
พิมพ์หน้านี้
|
หลังจากที่เย็นฉ่ำกายสบายอุรากันอยู่หลายวัน ในที่สุดเราก็กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง โลกแห่งความโหดร้าย ความรุนแรง และการเอารัดเอาเปรียบ
โดยเฉพาะการเมืองที่ดูเหมือนปรอทวัดอุณหภูมิ มีเท่าไหร่ก็จะไม่พอ แพราะทำท่าจะแตกอยู่ร่ำไป
โฟกัสไปเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญ ที่เป็นเรื่องมาตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็น ข้อโต้แย้งกันภายในพรรคระหว่างพรรคร่วมหรือ ระหว่างขั้วการเมือง
ขอขัดแย้งอันว่าด้วยแก้มาตรา เดียว แก้ทั้งฉบับ แก้โดย ส.ส. หรือตั้ง สสร.ขึ้นมาใหม่ และคำถามสำคัญ แก้เพื่อใครเพื่อพรรคหรือเพื่อส่วนรวม ทุกอย่างถูกหยิบยกขึ้นมาถาม
ถือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ไม่น่าแปลกใจและเกินกว่าคาดหมายเท่าใดนัก เพราะคณะผู้มีอำนาจในขณะนี้ก็มีธงตั้งแต่แรกแล้วว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพียงแต่ มันจำเป็นต้องเกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนด ด้วยวาระที่ คุณก็รู้ว่าทำไม
ยิ่งมาผจญกับข่าวล่าสุดที่จะเสนอให้องค์กรอิสระชุดปัจจุบัน ที่โดยมากถูกแต่งตั้งโดย คมช. อยู่เพียง 180 วัน นับแต่รัฐธรรมนูญบังคับใช้ ทำให้ไฟแห่งความขัดแย้งลุกโชนขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ข้อกล่าวหาเรื่องการแก้แค้น การพยายามแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบ เป็นชนักเล่มใหญ่ที่ปักหลังรัฐบาลชุดนี้ แต่แทนที่เขาจะหลีกเลี่ยง เขาเหล่านี้กลับเลือกที่จะตอกย้ำซ้ำทวนความเจ็บปวดและความหวาดระแวงเข้าไปที่แผลเดิม
ถามว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ควรแก้หรือไม่
ในฐานะที่เคยเข้าไปสังเกตการณ์อยู่พักใหญ่ ก็ได้คำตอบว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เต็มไปด้วยช่องโหว่ การก้าวถอยหลัง และ ความพยายามอุ้มชูอำนาจอันมิได้มากจากประชาชนเท่าใดนัก
ที่สำคัญคือหลายมาตรา ไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าแก้จากรัฐธรรมนูญ 40 แล้วได้อะไรขึ้นมา หรือทำไปเพียงเพราะต้องการกำจัดคนเพียงคนเดียว โดยลืมตอบคำถามเรื่องพัฒนาการทางเมือง
ซ้ำหลายคนยังออกมาปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยอ้าง 14 ล้านเสียงที่ออกมารับร่าง โดยลืมไปว่าส่วนหนึ่งที่กายอมรับ เพราะต้องการพ้นจากสภาพเผด็จการทหาร และคงลืมไปว่า ตรรกะเช่นนี้เป็นตรรกะที่ ทักษิณ เคยใช้ เพื่อปกป้องตัวเองและพวกพ้องตลอดมา
แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ใช่ว่าอยู่ดีๆจะหยิบขึ้นมาแก้มาตราที่ตัวเองไม่ชอบใจ มาตราที่จำกัดอำนาจของ หรือมาตราที่ตรวจสอบพวกของตัวเอง
เพราะการทำเช่นนี้ก็ไม่ต่างจากโจรโจรที่แก้ไขกฎหมายเพื่อให้ตัวพ้นผิด
ซ้ำยังต้องการเปลี่ยนตัวตำรวจและกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย สิ่งสำคัญที่ทำให้กระบวนการทางกฎหมาย และการเมืองไทยไม่พัฒนา และต้องเปลี่ยนรัฐธรรมนูญอย่างไม่รู้จบคือ การเขียนรัฐธรรมนูญนั้นมิได้ตอบคำถามหรือตอบสนองส่วนรวมอย่างแท้จริง แต่กลับเป็นการตอบสนองผู้มีอำนาจ และเป็นไปเพื่อกลุ่มคนเขียนกฎหมายเท่านั้น
ซ้ำร้าย ยังมิเคยเรียนรู้ถึงอดีตอันเจ็บปวดได้แต่แก้ซ้ำไปซ้ำมา อยู่ในรอยเท้าเดิมๆ
หากการจะแก้ยังคงเป็นการเพื่อแก้แค้น หรือเรียกอำนาจเดิมๆกลับคืนมา ผมก็ขอเป็นคนหนึ่งที่คัดค้านอย่างเต็มตัว
แต่หากจะใช้ฉวยโอกาสนี้ศึกษาข้อบกพร่องความผิดพลาดของรัฐธรรมนูญฉบับห้าศูนย์อย่างจริงจัง ก่อนที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา จนกระทั่งถึงการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างอย่างแท้จริงหากเป็นอย่างนี้ผมก็พร้อมจะสนับสนุนเช่นเดียวกัน
เพราะเราต้องไม่ลืมว่า หลายๆอย่างใน รัฐธรรมนูญห้าศูนย์ โดยเฉพาะเรื่องกระบวนการมีสวนร่ว แบละกระบวนการเรื่องสิทธิฯล้วนแต่เป็นของก้าวหน้าทั้งนั้น (แต่ยังอุตส่าห์จะมาแก้เรื่องการทำสนธิสัญญา ข้อนี้หากแก้จริงช่วยกันค้านให้สุดลิ่มเลยนะครับ)
บางครั้งการดึงดันจนออกนอกหน้า แทนที่จะทำให้ทุกอย่างสมหวังอาจจะเป็นตรงกันข้าม และสร้างความขัดแย้งใหม่ขึ้นมา
ทั้งยังจะเป็นตัวบ่อนทำลายความก้าวหน้าของสังคมไทยอีกด้วย
ท่านที่เคารพครับจำไว้ให้แม่นๆนะครับ การแก้รัฐธรรมนูญต้องทำเพื่อประชาชน มิใช่เพื่อพวกท่านเอง มิเช่นนั้นผมก็จะจำท่านไว้แม่นๆเหมือนกัน และผมจะไม่จำอย่างเดียวด้วย
/////////
|
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||