*/
  • moonewzii1
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2017-07-18
  • จำนวนเรื่อง : 152
  • จำนวนผู้ชม : 104088
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
<< กรกฎาคม 2022 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม 2565
Posted by moonewzii1 , ผู้อ่าน : 353 , 12:19:44 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

SEO คืออะไร?

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นกระบวนทางการตลาดดิจิทัลที่ทำให้เว็บของคุณติดหน้าแรกสำหรับในการค้นหา (บนหน้า Google) ยิ่งเว็บอยู่สูงมากแค่ไหน ยิ่งได้โอกาสให้คนเห็น ถูกคลิก และบางทีก็อาจจะได้ยอดขาย&ผลกำไรในท้ายที่สุด

ซึ่ง SEO สามารถจะทำให้เว็บอย่างแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ หรือธุรกิจบริการ สามารถขึ้นหน้าแรกของ Google เมื่อมีการค้นหาด้วยคำ Keyword ที่เกี่ยวข้องที่คนทำ SEO ระบุเอาไว้ โดยไม่ได้เป็นการซื้อโฆษณาเพื่อที่แสดงผลลัพธ์บน Google (Google Ads) โดยวิธีการทำนั้นจำเป็นต้องอาศัยส่วนประกอบต่างๆอีกทั้งการใช้ Content แบบ Onsite, Outreach, Blog รวมทั้งการใส่ Keyword และก็แนวทางการทำ Backlink ที่นับว่าเป็นส่วนสำคัญสำหรับในการทำให้เว็บของคุณไต่ชั้นจากหน้าด้านหลังๆขึ้นมาจนกระทั่งหน้าแรกได้แบบ Organic

แนวทางการทำ SEO นี้มิได้เฉพาะเจาะจงในเรื่องดึงรายละเอียดออกมาจัดลำดับแม้กระนั้นยังรวมทั้ง การดึงรูป และก็วีดีโอ ออกมาให้คนเผชิญได้ด้วย ซึ่ง SEO จำเป็นต้องอาศัยอีกทั้งช่วงเวลาแล้วก็การทำงานโดยตลอดเพื่อสำเร็จลัพธ์ในระยะยาว

แล้วก็โดยเหตุที่ SEO นั้นไม่ต้องเสียตังค์ให้ Google แม้กระทั้งบาทเดียว สิ่งที่จำต้องทำก็เลยเป็นการปรับปรุงแล้วก็จัดระบบเว็บไปพร้อมๆกับการปรับแก้ Content เพื่อสร้างโครงข่ายสู่การเพิ่มความสามารถเว็บของตัวเองกระทั่ง Google มีความเห็นว่าเว็บไซต์นั้นๆมีความสามารถสำหรับการล่อใจผู้เข้าชม แล้วก็ตอบปัญหาผู้ใช้ ก็เลยจะเบาๆเลื่อนลำดับหน้าเว็บไซต์ ให้ขึ้นมาอยู่บนหน้าแรก ยิ่งเป็นตำแหน่งแรก (ข้างบนสุด) ด้วยแล้วนับว่าเป็นตำแหน่งที่เยี่ยมที่สุด ที่ทุกธุรกิจต่างฉกชิง

หน้า Google Search Result ที่มีคำค้นหาว่า "SEO เป็นยังไง?"

ก่อนที่จะไปสู่เนื้อหารายละเอียดอันอัดแน่นตอบปัญหาเกี่ยวกับ SEO พวกเราจะขอนำความหมายของศัพท์เฉพาะต่างๆมาให้ท่านได้ทำความรู้จักเพื่อไม่ยุ่งยากต่อการทำความเข้าใจในรายละเอียดทั้งปวงถัดไป

Search Engineเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการค้นหา ได้แก่ Google, Yahoo, Bing

Rankingหมายถึงการจัดชั้นหน้าเว็บเมื่อค้นหา

Blogหมายถึงบทความที่ถูกเขียนเพื่อจุดหมายสำหรับเพื่อการให้ความรู้ความเข้าใจให้ความคิดเห็นความสนุกสนานร่าเริง ไม่มีการซ่อนเร้นโปรโมทและก็สรุปหลักสำคัญจบใน 1 บทความ

Onsite หมายถึงเนื้อความหรือเนื้อหาที่ปรากฎบนหน้าเว็บดังเช่น ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ข้อมูลบริการ เนื้อหาบริษัท อื่นๆอีกมากมาย

SEO Outreach เป็นบทความที่ถูกส่งไปเพื่อลงในเว็บอื่นๆที่ไม่ใช่เว็บของตน ซึ่งจะมีการใส่ลิงก์และก็Keywordลงไปเพื่อคุณคลิกแล้วกลับเข้ามาที่หน้าเว็บของผู้ครอบครองบทความ

Optimiseหมายถึงการจัดการดูแลจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

Keywordเป็นคำที่ใช้เพื่อการค้นหา

Search Volumeเป็นปริมาณการค้นหาคำ Keyword นั้นๆว่ามีการค้นหาทั้งปวงจำนวนกี่ครั้ง

Anchor Linkเป็นลิงก์ที่ถูกใส่ไว้ในคำที่เป็น Keyword ต่างๆจุดมุ่งหมายเพื่อขยายความหมาย ข้อมูล ของคำๆนั้น โดยที่ไม่ต้องแทรกเข้าไปในบทความ

Contentหมายถึงคำโดยรวมที่ใช้สำหรับเรียกแทนรายละเอียด โดยนับรวมถึงตัวอักษร ภาพ และก็ส่วนประกอบอื่นๆดังเช่นว่า Blog Content, Outreach Content อื่นๆอีกมากมาย ก็หมายคือข้อความสำคัญที่เขียน รายละเอียดรวมทั้งภาพ วิดีโอ ทุกอย่างที่ใส่เข้าไปในบทความนั้นๆ

Backlinkหมายถึงลิงก์ที่ถูกใส่ไปกับคอนเทนต์ หรือถูกซ่อนเร้นอยู่ในตำแหน่งต่างๆของเว็บไซต์ด้านนอก โดยมีการวางเป้าให้ลิงก์กลับมาที่เว็บของพวกเรา (เอาไว้ใส่เอาไว้ข้างใน Outreach คอนเทนต์)

Organicเป็นในที่นี้เป็นความประพฤติปฏิบัติทางด้านการตลาดที่ไม่ผ่านการซื้อโปรโมท

Organic Searchหมายถึงคำตอบการค้นหาที่แสดงขึ้นมาบนหน้า Search result โดยที่ไม่ผ่านการชำระเงินเพื่อแสดง

มากันที่สาระสำคัญสำหรับเนื้อหานี้เป็นจะชี้แจงด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุด ให้ท่านรู้จักว่า SEO เป็นอย่างไรอย่างถ่องแท้เพื่อที่ว่าถ้าเกิดผู้ใดกำลังเริ่มธุรกิจหรือคิดจะสร้างหน้าร้านค้าบนโลกอินเตอร์เน็ตจะได้นำไปประยุกต์เพื่อทำ SEO อย่างมีคุณภาพ

 

กคำชี้แจงภาพเพิ่มเติมอีก:: SEM เป็นวิธีการทำโปรโมทกับ Google เช่น (Google Ads)

สำคัญเช่นไรเพราะอะไรจะต้องทำ SEO

เนื่องจากโดยส่วนมาก การเข้าชมเว็บชอบเริ่มมาจากการค้นหาผ่านแพลตฟอร์ม Search Engine ต่างๆ(ไม่ค่อยมีคนใดกันเข้าเว็บโดยตรง) ถึงแม้ตอนนี้ Social Media สามารถดึงคนไปสู่เว็บได้เหมือนกันแม้กระนั้น Search Engine ก็ยังเป็นวิถีทางหลักสำหรับเว็บ

ที่การเสิร์ชสำคัญอย่างยิ่งก็เนื่องจากอุปกรณ์ค้นหากลุ่มนี้สามารถมอบการเข้าถึงที่เฉพาะกรุ๊ป เข้าใจง่ายๆก็คือผู้ที่เข้าเว็บคุณจากการค้นหานั้น เขาต้องมีความพอใจที่จะค้นหาข้อมูลหรือซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการอยู่ก่อนแล้ว ถึงค้นหาคำต่างๆแล้วคลิกสู่เว็บของคุณได้ แตกต่างจากวิธีการทำโปรโมทที่คนบางครั้งอาจจะเข้ามาเพียงแต่เพราะว่าพวกเขาเป็นกลุ่มเป้าหมายที่พวกเราตั้งเอาไว้

แน่ๆว่าหากเครื่องไม้เครื่องมือค้นหาพวกนี้ไม่อาจจะค้นหาเว็บ หรือแม้กระทั้งเก็บข้อมูลหน้าเว็บไซต์ของคุณเข้า ฐานข้อมูลได้ รับประกันว่าคุณจำเป็นที่จะต้องคลาดโอกาสดีๆสำหรับเพื่อการที่คนทั่วทั้งโลกจะเข้าถึงเว็บของคุณรวมทั้งคงจะไม่ต้องถามหาวิธีการทำธุรกิจเลยว่าจะคืออะไร

แผนภูมิแสดงปริมาณ CTR ของแต่ละตำแหน่งบน Google organic search ตั้งแต่ตำแหน่ง1-20

ข้อมูลที่ได้รับมาจาก: advancedwebranking

แล้วเพราะเหตุใดถึงจำต้องต้องการขึ้นหน้าแรก GOOGLE หรือขั้นตอนแรก

ไม่ใช่เพียงแค่หน้าแรกเพียงแค่นั้นแต่ว่าการได้ตำแหน่งแรกมาครองเป็นสิ่งที่ธุรกิจต่างๆแข่งขันกันอย่างถึงใจถึงอารมณ์เพื่อเว็บของตนเองได้ไปอยู่ถูกจุดนั้น จากชาร์ตข้างบน (อัปเดตปัจจุบันเดือนมิถุนายน 2021) คุณจะมองเห็นได้ว่ายิ่งตำแหน่ง (Position ในแกน X แนวนอน) ขึ้นมาทางหน้าลำดับแรกๆเท่าไร Click through rate (CTR) หรือปริมาณคลิกที่ได้รับหารด้วยปริมาณการแสดงผล ก็จะยิ่งพุ่งสูงมากขึ้น ความหมายเป็นยิ่งหน้าเว็บไซต์ของคุณอยู่หน้าข้างหลังหน้า 1 หรือ ชั้น 10 ลงไป ช่องทางที่คนจะเข้าไปพบเว็บของคุณจากการค้นหานั้นเกือบจะไม่เหลือ แน่ๆว่าหน้า 1 รวมทั้งชั้นที่ 1 ได้รับการเข้าถึงมากที่สุดอย่างไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้

 

เริ่มทำ SEO ตอนไหนจะเหมาะสมที่สุด

ช่วงเวลาดีๆที่สุดสำหรับเพื่อการทำ SEO ก็คือ… “ขณะที่คุณยังไม่มีอะไรเลยสักอย่าง” หยุดก่อน ก่อนจะคานหามกราดว่าพวกเรากวน โปรดฟังเหตุผลนิดหน่อย ที่พูดว่าไม่มีอะไรสักอย่างหมายคือให้ท่านเริ่มขั้นตอนการกระบวนการทำ SEO ซะตั้งแต่ยังไม่มีเว็บหรือคิดแผนไว้ตั้งแต่เริ่มริเริ่มตั้งขึ้นธุรกิจเลยจะดีเลิศ

เหตุผลก็เพราะว่าคุณจะได้เตรียมความพร้อมสำหรับเพื่อการออกแบบเว็บไซต์เพื่อรองรับกับกระบวนการทำ SEO สูงที่สุดนั่นเอง เนื่องจากโดยส่วนมากแล้ว ชอบมาทำ SEO กันในช่วงเวลาที่พัฒนาเว็บไซต์เสร็จไปทั้งผองแล้ว ท้ายที่สุดก็คือจำต้องมานั่งปรับ แก้ หรือบางทีหนักมากมายก็ถึงกับขั้นจำต้องเขียนเว็บไซต์ใหม่ทั้งปวงอย่างยิ่งจริงๆด้วยเหตุผลดังกล่าวทำซะตั้งแต่ยังไม่มีอะไรโน่นล่ะ เป็นคำตอบที่ถูกที่สุดแล้ว

พร้อมที่จะเริ่มทำ SEO แล้ว จะต้องทำเช่นไรบ้าง

โดยส่วนมากบริษัทต่างๆเป็นจำนวนมากก็จะว่าจ้างเอเจนซี่การตลาดดูแลเรื่อง SEO ให้ปกติแม้กระนั้นหัวข้อที่พวกเราต้องการที่จะให้เจ้าของธุรกิจทำความเข้าใจกับขั้นตอนต่างๆนั้น เพื่อได้ช่วยทำให้คุณปฏิบัติงานกับเหล่าเอเจนซี่ที่คุณจ้างได้ง่ายเพิ่มขึ้น ส่วนคนไหนกันแน่ที่กำลังเรียนวิธีการทำ SEO หรืออยากได้ทำ SEO ด้วยตัวเองขั้นตอนพวกนี้เป็นสิ่งที่คุณจะต้องใช้ประโยชน์

รวมแนวทางการทำ SEO แบบสรุปตั้งแต่การค้นหาคีย์เวิร์ด ปรับปรุงแก้ไขเว็บ สร้าง Backlink

1. ทำแนวทางตลาดสำหรับทำ SEO ทั้งหมด

วิธีการทำกลยุทธ์ตลาดล่วงหน้าจะช่วยทำให้คุณคุมงบประมาณได้ โดยขั้นตอนนี้คุณอาจควรต้องทำไปพร้อมๆกับกลุ่มเอเจนซี่ที่คุณจ้างเพื่อพวกเขาเสนอหนทางแล้วก็การใช้งบประมาณในส่วนต่างๆว่าจะลงเงินในส่วนของแนวทางการทำ SEO เยอะแค่ไหน

ส่วนของค่าสำหรับบริการเยอะแค่ไหนช่วงเวลากี่เดือน แล้วจะต้องมีค่าครองชีพอื่นๆเสริมหรือเปล่า ซึ่งเรื่องพวกนี้ถ้าเกิดคุณไม่คิดแผนล่วงหน้าอาจก่อให้งบประมาณแย่ลงกว่าเดิมได้รวมทั้งควรจะคุยกับผู้ที่คุณจ้างให้แจ่มชัดถึงสิ่งที่คุณจะได้ อย่างเช่น จะมีรายงานผลของการทำ SEO ทุกๆเดือนไหมเปลี่ยนแปลง Keyword ได้จำนวนกี่ครั้งคนไหนกันจะเป็นคนระบุ Keyword ฯลฯ

2.ค้นหา Keyword ที่ต้องการที่จะให้เว็บคุณติดอันดับหรือเอามาทำ SEO

แม้คุณเป็นธุรกิจใหม่ยังไม่มีข้อมูลอะไรก็แล้วแต่ทั้งหมด สามารถเริ่มทำได้ด้วยการค้นหา Keyword เป็นลำดับแรก ซึ่งแม้ต้องการทดลองค้นหาด้วยตัวเองก็จะมีเครื่องมือช่วยค้นหาต่างๆดังต่อไปนี้ (ถ้าหากปรารถนาใช้งานอย่างเต็มความสามารถบางทีอาจจะจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าบริการในบางแพลตฟอร์ม) สำคัญๆแล้ว Keyword ที่ Optimise จะต้องมี Search Volume หรือมีจำนวนการเสิร์จทุกๆเดือน แล้วก็มีความข้องเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ

Google Keyword Planner

เป็นวัสดุพื้นที่ Google วางแบบมาเพื่อคุณค้นหา Keyword ทั้งสามารถสำรวจได้ถึงค่าต่างๆว่าแต่ว่าละคำนั้นมีคุณภาพคืออะไรจุดมุ่งหมายหลักของเครื่องไม้เครื่องมือนี้เป็นเอาไว้ช่วยทำให้คนทำ Google Ads สามารถคิดแผนประชาสัมพันธ์ของตนเองก้าวหน้าขึ้นแม้กระนั้นก็สามารถเอามาประยุกต์สำหรับงานทางด้าน SEO เพื่อมองสถิติของแต่ละ keyword ได้ด้วยเหมือนกัน

Uber Suggest

กรรมวิธีการก็คือให้ท่านพิมพ์ Keyword ที่เพียงพอจะคิดเองได้ (จำต้องเกี่ยวพันกับธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองทำ) เมื่อได้ Keyword มารวมทั้งทดลองดูที่ Search Volume ว่าคำไหนเป็นที่ชื่นชอบบ้างแล้วจึงทดลองเลือกมาสัก 3-5 คำ ก่อนก็ได้ แล้วต่อจากนั้นค่อยเอาคำพวกนั้นที่เลือกไปขอคำแนะนำกับคนทำ SEO เพื่อไปสู่ขั้นตอนการในขั้นตอนต่อไป

Ahrefs

อีกหนึ่งเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับสำรวจ Keyword ที่เอเจนซี่นิยมใช้กัน โดยความรู้ความเข้าใจของวัสดุนี้คุณสามารถตรวจดูได้ว่ามีเว็บไหนบ้างที่ลิงก์มาหาเว็บไซต์แผนการที่พวกเราตั้งอกตั้งใจจะส่งลิงก์ไปมั้ย ทำให้พวกเราสามารถมองเหตุการณ์ของคู่แข่งขันแล้วเอามาปรับวิธีการ SEO ของพวกเราว่าควรจะทำ Backlink จากที่ไหนก่อนหลังทั้งยังยังสามารถพิจารณา Backlink ของพวกเราและก็คู่ปรับได้ มองว่าอันไหนที่ต่างกันบ้างทำให้พวกเราไม่ต้องไปเสียเวล่ำเวลาสร้าง Backlink ซ้ำ

 

3.ปรับปรุงเว็บ

หากว่าคุณยังไม่มีเว็บมาก่อน ก็นับว่าเหนือกว่าเพราะเหตุว่าสามารถสร้างเว็บให้สอดคล้องกับสิ่งที่ Google กำหนดไว้สำหรับในการทำ SEO ได้ตั้งแต่เริ่ม ไม่ต้องมาแก้กันให้วุ่นวาย แต่ว่าหากคุณมีเว็บเก่าอยู่แล้วและไม่ได้อัปเดตเลยตรงเวลานับเป็นเวลาหลายปี ถึงเวลาที่คุณจำเป็นที่จะต้องปรับเว็บให้เกื้อหนุนวิธีการทำ SEO แล้ว

สำหรับเว็บที่กำลังจะได้คะแนนจาก Google ควรจะเป็นหน้าเว็บไซต์ที่มี Content ที่แอบแฝงไปด้วย Keyword ในตำแหน่งต่างๆกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกหน้าของเว็บ (ที่ตรงนี้ล่ะที่คุณจะได้นำ Keyword ที่หาในประเด็นก่อนหน้ามาใช้) เพราะเหตุว่าเว็บที่ SEO ขึ้นเร็วๆมีลักษณะที่แบบเดียวกันอย่างหนึ่งเป็น มีตัวหนังสือเยอะแยะ หรือที่เรียกว่า “Onsite” ตรงส่วนนี้บางทีอาจทำเพียงแค่ครั้งเดียวเลยก็ได้ถ้าหากไม่มีการเปลี่ยน Keyword รวมทั้งสิ่งจำเป็นที่ต้องมีให้ได้เป็น Link ที่จะต้องใส่ทั้งยังข้างในเว็บตนเอง (ลิงก์กันไปๆมาๆระหว่างหน้าต่างๆ) กับ Link ที่ติดไว้นอกเว็บแล้วชี้เป้ากลับเข้ามายังเว็บของตัวเอง (Backlink)

 

*เกร็ดความรู้: เพื่อวิธีการทำ Onsite มีคุณภาพสูงสุด ควรจะกลับมาสำรวจไม่ว่าจะเป็น Keyword รวมทั้ง Link ต่างๆทุกๆ6 เดือน – 1 ปี เพราะเหตุว่าอาจมีบาง Keyword หรือ Link ที่เสีย

ด้วยเหตุนั้นในทุกๆหน้าบนเว็บของคุณจะต้องมีข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือรวมทั้งแทรกสอด Keyword ที่คุณระบุเข้าไปด้วย เพราะว่า Google จะอ่านเว็บไซต์ของคุณได้จากตัวอักษรพวกนี้แต่ว่าอย่าใส่ Keyword มากมายกระทั่งเกินควรล่ะ ด้วยเหตุว่าถ้าเกิดมากเกินไป Google บางครั้งอาจจะเห็นว่าเว็บไซต์คุณเป็นสแปม

สำหรับแนวทางการอัปเดตที่นิยมทำกันเพื่อเว็บของคุณขยับเขยื้อนอยู่เป็นประจำซึ่งก็คือแนวทางการทำ Blog หรือคอนเทนต์ที่เป็นบทความแบบยาว ขั้นตอนการก็คือเขียนรายละเอียดในประเด็นที่น่าดึงดูดแล้วก็ซ่อนเร้น Keyword ลงไป บทความเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยเป็นอย่างมากสำหรับการทำ SEO

4. ส่งคอนเทนต์ไปสู่เว็บภายนอก

แนวทางการนี้พวกเราจะเรียกว่า Outreach โดยองค์ประกอบของคอนเทนต์ชนิดนี้นอกเหนือจากที่จะแอบแฝงคำ Keyword ไปในคอนเทนต์แล้วยังจะมีการแทรกลิงก์เพื่อทำเป็น Backlink ให้นักอ่านคอนเทนต์คลิกเข้ามาบนหน้าเว็บของพวกเรา

*เกร็ดความรู้: หลายท่านบางทีอาจสงสัยว่าพวกเราควรต้องทำทั้งยัง Blog กับ Outreach Content เลยไหม คำตอบเป็นควรจะทำ” ความต่างของสองจำพวกนี้เป็น Blog จะปฏิบัติหน้าที่บนเว็บของคุณ อาจมีการลิงก์ยังหน้าอื่นๆเพื่อมีการเชื่อมโยงอย่างมีคุณภาพในหน้าเว็บไซต์

ขอบคุณข้อมูลแหล่งอ้างอิง https://www.maewsom.com/seo-company/


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน