใจใส่ในรายละเอียดในพฤติกรรมของผู้คนในสังคม ผมพัฒนานิสัยตัวเองอย่างค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป และผมก็ไม่พลาดโอกาสแม้แต่ครั้งเดียวที่จะสังเกตเห็นเหตุการณ์หรือปรากฎการณ์ต่างๆ ซึ่งก็ทำให้ผมได้รับบางอย่างมาส่งเสริมในความเป็นนักเขียนในตัวเอง ....ตัวละครของผมส่วนใหญ่จึงก่อรูปร่างขึ้นจากโลกแห่งความเป็นจริง”

“ภาภานี ภัตตาชารยา” ไม่ค่อยเห็นด้วยกับงานวรรณกรรมเริงโลกีย์แนวโรแมนติคที่ทำงานขึ้นมาแบบฉาบฉวย เพราะเขาบอกว่า มันเป็นหนังสือปกอ่อนราคาถูก  ไร้รสนิยม ดาดๆ บรรยายถึงฉากกามารมณ์อย่างเปิดเผยโจ่งครึ่ม

“แต่หากมาพิจารณาดูถึงงานเขียนของ ดี.เอช.ลอว์เรนซ์(D.H. Lawrance) (ใน“ชู้รักเลดี้แชตเตอร์เลย์” Lady Chatterley’s Lover : อ่านเรื่องราวนี้ได้ในลิงค์  http://www.oknation.net/blog/nn1234/2010/07/29/entry-1   และ http://www.oknation.net/blog/nn1234/2010/07/30/entry-1   : ผู้เขียน)นั้น เขาได้สร้างโลกทั้งโลกขึ้นมาจากสิ่งต้องห้ามทั้งหลายทั้งปวง แต่การพรรณานั้นงดงามเหลือเกิน เขามีความเป็นเลิศในการใช้ภาษา ซึ่งเป็นคุณสมบัติของกวี” 

“Ernest Hemmingway อีกคน ที่คุณจะได้เรียนรู้ถึงวิธีการนำเอาเรื่องกามารมณ์มาเป็นแก่นของเรื่องในการนำเสนอโดยผู้อ่านไม่ต้องรู้สึกกระอักกระอ่วน”

นักเขียนที่มีอิทธิพลต่องานเขียนของเขา ต้องเอ่ยชื่อถึงชื่อ “ระพินทรนาถ ฐากูร” (Rabindranath Tagore)แล้ว   “จอห์น สไตน์แบ็ค(John E. Steinbeck, Jr.; พ.ศ. 2444-2511นักประพันธ์นวนิยายและนักเขียนเรื่องสั้นชาวอเมริกัน เรื่องเด่น คือ “ผลพวงแห่งความคับแค้น”) มากเป็นกรณีพิเศษ เงาที่ “ฐากูร”ทาบทับไว้ในตัวเขาคือ “ความลุมลึก” ทัศนะในทางปรัชญา ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากกวีใหญ่ท่านนี้  เขายอมรับการเป็นหนี้บุญคุณของ “ท่านฐากูร และจอห์น สไตน์แบ็ค”

“ฐากูรดึงดูดใจของผมมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กนักเรียน  ผลงานเขียนของผมเริ่มตั้งแต่ในตอนนั้นแล้ว แทบเป็นไปไม่ได้เลยว่าผมจะหนีพ้นจากบุคลิกภาพของท่านคุรุเทพท่านนี้ที่ได้แผ่ขยายปกคลุมไปทุกซอกทุกมุม ในภายหลังผมได้อ่านงานเขียนของนักประพันธ์ชาวอังกฤษและอเมริกันหลายคน ในจำนวนนั้นมี John E. Steinbeck, Jr. ด้วยคนหนึ่งที่ดึงดูดใจผมมากที่สุด”

เอนทรี่ต่อไป อ่านเรื่องย่อของ “คนขี่เสือ” มูลเหตุของที่มาของคำว่า “คนขี่หลังเสือ” (ก่อนจะไปหาหนังสือฉบับจริงที่เชื่อว่าหายากอีกเล่มมาอ่านกัน)

......................................................................................................

ข้อมูลอ้างอิง “A NOVEL OF MODERN INDIA BY BHABANI BHATTACHARYA” จากเว็บไซต์

http://www.google.com/books?hl=th&lr=&id=MW1rYykQvZ0C&oi=fnd&pg=PA119&dq=A+NOVEL+OF+MODERN+INDIA+BY+BHABANI+BHATTACHARYA&ots=Xo40l5IfNx&sig=1IfxX0F_dxnDL7fJtuuF2afbt60#v=onepage&q&f=false

http://www.google.com/books?hl=th&lr=&id=UmfSm1Bf_ngC&oi=fnd&pg=PA9&dq=A+NOVEL+OF+MODERN+INDIA+BY+BHABANI+BHATTACHARYA&ots=oYdDP1sij7&sig=ydhtG9Z8MIawXIxGRjc7ZtCJPfM#v=onepage&q=A%20NOVEL%20OF%20MODERN%20INDIA%20BY%20BHABANI%20BHATTACHARYA&f=false

และ นิตยสาร “ถนนหนังสือ” มิถุนายน 2530

..........................................................................


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
เด็กหญิงมะลิ วันที่ : 20/08/2010 เวลา : 11.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baangmaan

ขอบคุณในการนำเสนอเรื่องราวดีดี หนังสือดีดี ที่เคยอ่านมาเล่าสู่กันฟัง

คนขี่เสือ ที่ จิตร ภูมิศักดิ์ แปล อ่านครั้งแรกตอนสมัยเรียนปี 2 มีเพื่อนซื้อมาฝาก จนตอนนี้ยังเก็บไว้เลย เพิ่งอ่านรอบที่ 2 หรือ 3 ไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว (ห่างกัน 10 กว่าปีเชียว) เคยไปงานหนังสือที่ มอ. เมื่อหลายปีก่อน เจอฉบับแปลของ ทวีป วรดิลก ด้วย แต่ยังอยู่ในห่อพลาสติกอยู่เลย ไม่อยากอ่าน อยากเก็บไว้เพราะหนังสือมันช้ำมาก
.....อ่านทุกครั้ง รู้สึกสนุกทุกครั้ง นั่งอ่านแล้วหัวร่ออยู่คนเดียว มีหลายคำพูดและหลายเหตุการณ์ที่พลิกแพลงเรื่องราวได้ดี อ่านแล้วนึกถึงคนอินเดียที่ชอบทำทะเล้นส่ายคนไปมา....

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
NN1234 วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 27
driftworm

แอบไปเข้าซอยหลังบ้านท่านแล้ว...
ออนไลน์กับทหารพรานตลอด

...........................................
ความคิดเห็นที่ 28
พันธุ์สังหยด

นี่ก็มายั่ว....เรื่องการเมืองอีกคน
ปลีกวิเวกแล้วนะครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

แล้วก็มีรวมเรื่องสั้นที่โดนใจมากอีกชุดหนึ่งชื่อว่า ผู้ก่อการดีครับ
ผมถือเป็นเรื่องสั้นชั้นครูเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
driftworm วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 13.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-คห.๒๕-

[อย่าให้มันบั่นทอนพลังของเรา กับหนังสือเล่มเก่าที่อ่านไม่จบสักที]

สุดยอดวาทะ .... หนังสือเล่มเก่าที่อ่านไม่จบสักที ...

แต่เหมือนประโยคนี้เข้ารหัสลายแทงไว้
เดี๋ยวต้องไปปรึกษาอดีตพนักงานดักฟังของ SSS รุ่นสงครามโลก
ช่วยถอดรหัส

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
NN1234 วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 10.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 22
khox

ขอให้มีความสุขในการอ่านนะครับ
โลกแห่งการอ่าน .... จรรโลงโลกเสมอ.

.............................................................
ความคิดเห็นที่ 23
เคียงดิน

อ่านเรื่องอะไรไม่จบ...ก็เก็บมันไว้ก่อน
เพราะ...มันยังไม่มี"ค่า"สำหรับเราในเวลานั้น
โหยหาอันใหม่ก่อน....แต่ให้คร่ำครวญอันเก่าในวันที่คำนึงถึงมัน
แล้วค่อยเอามาดึง"ค่า"ของมันขึ้นมาใหม่..
อย่าให้มันบั่นทอนพลังของเรา กับหนังสือเล่มเก่าที่อ่านไม่จบสักที

......................................................................
ความคิดเห็นที่ 24
driftworm

คุยเรื่องอะำไรกันนี่ครับ....งงๆ
เดี๋ยวเด็กๆ ก็รู้ทันหมดเสียหรอก
ในวรรณกรรมโลก มีอักษร ๔ ตัว ...วรรณกรรม "4 letters"
ผมยังต้องรอการคอนเฟิร์มตั้งนาน-นม...

......................................................................
ความคิดเห็นที่ 25
ไออุ่นพฤษภา

บ่ายวันนี้ครับ.. ผมเตรียมต้นฉบับเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
กำลังอ่านประวัตินักเขียนคนใหม่อยู่
ลองเดาดูนะครับ...ว่าใคร?
(อยู่แค่ปลายจมูกของท่านแน่นอน)
..........................................................................

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ไออุ่นพฤษภา วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 09.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlapat

แล้วจะเข้ามาอ่านเรื่องย่อค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
driftworm วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 01.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

โหมโรง prelude ครับ
แต่ยังไงจุดธูปให้คุณวิกหลุดมาช่วยตอบจะแม่นกว่า ๕๕

ส่วนศัพท์บนเตียงก็มีคำว่า pre นำหน้า คำเต็มว่าอะไรจำไม่ได้
หรือว่าจะใช้ พรีหลูด นะแหละแฮะ (ไม่ใช่รถยนต์ฮ็อนดะนะ)

ยืนยัน อ่านเจอในเพลย์บอย ฮี่ๆๆๆๆๆ
โอ๊ะ โอ๊ะ ไม่ต้องสงสัย แอ็นนาอิ๊ส แน็ง ก็เคยอ่าน (แปลแล้ว) ๕๕
.

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
เคียงดิน วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 01.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

ทฤษฎีไร้ระเบียบ อยู่ในมือมาหลายปีแล้วยังอ่านไม่จบเลย เบื่อ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
khox วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 23.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

กำลังอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
NN1234 วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 19
driftworm

ผมไม่ทราบว่าเดี๋ยวนี้คนไทยเขาอ่านวรรณกรรมประเภทไหนกันบ้างเป็นส่วนใหญ่?
ไปเดินในงานสัปดาห์หนังสือทุกๆ ครั้งก็ไม่เคยรู้สไตล์คนอ่านเลย
งานระดับโนเบลไพรซ์ก็ไม่เคยเห็นใครถามหามาอ่านกัน....
สงสัยเขาจะอ่านงานไร้สาระกันมากกว่า....
ดูจาก"อุตสาหกรรมการพิมพ์"นะครับ

มันเลยไม่จรรโลงให้สังคมดูดี มีคุณค่ามากขึ้น
ผมมองว่า บรรณพิภพมันก็เหมือนการขยายตัวของ"เอกภพ"
คือ ยิ่งนานวันก็ยิ่งขยายออกไปทุกทิศทาง
อย่างไร้ทิศทาง ไร้การควบคุม ไร้การจัดระบบระเบียบ
บางคนก็ไม่รู็ที่มาเดิมของเอกภพ ว่ามีจุดกำเนิดจากจุดใด
เหมือนการอ่านหนังสือที่มีกลุ่มเฉพาะในกลุ่มตัวเอง...
เช่นเดียวกับ ระบบแต่ละระบบในเอกภพ ..ที่ต่างคนต่างอยู่
โดยไม่รู้ที่มาของตนเองในแต่อดีต
.....................ผมบ่นอะไรไปเนี่ย.............................
ผมชอบประโยคสุดท้ายของท่าน driftworm

...................................................................
ความคิดเห็นที่ 20
ศณีรา

ครับผมชอบโหมโรงก่อนทุกครั้ง...หรือใครไม่ชอบ?
หุหุ....(ไม่ทราบแปลว่าอะไร..? เห็นวัยรุ่นเขาชอบใช้กัน)

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ศณีรา วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

มีโหมดรงด้วย..ฮิ..ฮิ แล้วจะตามอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
driftworm วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 21.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๔-
[นางเอกวิ่งลัดเข้าไปใต้ชายคาไม้ไปหา"คนสวน"
มาดามโบวารี่ เป็นอีกเรื่องที่"ฉาวได้ที่"]

มีคนวิจารณ์ว่าเมืองไทยยังใจไม่กว้างพอที่จะเปิดพื้นที่ให้เรื่องที่มีเนื้อหาแนวนี้
มีผลไปถึงการไม่เติบโตทางปัญญาด้วย
ผมฟังก็อึ้ง คิดหาเหตุผลตาม "ทาง" ที่เขาพูดไม่ออกแฮะ

แต่สองสามวันนี้ เพื่อนมาคุยเรืองนิยายไทยเรื่องหนึ่ง
ก็เห็นตัวเองมีภรรยาหลายคน แต่เรื่องเขาปูพื้นไว้สมเหตุสมผล
(... ไม่ใช่ จันดารา ดอกนะ)

เลยมาคิดว่า ทางใครก็ทางใคร
สายตะวันตกเขามาทางวัตถุนิยม, ประจักษ์นิยม เขาเขียนเรื่องหมิ่นเหม่ศีลธรรมอย่างนั้นได้ไม่ขัดเขิน
(ถือว่าหมิ่นเหม่ เพราะสังคมเขาจริงๆก็มีคนต่อต้านเยอะ)
ของไทยเราก็ไปแบบมิดเม้มเนียนๆยังเงี้ยะ ลุ้นดี
๕๕๕๕
.

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
driftworm วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อย่าเพิ่งไปใจฝ่อเรื่องคนอ่านน้อยดิคัฟ

เอามุกนี้มั้ย ไปปล่อยของใน "เด็กดี" หรือ "สนุกด็อทค็อม" ว่า
เร้ว ใครจะทำรายงานเรื่องหนังสือมาทางนี้
เล่นๆครับ

ผมเปิดบล๊อก ๓ เพราะมีการบ้านต้องตามเขียนถึงเรื่องอ่านมือสอง
ที่คนอื่นเคี้ยวไว้แล้ว แต่ยังไม่เริ่ม ไพล่ไปวิจารณ์เรื่อง ไปเก็บเรื่องอื่นๆมาซะนี่
ปะเหมาะก็จะมาเก็บเรื่องที่คุณเขียนที่บล๊อกนี้ไปเสพย์
ก็มันเข้าทาง "นักอ่านมือสอง" พอดี
อย่างเรื่องโบวารี่ ผมอ่านเองไม่จบหรอก อิอิ อิอิ
.

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
NN1234 วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 16
driftworm

นั่นสิทีแรกผมก็งงๆ .......................
เพราะถ้าใน"ชู้รักเลดี้เลดี้แชตเตอร์เลย์”(Lady Chatterley’s Lover)นั้น...
นางเอกวิ่งลัดเข้าไปใต้ชายคาไม้ไปหา"คนสวน"
มาดามโบวารี่ เป็นอีกเรื่องที่"ฉาวได้ที่"
.
ก็ไม่รู้ว่าผมกำลังจะทำให้สังคมที่นี่สนุกครึกครื้นด้วยวรรณอักษร หรือว่า...เกลียดวรรณอักษร
เพราะ...ดูๆ คนอ่านน้อยจัง..
ผมเองก็เกรงใจพี่ชาลี .... พยายามช่วยเชียร์ ช่วยขยับ
(แต่คิดว่าคนที่เข้ามาอ่านคือ "ตัวจริง"ในงานวรรณกรรม)
............................................................................
ความคิดเห็นที่ 15
ชายแม้น

ไปตลาดจัตุจักร..ต้องใช้เวลา สิ่งคุณหามักจะไม่ได้
สิ่งที่ได้..มักจะไม่ได้หา...
ดังนั้น กำหนดขอบเขตงานที่คุณจะไปค้นหาให้กว้างๆ ไว้ก่อน
แล้วอย่าไปบอกคนขายว่าต้องการเล่มโน้นเล่มนี้...
เพราะ...คุณอาจจะถูกฟังหัวเเบะออกจากร้าน
แต่ก็ดีนะ ที่บางร้านมีราคามาตรฐานกลางเอาไว้
ตาดีได้ ตาร้ายเสีย ...และค่อยๆ ให้เวลากับการค้นหาอย่างมีความสุขครับ.

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
driftworm วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 20.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

แฮ่ะ แฮ่ะ ผมพลาดไปอะ ที่ คห.๗

[ (นึกภาพบรรยายรถม้าของแช็ตเตอร์เลย์ห้อไปรอบเมืองรอบแล้วรอบเล่า
อย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ...... นึกขึ้น ทั้งที่ไม่เกี่ยวกัน คิคิ) ]

ที่ถูกเป็น แมม โบวารี่
แมแดม โบวารี่
อิอิ
.
คุณ NN1234 กำลังทำให้สังคมที่นี่สนุกครึกครื้นด้วยวรรณอักษร


ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ชายแม้น วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/changman

น่าสนใจครับ วันไหนไปจตุจักรจะจัดหามาอ่านบ้าง

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
NN1234 วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 17.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 9
วันพุธ

น่าจะเป็นของ สนพ.ดอกหญ้า นะครับ...
ลองค้นหาดูในโลกบรรณาพิภพหาได้ไม่ยากครับ
ไม่ต้องรอ"บุพเพสันนิวาส"...มาดลบันดาล
......................................................................
ความคิดเห็นที่ 10
พญาสุขุม

แวะไปอ่านบล็อกท่านแล้วครับ..ฃ
(กลัวจะน้อยใจ)
......................................................................
ความคิดเห็นที่ 11
ลูกเสือหมายเลข9

คุณลูกเสือฯ อ่านตอนนั้น อ่านตามใครแนะนำ หรือถูกบังคับให้อ่านครับ....
สาวคนนั้น (เคย เห็นใน fb ) เอาใจยากจัง.. ต้องทำผมหล่อด้วย
แล้วยังต้องอ่านหนังสือให้ฟังด้วย.
........................................................................
ความคิดเห็นที่ 12
NumberFive

อ่านเรื่องผมให้จบก่อนแล้วค่อยไปลงทุนซื้อหามาอ่านทวนซ้ำ

................................................................................
ความคิดเห็นที่ 13
คนช่างเล่า

ชวนพี่นุ เปลี่ยนจากหนังสือ"ธรรมะ" มาอ่านวรรณกรรมโลกแทน

....................................ประกาศ...............................

มีแฟนๆ โทรมาคุย แนะนำว่า ให้นำนวนิยาย(ระดับโลก)เรื่องนั้นเรื่องนี้มานำเสนอ(อย่างนี้)
เพื่อเป็นการ"ปลุกใจ"นักอ่านวรรณกรรม ช่วยกระตุ้นอะไรหลายๆ อย่าง
โดยเฉพาะเวบบล็อกแห่งนี้ เป็นการยกระดับ"กระชับพื้นที่"ไปในตัวด้วย
ผมต้องค่อยๆ ค้นหาข้อมูล และเป็นเรื่องที่ผมเคยอ่าน หรือ สนใจจริงๆ
ง่ายๆ คือ มีข้อมูล และมองเห็นประเด็น
หลายเล่มหลายเรื่องยังอยู่ในชั้นหนังสือ
ยังไม่แกะหน้ากระดาษออกจากกัน
(หลายเล่มไม่อยู่ในมือตอนนี้...อยู่ที่ห้องสมุดส่วนตัวที่ ตจว.)
................................ขอบคุณครับ.......................................

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ขอบคุณที่แนะนำ จะหามาอ่านมั่ง

เรามันคนปีเสือฮาๆๆ ไม่ขี่เสือ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
NumberFive วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 17.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NumberFive
คนโคราชกันเอง กันเอง ไม่ต้องเกรงใจกันดอก

...ทำไมเราอ่านหนังสือแต่ละเล่มจำอะไรไม่ค่อยได้เลย...
...ต้องค่อย ๆ นึก...แล้วมันถึงจะเกิดภาพตามมา...หรือเราจะแก่มากแล้วน๊า...งงจริง ๆ...
...ยังไม่ได้อ่านจ่ะ...แต่อยู่ในใจเราบ้างแล้ว...มีโอกาสจะลองหาอ่านดู...

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมอ่านตอนเรียนราม..
ลืมหมดแย้ว..............แฮ่

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พญาสุขุม วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 17.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangrak


แวะมาอ่านตำนานคลาสสิคครับ

http://www.oknation.net/blog/sangrak/2010/08/05/entry-1

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
วันพุธ วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 17.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kritwat

จะหามาอ่านครับ คนขี่เสือ
ขอบคุณนะครับ ที่นำเรื่องราวดีดีมาแบ่งปันกัน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
NN1234 วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 7
driftworm

ใช่.....ผมก็จำ "อีตาเฒ่ากาโล"สูบหีบลมเข้าเตาไฟอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง....
ผมเกลียดแกมากตอนนั้น....อะไรจะจนขนาดนั้น...
อานเรื่องราวคนจนๆ แล้ว มันเป็นอุปสรรค
เพราะบางคนอาจจะจินตนาการไม่ออก
(ไม่เหมือนเรา)
..............................................................

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
driftworm วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 16.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ดีนะ ผมอ่านรอบเดียว

แต่จำตาเฒ่ากาโลสูบหีบลมเข้าเตาไฟอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง

(นึกภาพบรรยายรถม้าของแช็ตเตอร์เลย์ห้อไปรอบเมืองรอบแล้วรอบเล่า
อย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ...... นึกขึ้น ทั้งที่ไม่เกี่ยวกัน คิคิ)

.

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
NN1234 วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 4
เพลงผ้า

ขอบคุณครับที่จะมาติดตามเรื่องราวดีๆ
แฟนประจำคอลัมน์ผมอีกคนหนึ่ง"คุณเพลงผ้า"

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
NN1234 วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 2
แม่สีไฟ

ตอนเป็นเด็กมัธยมฯ ผมเคยอ่านเรื่อง
ประวัติท่าน"คานธี" และแนวคิดของคานธีแทบทุกเล่มมาก่อน ...
พวกสันติวิธี อหิงสา ...ประท้วง เกลือ ...สารพัด ฯลฯ
ตอนเด็กๆ มีภาพยนตร์เรื่อง Ghandhi มาฉายด้วย
ขอสตางค์ไปดูไม่ได้.....แต่ได้มาดูตอนหลัง ก็ได้เข้าใจเรื่องราวที่เราเคยอ่าน

ถามว่า หลังอ่านจาก"คานธี"ไปแล้ว..ผมไปไหน?
ผมจำไม่ได้.. ???
อ๋อ..รงค์ วงษ์สวรรค์ , อาจินต์ ปัญจพรรค์ (ฟ้าเมืองไทย)
ฯลฯ...
"คนขี่เสือ" มาอ่านตอนเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ มีเงินเดือนซื้อหนังสือ(เก็บ)เอง
แล้วก็เน้นแต่"หนังสือแปล"เกือบร้อยละร้อย...มึนเหมือนกัน
ผมไม่รู้เหมือนกันว่า อ่านไปทำไม อ่านแล้วได้อะไร...
แต่ถ้าให้อ่านตอนนี้....อารมณ์ และความลึกซึ้งในนัยะคงต่างจากเดิมอย่างแน่นอน.
ดีใจที่มีคนอ่านตามหลังผมคนหนึ่ง ผมเลยไม่ขาดทุนนัก
แต่หนังสือหายไปค่อนบ้าน...เห็นว่า
.....................................................................
(ผมกำลังรอพัสดุไปรษณีย์จัดส่งหนังสือกลุ่มวรรณกรรมระดับโลกมาจากห้อสมุดส่วนตัวของผมครับ...
เพราะอยู่ที่นั่น ปลวกกำลังจะรับประทานครับ....
ขอบ่น..ฟังผมบ่นหน่อยนะ)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เพลงผ้า วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

สวัสดีค่ะ

แล้วจะมาอ่านเรื่องย่อนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
NN1234 วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 16.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 1
ลุงตุ่ย

ภาษิตอินตระเดียกล่าวว่า.......
"คนอ่าน "คนขี่เสือ" 3 รอบจบ คบไม่ได้"
หุหุ........
55555555555

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting

จำได้ว่าสมัยมัธยม ฯ เคยอ่าน คานธี
ไม่นานก็อ่าน คนขี่เสือ
สมัยนั้นอ่านแล้วก็ยังคิดไม่ค่อยจะแตก
มาถึงตอนนี้ก็สงสัยว่าทำไมไปเลือกอ่านหนังสือหนัก ๆ

คิดได้อีกทีว่า อ้อ!..คนรอบข้าง (พี่ๆ)
มีอิทธิพลกับการอ่านของเรามากโขอยู่

แหะ แหะ ถึงตอนนี้ก็ยังมึน ๆ อยู่ค่ะ
ว่าคนเขียนทำไมลึกซึ้งจัง

รึด้วยสังคม วัฒนธรรมของเขา

เล่มอื่นยังไม่เคยอ่านค่ะ
มีให้ยืมมั๊ยคะ?
...

อ้าว เมนต์ไรเนี่ย แม่สีไฟมาบ่นมากกว่านะคะ









ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

คนขี่เสืออ่าน3รอบแล้วครับชอบมากๆๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน