| ทะเลแหวก & เกาะห้อง & เกาะผักเบี้ย | ||
ได้ไปสัมผัสน้ำทะเลใสๆ ของกระบี่อีกครั้งที่ทะเลแหวก และเกาะห้อง |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
เช้าวันนี้ "ดินสอขอเขียน" ออกเดินทางจากบ้านแต่เช้า เพราะจะไปชมความสวยงามของ "พระราชวังบางปะอิน" ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเริ่มออกเดินทางโดยรถตู้จากบริเวณอนุสาวรีย์ชัย ไปลงที่ตัวเมืองอยุธยา จากนั้นจึงต่อรถสองแถวสาย อยุธยา-บางปะอิน จากตัวเมืองอยุธยาไปยังพระราชวังบางปะอินมีระยะทางราว 20 กว่ากิโล แต่ด้วยความเร็วของคุณลุงคนขับรถสองแถว ทำให้ "ดินสอขอเขียน" ไปถึงพระราชวังบางปะอินเกือบราว 11 โมง (ออกจากอยุธยาประมาณ 9.30 น.) และก่อนที่จะเข้าไปชมพระราชวังแห่งนี้ ขอเล่าประวัติความเป็นมาของที่นี่ให้ฟังพอสังเขปก่อน ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าปราสาททองหรือพระศรีสรรเพ็ชญ์ที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังบางปะอินขึ้นบนเกาะบ้านเลน ในลำน้ำเจ้าพระยา ต่อมาในปี พ.ศ. 2175 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดสระน้ำสร้างพระราชนิเวศน์สถานขึ้นกลางเกาะ เป็นที่สำหรับเสด็จประพาส แล้วสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งขึ้นริมสระน้ำนั้น พระราชทานนามว่า "พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์" ซึ่งเป็นที่ประพาสสำราญพระราชหฤทัยของพระเจ้าแผ่นดินในสมัยกรุงศรีอยุธาตลอดมา และคงรกร้างทรุดโทรมไปแต่ครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2310 เป็นต้นมา
พระราชวังบางปะอินได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งสำหรับเป็นที่ประทับ มีเรือนแถวสำหรับฝ่ายในและมีพลับพลาริมน้ำ เป็นต้น ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์โปรดที่จะเสด็จประพาสพระราชวังแห่งนี้อยู่เสมอ ด้วยทรงปรารภว่าป็นเกาะกลางน้ำเงียบสงบ ร่มรื่น และเคยเป็นที่ประทับประพาสของสมเด็จพระบรมชนกนาถมาก่อน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้น ดังที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน และพระราชทานเลี้ยงรับรองในโอกาสต่างๆ เป็นครั้งคราว ภายในพระราชวังบางปะอิน ประกอบด้วยอาคารต่างๆ ที่มีความสวยงาม และน่าสนใจ อาทิ @ สภาคารราชประยูร เป็นตึกสองชั้นริมน้ำ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2422 สำหรับเป็นที่ประทับของเจ้านายฝ่ายหน้า และข้าราชบริพาร
@ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ เป็นพระที่นั่งปราสาทโถงกลางสระน้ำ สร้างในแบบปราสาทจตุรมุข พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จำลองมาจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และพระราชทานนามว่า "พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์" ตามพระที่นั่งองค์แรก ซึ่งพระเจ้าปราสาททองทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ณ พระราชวังแห่งนี้ ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปหล่อสัมฤทธิ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว ในฉลองพระองค์เต็มยศพลทหารบก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น
@ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน เมื่อแรกสร้างเป็นอาคารตึก 2 ชั้น ต่อมาได้ดัดแปลงเป็นชั้นเดียว ใช้เป็นที่ประทับ และมีท้องพระโรงเสด็จออกว่าราชการ
จากเขตพระราชฐานชั้นนอก เรากำลังจะเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในด้วยสะพานที่มีลักษณะพิเศษ คือ มีฉากคล้ายบานเกล็ดกั้นกลางตลอดแนวสะพาน เพื่อแบ่งเป็นทางเดินของฝ่ายหน้าและฝ่ายใน ซึ่งฝ่ายในสามารถมองลอดออกมาโดยตัวเองไม่ถูกแลเห็น สะพานนี้เชื่อมจากพระที่นั่งวโรภาษพิมานกับประตูเทวราชครรไล ซึ่งเป็นประตูทางเข้าเขตพระราชฐานชั้นใน
@ พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร เป็นพระที่นั่งเรือนไม้สองชั้นแบบชาเลต์ของสวิต คือมีเฉลียงทั้งชั้นบน และชั้นล่าง ทาสีเขียวอ่อนและเขียวแก่สลับกันทั้งองค์พระที่นั่ง
@ พระที่นั่งเวหาศจำรูญ เป็นพระที่นั่งสองชั้นสร้างในแบบศิลปะจีนอย่างดงาม โดยกลุ่มพ่อค้าชาวจีนในไทยสร้างน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี 2432
@ หอวิฑูรทัศนา เป็นหอสูงยอดมน ตั้งอยู่กลางเกาะในพระราชอุทยาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2424 เพื่อใช้เป็นหอส่องกล้องชมภูมิประเทศ และดูดาว
หลังจากที่เที่ยวชมความงามของพระราชวังบางปะอินจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็ถึงเวลาที่ "ดินสอขอเขียน" จะไปสรรหาของอร่อยๆ ไปฝากคนที่บ้านกันบ้างนะคะ
และแล้วการเดินทางเยือน "กรุงเก่า" ของ "ดินสอขอเขียน" ในครั้งนี้ก็จบลงด้วยประการฉะนี้ |