พิมพ์หน้านี้
|
ผมมักจะนีกถึงบ้านหลังแรกสมัยเด็กเสมอ แม้แต่ในฝัน ภาพบ้านตึกแถวสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ในซอยตันเล็กๆ แถวย่านคนจีนในกรุงเทพๆเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้วก็ยังแจ่มชัดอยู่เสมอ ผมย้ายจากบ้านหลังนั้นมาเกือบ 30 ปี และปัจจุบันแถวนั้นก็เปลี่ยนแปลงจนไม่มีสภาพเดิมแล้ว น่าแปลกใจที่ความทรงจำที่ผุดขึ้นมาในความคิดผมเสมอๆ มักเป็นภาพของเด็กชายวัย 7-8 ขวบคนหนึ่ง เดินหิ้วขวดซอร์สพริกศรีราชาที่เพิ่งไปซื้อจากร้านขายของชำหน้าปากซอยเพื่อกลับบ้านที่อยู่ห่างไปไม่กี่สิบเมตร วันนั้นเป็นวันใหว้ในเทศกาลตรุษจีน ช่วงเวลาบ่ายที่มีแดดแรงกล้าของหน้าร้อน กลิ่นควันของการเผากระดาษและขี้ไต้ที่ใช้จุดเพื่อไหว้เจ้าและบรรพบุรุษ ลอยอบอวลในอากาศ บรรยากาศสงบเงียบกว่าทุกวัน เนื่องจากเกือบทุกบ้านต่างพากันปิดบ้านหลังจากไหว้เจ้าเสร็จ ผู้คนต่างหลบร้อนอยู่ในบ้าน มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ถืงนาทีด้วยซ้ำไป ไม่มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจหรือให้จดจำอะไรทั้งสิ้น เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผมกำลังเดินกลับบ้านท่ามกลางแดดแรงกล้าและไอร้อนจากถนนคอนกรีต อาจเพราะกลิ่นของอากาศในเวลานั้น อาจเพราะความเงียบสงบที่มีเพียงช่วงเวลานี้เท่านั้นในรอบปี สำหรับบางคนความทรงจำที่งดงามในอดีตอาจเป็นท้องทุ่งยามอาทิตย์ตกดิน อาจเป็นบรรยากาศยามเมื่อผืนดินร้อนระอุได้รับความชุ่มชื้นจากฝนแรกแล้วคายกลิ่นดินออกมา หรืออาจเป็นยามเช้าบนขุนเขาที่หนาวเหน็บมีสายหมอกปกคลุม สำหรับผมความทรงจำที่งดงามกลับเป็นช่วงเวลาสั้นที่สงบ อบอุ่นและมีความสุขของชุมชน มันเป็นช่วงเวลาของการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เต็มไปด้วยความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ดี ยิ่งขี้น มีความปรารถนาที่ดีงามและการให้อภัยแทรกซึมอยู่ในทุกการพบปะสนทนา มันเป็นบรรยากาศที่ทำให้เราได้ทบทวนถึงที่มาของเรา รากเง้าของเรา วัฒนธรรมที่ปู่ย่าตาทวคได้สร้างขี้นและมันก็กลับมาสร้างให้เราเป็นอย่างที่เราเป็นอยู่ในทุกวันนี้ น่าแปลกใจที่ผมได้ความรู้สึกที่ดีและภูมิที่ได้เป็นส่วนหนึ่งสายธารแห่งวัฒนธรรม ต่อยอดจากความทรงจำเสื้ยวเล็กๆที่ดูไม่สำคัญนี้ หลังจากย้ายออกจากบ้านหลังนั้นแล้ว ผมยังคงต้องย้ายบ้านอีก 3 ครั้ง จนมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ ไม่มีที่ใหนเลยที่ผมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่ผมย้ายเข้าไป เหมือนกับบ้านหลังแรก นี้อาจเป็นลักษณะทั่วๆ ไปของสังคมเมืองอย่างกรุงเทพฯ ปัจจุบัน ที่มีพันธะเกาะกันอย่างหลวมๆ เคารพในความเป็นส่วนตัว หรืออาจเป็นเพราะว่ากรุงเทพฯ เต็มไปด้วยชุมชนเกิดใหม่ตลอดเวลาในขณะเดียวกันชุมชนเก่าๆ ก็ค่อยๆ เล็กลงๆ และหายไปในที่สุด สำหรับชุมชนใหม่การที่มีผู้คนต่างที่ต่างทางมารวมกันคงไม่ง่ายนักที่จะพัฒนาความเป็นชุมชนของตนเองได้ในระยะเวลาอันสั้น สิ่งเหล่านี้อาจต้องใช้เวลาเป็นชั่วอายุคนเพื่อสร้างมันขี้นมา ในขณะที่ครอบครัวสมัยนี้มีลักษณะเป็นแบบที่ผมเรียกว่าครอบครัวหดตัว ที่พอลูกเมื่อโตพอแล้วก็จะแยกออกไปมีบ้านของตัวเอง เพื่อไปสร้างชุมชนใหม่ที่มีความสัมพันธ์ที่หลวมเช่นที่เขาจากมา ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าลูกๆ ผมจะรู้สึกเป็นส่วนหนื่งของชุมชนที่เขาโตขึ้นมาหรือเปล่า |
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||