พิมพ์หน้านี้
|
ขออนุญาตนำเรื่องเก่าเมื่อปลายปี 49 มาเล่าให้อ่านกันนะคะ .... เผื่อจะใช้เป็นข้อมูลเตรียมการท่องเที่ยว สำหรับปลายปีนี้ .... บ้าน - แจ้ซ้อน - ออบหลวง - สวนสนบ่อแก้ว - แม่เหาะ - แม่สะเรียง - แม่เงา - แม่สอด - อช.ตากสินฯ - บ้าน 19-22 พ.ย.49 ... 4 วัน 3 คืน กับการเดินทางกว่า 1,900 กม. ค่าที่พักรวม 330.-บาท และมีคนที่รักเรามากที่สุดเป็นผู้ร่วมทาง ตอนแรกวางแผนว่าจะพาพ่อกับแม่ไปพักผ่อนนอนแช่น้ำแร่ที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จ.ลำปาง เพราะประมาณตนไว้ว่า ตัวเองขับรถคนเดียวกลัวจะไปไกลกว่านั้นไม่ไหว (พ่อขับรถไม่ได้ค่ะ) แต่พอเอาเข้าจริงก็ไหวค่ะ แล้วก็ไปได้ไกลกว่าที่คิดว่าจะไปได้ .... ชมภาพกันเลยนะคะ .... 19 พ.ย.49... ออกเดินทางจากบ้านตอนตีสามครึ่ง ขับรถไปเรื่อย ๆ ใช้ความเร็วประมาณ 90-120 กม./ชม. เข้าเขต จ.ลำปาง ประมาณ 10 โมงเช้า ... จุดแรกแวะชมความสวยงามของ "วัดพระธาตุลำปางหลวง" จนถึงบ่ายโมงก็ออกเดินทางต่อ
ใช้เส้นทางจาก จ.ลำปาง ไป อ.เมืองปาน เพื่อไปสู่ "อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน" ถึง อช.แจ้ซ้อนประมาณบ่ายสามโมง ไปถึงก็รีบกางเต็นท์ แล้วก็ไปนอนแช่ในห้องอาบน้ำแร่ ค่าบริการคนละ 50.-บาท แช่น้ำอุ่น (ค่อนข้างร้อน) สบายหายปวดเมื่อยจากการเดินทางไกล 20 พ.ย.49 ... อากาศยามเช้าที่นี่เย็นสบายไม่หนาวมาก เมื่อคืนก็นอนหลับสบายค่ะ ตื่นเช้ามาเดินชมไอน้ำลอยเหนือบ่อน้ำแร่
9 โมงเช้าออกเดินทางจาก อช.แจ้ซ้อน โดยย้อนกลับเส้นทางเดิม เดินทางออกมาได้ประมาณ 10 กม. ก็พบวัดเล็ก ๆ ริมทางด้านซ้ายมือ ชื่อ "วัดข่วงกอม" โบสถ์เป็นไม้แกะสลักสวยงามดูเรียบง่าย ก็เลยแวะเข้าไปถวายสังฆทาน (เตรียมเครื่องสังฆทานมาจากกรุงเทพฯ ค่ะ) ท่านเจ้าอาวาสต้อนรับเป็นอย่างดี รับสังฆทานพร้อมมอบเครื่องราง เป็นเชือกผูกข้อมือที่ท่านถักเอง ร่ายคาถาปลุกเสกสวดมนต์เป็นสำเนียงชาวเหนือ ฟังไพเราะรื่นหู รับเครื่องรางใส่ข้อมือไว้เป็นกำลังใจในการเดินทางค่ะ
ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยว ทิวทัศน์ข้างทางจึงเป็นนาข้าวสีเหลืองทองเต็มท้องทุ่ง เป็นภาพที่คนในเมืองหลวงอย่างเราไม่ค่อยได้เห็น หรือบางคนอาจไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ ......
ออกจาก จ.ลำปาง ก็มุ่งสู่ จ.ลำพูน ช่วงเที่ยงถึง "วัดพระธาตุหริภุญชัย" แวะทานข้าวซอยร้านข้าง ๆ รั้ววัด อร่อยจัง
ออกจาก จ.ลำพูนใช้เส้นทาง สันป่าตอง-จอมทอง (ไม่เข้าตัวเมืองเชียงใหม่) จุดหมายปลายทางในวันนี้คือ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณบ่ายสามโมง ก็ถึง "อช.ออบหลวง" พ่อกับแม่พาไปไหว้ "ศาลเจ้าแม่บัวคำ" ตั้งอยู่หน้า อช.ออบหลวง แม่เล่าให้ฟังว่า ตอนพ่อกับแม่แต่งงานกันใหม่ ๆ เคยมาไหว้ขอลูกกับเจ้าแม่บัวคำ ... แล้วอีกไม่นาน ... ก็มีลูกสาวคนนี้มาเกิดค่ะ....อิ...อิ....
ออกจาก อช.ออบหลวง จะผ่าน "สวนสนบ่อแก้ว" แวะถ่ายรูปทิวสนสวยงามมาก ถ้าเป็นตอนเช้า แสงคงสวยกว่านี้
ถึงบ้านแม่โถ "ทุ่งบัวตองที่แม่เหาะ" บัวตองกำลังบานเต็มที่ พ่อกับแม่เล่าประวัติให้ฟังว่า "สมัยหนุ่มสาว พ่อกับแม่พบรักและแต่งงานกันที่นี่ เนินตรงนู้นเคยเป็นกระท่อมเรือนหอ ตอนลูกเกิดมาใหม่ ๆ แม่ก็เดินอุ้มลูกอยู่ตรงทุ่งบัวตองที่นี่แหละ เพราะลูกเกิดปลายหน้าฝนพอดี"
เห็นพ่อกับแม่มีความสุขกับการกลับมาเยือนท้องถิ่นในอดีตที่จากมานานแสนนาน จากมานานตั้งแต่ตัวฉันเองก็ยังจำความไม่ได้ ... พ่อกับแม่ ผลัดกันเล่าเรื่องราวในอดีตด้วยรอยยิ้มและแววตาสุกใส ... คนเป็นลูกอย่างเราก็ปลื้มและมีความสุขอย่างที่สุดแล้วค่ะ... ที่ได้พาท่านมาในที่ที่ท่านมีความทรงจำที่ประทับใจ คืนนี้พ่อจะอาศัยนอนที่บ้านเพื่อนเก่าในตัวเมือง "แม่สะเรียง" เพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน .... มีความสนุกสนานในวัยหนุ่มให้ย้อนอดีตผลัดเปลี่ยน หรือบางทีก็แย่งกันเล่าอย่างคึกครื้น ฉันนอนหลับอยู่ในมุ้งกับแม่ นอนฟังเสียงพ่อกับเพื่อนคุยกัน หัวเราะกันทั้งคืน .... จนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย... 21 พ.ย. 49 ... ตลาดแม่สะเรียงยามเช้า คึกคักตั้งแต่ตี 4 แต่กว่าที่ฉันจะตื่นลุกไปตลาดได้ ก็ 7 โมงเช้า .... ตลาดเริ่มวายแล้วค่ะ...
หลัก กม. หน้าบ้านเพื่อนพ่อ บอกระยะทางว่า จากหน้าบ้านไปถึง อ.แม่สอด เป็นระยะทางอีก 230 กม. เลียบตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ที่เรา 3 คน พ่อแม่ลูก ต้องเดินทางกันต่อไป ในใจก็หวั่น ๆ ว่าจะไปไหวหรือเปล่า เพราะทราบข้อมูลมาว่า เป็นทางขึ้น-ลงเขาคดเคี้ยว และบางช่วงก็แคบ รถบัส รถบรรทุก ผ่านไม่ได้ แต่คุณอาเพื่อนพ่อก็ให้กำลังใจว่า "ขับไปเถอะลูก รถเค้าออกแบบมาให้ปลอดภัยอยู่แล้ว ที่นี้มันก็อยู่ที่คนขับเท่านั้น ต้องมีสติ และไม่ประมาท ขับระวัง ๆ ก็ไปได้"
เริ่มออกเดินทางจาก อ.แม่สะเรียง ตอนเก้าโมงเช้า ขับไปได้สักพักก็เริ่มเจอทางขึ้น-ลงเขาคดเคี้ยว เดี๋ยวโค้งเดี๋ยวโค้ง ใช้ความเร็วประมาณ 40-80 กม./ชม. จน 10 โมงเช้า เราก็ถึง "อช.แม่เงา" ขับรถเลี้ยวซ้ายเข้าไปตามทางแคบ ๆ อีก 4 กม. ก็ถึงที่ทำการ อช.แม่เงา
อช.แม่เงา เงียบสงบ เขียวชะอุ่ม มีแม่น้ำเงาไหลผ่าน .... ลงไปแช่เท้าในน้ำคลายความเมื่อยล้า....
จาก อช.แม่เงา เราก็เดินทางแบบ หายใจเข้า 2 ทีโค้งซ้าย หายใจออก 2 ที โค้งขวา ... แต่ทิวทัศน์ข้างทางสวยมาก ๆ ขับรถเพลินเลยค่ะ .... แวะทานอาหารกลางวันตอนบ่ายโมงที่ "จุดชมวิวแม่สลิดหลวง อช.แม่เมย"
ระหว่างการเดินทาง จะพบค่ายอพยพของชนกลุ่มน้อยชาวพม่านับแสนคน ที่มาขออาศัยพักพิงบนแผ่นดินไทย แผ่นดินที่ชนชาติอื่นยังมาขออาศัยอยู่ น่าภูมิใจจังที่เราได้เกิดมาบนแผ่นดินไทย แผ่นดินที่สวยงาม ถึง "อ.แม่สอด" ตอนบ่ายสามโมง เดินทาง 230 กม. ใช้เวลา 6 ชม. แต่เป็นการเดินทางที่สวยงามและประทับใจมาก ๆ แวะซื้อของฝากที่ตลาดริมเมย ก่อนจะตรงไปค้างแรมคืนนี้ที่ "อช.ตากสินมหาราช " ถึง อช.ตากสินฯ เกือบหกโมงเย็น เราต้องรีบกางเต็นท์ก่อนที่จะมืด ทานอาหารเย็นกันอย่างง่าย ๆ ก่อนที่จะสลบไสล ไปด้วยความอ่อนเพลีย 22 พ.ย.49 ... จุดกางเต็นท์ของ อช.ตากสินฯ วิวสวยดีค่ะ มีดอกบัวตองอยู่หน้าเต็นท์ มุดเต็นท์ออกมาก็ชมแสงอาทิตย์ยามเช้าได้เลย อากาศเย็นสบาย ๆ .... คุณแม่คนเก่งเตรียมต้มน้ำชงกาแฟและอาหารเช้าไว้ให้
ฉันกับพ่อ ก็เดินชมนกชมไม้ยามเช้า และลงไปที่ต้นกระบากยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่คุณแม่เดินลงไปไม่ไหว
ออกจาก อช.ตากสินฯ ตอนบ่ายโมง แล้วก็ตรงดิ่งกลับบ้าน .... ถึงบ้านหนึ่งทุ่ม .... ช่วงปลายปีเป็นเทศกาลท่องเที่ยว มีวันหยุดยาว ๆ ติดต่อกันหลายช่วง อากาศเย็นสบายเหมาะกับการท่องเที่ยวภาคเหนือหลายคนวางแผนกับเพื่อน ๆ เพื่อไปเที่ยวสัมผัสลมหนาวกันเป็นกลุ่ม ๆ เช้าวันหนึ่งของต้นเดือนธันวาคม .... ฉันได้เจอกับคุณลุงข้างบ้าน จึงได้ทักทายคุณลุงไปว่า "คุณลุงคะ ธันวานี้อากาศหนาวแล้ว วันหยุดยาว ๆ ไปเที่ยวที่ไหนหรือเปล่าคะ" อยากให้หยุดคิดสักนิดว่า...."พ่อกับแม่"... คนที่รักและหวังดีกับเรามากที่สุด ท่านก็คงอยากไปเที่ยวกับลูก ๆ บ้างนะคะ.... ให้เวลากับท่านบ้าง เหมือนกับที่ท่านมีเวลาให้เราได้ทั้งชีวิต...... |
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |