• Nomads
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-18
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 1357
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
Nomads
Hi . . . Welcome to Nomads' blog. All of my interests are here. Politics,Economics,Sports,Journey,Dinning&Hanging-out Come with me
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nomads
วันศุกร์ ที่ 31 สิงหาคม 2550
สถาบันประกันเงินฝาก ช่วยประกันเงินฝากของเราแน่หรือ?
Posted by Nomads , ผู้อ่าน : 157 , 10:45:24 น.  
พิมพ์หน้านี้


สถาบันประกันเงินฝาก ช่วยประกันเงินฝากของเราแน่หรือ?

 

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. นี้เองผมได้อ่านเจอข่าวเกี่ยวกับการที่สนช.ผ่านพรบ.จัดตั้งสถาบันประกันเงินฝาก หลังจากที่ตัวผมเองเคยได้ยินชื่อสถาบันที่ว่านี้มาเป็นเวลานาน

 

ก่อนอื่น ฟังชื่อ “สถาบันประกันเงินฝาก” แล้วมันฟังดูดีใช่ไหมครับ เพราะว่าเหมือนกับมีอะไรสักอย่างมาช่วยค้ำประกันเงินฝากในธนาคารของเรา

 

แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นหรอกครับ

 

เนื่องจากว่าโดยปกติแล้วกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่ยอมให้ธนาคารและสถาบันการเงินใดๆล้มลงโดยง่ายอยู่แล้ว (ถ้าไม่วิกฤติ+โดนบังคับจริงๆ) โดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะทำการอัดฉีดเงินเข้าไปในสถาบันการเงินที่มีปัญหา (ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “อุ้ม”นั่นเอง)

 

ช่วงวิกฤติ 40 กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเสียค่าอุ้มแพงมากครับ 1.3 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว (ไม่ได้พิมพ์คำว่าล้านเกินนะครับ “ล้านล้าน” จริงๆ) ซ้ำร้ายยังอุ้มได้ไม่หมดอีกต่างหาก แต่ทั้งนี้จะไปว่ากระทรวงการคลังและแบงค์ชาติก็ไม่ถูก เพราะเขามีความเชื่อของเขาอยู่ว่าหากสถาบันการเงินใดสถาบันการเงินใดสถาบันการเงินหนึ่งหนึ่งล้มขึ้นมา อาจจะส่งผลเป็นลูกโซ่กับสถาบันการเงินทั้งระบบ หรือที่ภาษาเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Contagion Effect

 

ครับ เรื่องที่อยากจะบอกก็คือตอนที่ยังไม่มีสถาบันประกันเงินฝากนั้นน่ะ เราเสมือนกับว่ามีกระทรวงการคลังและแบงค์ชาติค้ำประกันให้อยู่แล้วน่ะสิครับ แต่พอมีเจ้าสถาบันประกันเงินฝากมาเนี่ยกลับกลายเป็นว่าเงินของเราที่เคยได้ประกันเต็มๆจำนวนกลับจะเหลือแค่ประกันเพียง 1 ล้านบาทต่อ1 คนต่อ1 บัญชีต่อ 1 ธนาคารเท่านั้น !!

 

ถ้าจะถามว่าเค้าทำอย่างนี้ทำไมในเมื่อจะกระทบกับผู้ฝากเงินซึ่งเป็นประชาชนทั่วไป ซึ่งความจริงการทำเช่นนี้ก็เป็นผลดีต่อระบบสถาบันการเงินโดยรวม (อย่าลืมว่าอะไรที่เป็นผลดีต่อคนตัวเล็กๆรายคนไม่จำเป็นต้องดีต่อระบบโดยรวมเสมอไป ในทางกลับกันอะไรที่ดีต่อระบบโดยรวมอาจจะไม่ดีต่อประชาชนทั่วไปก็ได้ . . . ) 

 

ผลดีต่อระบบสถาบันการเงินที่ว่าคือการจัดตั้งสถาบันประกันเงินฝากจะเป็นกลไกที่ควบคุมไม่ให้เกิดวิกฤติสถาบันการเงินที่เกิดจากการบริหารแบบสุ่มเสี่ยงของผู้บริหาร ยกตัวอย่างคือ ในตอนที่ยังไม่มีสถาบันประกันเงินฝาก หากมีสถาบันการเงินบางที่ต้องการที่จะเจริญเติบโตโดยการเพิ่มยอดเงินฝาก สถาบันการเงินนั้นอาจทำการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากให้สูงๆ ซึ่งเราในฐานะประชาชนทั่วไปที่ไหนให้ผลตอบแทนสูงเราก็อยากเอาเงินไปฝากใช่ไหมครับ (เพราะตอนนั้นเราเชื่อว่ายังไงๆแบงค์ก็ไม่ล้มอยู่แล้ว) ซึ่งความจริงการที่สถาบันการเงินดังกล่าวให้ดอกเบี้ยสูงๆนั้นทำให้ตัวสถาบันการเงินเองก็ต้องมีต้นทุน (ดอกเบี้ยที่จ่ายให้เรา) สูงมากขึ้น ยิ่งถ้าสถาบันการเงินนั้นมีฐานะทางการเงินง่อนแง่นอยู่แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเข้าไปอีก (ลองนึกสถาการณ์นี้ดูครับ สมมติแบงค์A มีปัญหาด้านรายได้ ผู้บริหารอาจเสี่ยงแก้ปัญหาแบบชุ่ยๆด้วยการระดมเงินฝากโดยการให้ดอกเบี้ยสูงๆ แล้วนำเงินที่ได้ไปปล่อยกู้แบบไม่รอบคอบเพื่อ”เสี่ยง”ที่จะกินส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากกับดอกเบี้ยเงินกู้ . . . คิดดูสิครับแบงค์Aที่มีปัญหาอยู่แล้วกลับยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาขึ้นอีก ซึ่งสถานการณ์ทำนองนี้เคยเกิดขึ้นจริงนะครับ)

 

แต่การจัดตั้งสถาบันประกันเงินฝากจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ โดยเมื่อเราในฐานะประชาชนผู้ฝากเงินรู้ว่าต่อไปเค้าจะประกันเงินฝากเราแค่ 1 ล้านเราก็จะต้องเลือกสถาบันการเงินที่เราจะไปฝากเงินด้วยปัจจัยหลากหลาย เช่น ความมั่นคงของธนาคาร ความสามารถและชื่อเสียงของผู้บริหาร เป็นต้น ไม่ใช่ตัดสินด้วยดอกเบี้ยอย่างเดียว (หรือใกล้บ้านด้วย) อีกต่อไป และเมื่อประชาชนทั่วไปตื่นตัวกับการตรวจสอบสถานะของสถาบันการเงินมากขึ้น ก็จะส่งผลให้ผู้บริหารสถาบันการเงินทำการบริหารจัดการ และปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังมากขึ้นเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของธนาคาร

 

สรุปคือ ระบบสถาบันการเงินของไทยน่าจะมีการปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ประชาชนทั่วไปอย่างเราก็ต้องก็ต้องมีการปรับตัวโดยการหาความรู้และทำความเข้าใจสถานะของธนาคารที่เราจะเอาเงินไปฝากไว้กับเขาและหาช่องทางลงทุนอื่นๆที่มีความมั่นคงสูง เช่น ซื้อพันธบัตรรัฐบาล, พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกองทุนรวมที่มีความมั่นคงสูง เป็นต้น ครับ 

  

  

 www.oknation.net/nomads 

 

ภาคผนวก รายละเอียดคร่าวๆของสถาบันประกันเงินฝาก

 

- หลังจากที่ พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝากผ่าน สนช.แล้ว จะมีเวลาในการจัดตั้งสถาบัน 6 เดือนและเมื่อจัดตั้งเสร็จสิ้น ในปีแรกจะยังไม่มีการลดการคุ้มครองเงินฝาก ยังประกัน 100% ตามเดิมไปก่อน แต่ในระหว่างปีนั้น จะมีการเสนอกระทรวงการคลังออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เพื่อกำหนดระยะเวลาการปรับลดการคุ้มครองเงินฝากจาก 100% ลง เพื่อให้ผู้ฝากเงินมีเวลาปรับตัว หากเหตุการณ์เป็นปกติ ไม่มีเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจหรือการเมืองที่ไม่เหมาะสม ตามที่ทางกองทุนฟื้นฟูฯ ตั้งใจไว้ในช่วงร่างกฎหมาย ในปีที่ 2 หรือประมาณกลางปี 2552 จะลดการคุ้มครองจาก 100% เหลือไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อรายชื่อต่อสถาบันการเงิน หลังจากนั้น ปีที่ 3 ลดความคุ้มครองเหลือ 25 ล้านบาทต่อรายชื่อต่อสถาบันการเงิน และในปีที่ 4 จะเหลือ 10 ล้านบาทต่อรายชื่อต่อสถาบันการเงิน และในปีที่ 5 หรือประมาณกลางปี 2556 จะลดลงเหลือ 1 ล้านบาทต่อรายชื่อต่อบัญชี

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
ล้านเล็กๆ วันที่ : 18/09/2007 เวลา : 07.45 น.
http://www.oknation.net/blog/lan-car-fair

อัพบล็อกเมื่อไหร่....

เรียกด้วยนะครับ...พี่ท่าน

Godten Morgen
ความคิดเห็นที่ 5
Nomads วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 17.26 น.
http://www.oknation.net/blog/nomads

แต่การเปลี่ยนคำจากประกันเป็นคุ้มครองนี่มีประเด็นนะครับ . . . สำคัญด้วย

คำว่า ประกัน หมายความว่า 1 ล้าน ได้ 1 ล้าน ครับ

แต่คำว่าคุ้มครองนี้ หมายความว่า 1 ล้าน แล้วมีส่วนคืนให้

ครับ . . . แต่ไม่รับประกันว่าจะเต็ม 1 ล้านหรือเปล่า


ความคิดเห็นที่ 4
Nomads วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 17.21 น.
http://www.oknation.net/blog/nomads

เช็คแล้วครับเป็นไปตามที่คุณนารถ บูรพาว่า

เปลี่ยนคำว่า สนช. เป็น ครม.

และเปลี่ยนคำว่า ประกัน เป็น คุ้มครอง ครับ

ขอบคุณนะครับ
ความคิดเห็นที่ 3
นารถ_บูรพา วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 10.20 น.
http://www.oknation.net/blog/dinhinzai
 ต้องมุ่งหน้าหา ดวงตะวัน ....ไม่งั้นก็ "แพ้"  แม้แต่เงาตัวเอง

เขาเปลี่ยนเป็น สถาบันคุ้มครองเงินฝากแล้วครับ

และรู้สึกว่า เพิ่งผ่าน ครม. ไปยังไม่ได้ผ่าน สนช. นะ

ความเห็นของผมคิดว่า ต้องคอยดูไส้ในของพระราชกฤษฎีกาที่จะออกมากำหนดขอบเขตวงเงินที่จะคุ้มครองใน 4 ปีแรก ว่าบรรดาแบงก์ต่างๆ จะยอมทำเพื่อประชาชนแค่ไหน
ความคิดเห็นที่ 2
ล้านเล็กๆ วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 11.25 น.
http://www.oknation.net/blog/lan-car-fair

เกือบลืม...

พี่ท่านเป็นเยี่ยงไรบ้าง...สบายดีนะ

เอนทรี่น่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจเรื่องการเงินและเศรษฐกิจนะพี่

กำลังแนะนำเพื่อนๆให้เข้ามาอ่านครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ล้านเล็กๆ วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 11.22 น.
http://www.oknation.net/blog/lan-car-fair

คิดเล่นๆนะครับ

ถ้าแยกขื่อสถาบันประกันเงินฝากนี้ออกป็นสองส่วน

คำว่า "ประกัน" กับ "เงินฝาก"

โดยปกติคำว่า ประกัน ถ้าอยู่เดี่ยวๆจะถูกมองในแง่ลบ(คนทั่วไปจะคิดเยอะ ถามแยะ กับคำๆนี้)

และปกติคำว่า เงินฝาก ถ้าอยู่เดี่ยวๆจะถูกมองในแง่บวกนิดๆ (ไม่ค่อยคิดมาก ฝากๆไปถอะ)

แต่พอนำมาสองคำนี้รวมกัน

การรับรู้ของประชาชนเปลี่ยนเป็น possitive อย่างแรงทันที

ทำให้ประชาชนเกิดการลดระมัดระวัง ขาดความรอบคอบ

หรือคิดว่าไม่มีความเสี่ยงและปลอดภัยชัวร์

การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงเสมอนะครับ

ใช่ป่ะพี่ท่าน Nomad


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31