วันศุกร์ ที่ 19 ตุลาคม 2550
เผด็จการทับซ้อน
Posted by
เนาวรัตน์_พงษ์ไพบูลย์
,
ผู้อ่าน : 743
, 17:05:55 น.
| หมวดหมู่ :
มติชน
พิมพ์หน้านี้
|
เผด็จการทับซ้อน เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ......................................
ในประชาธิปไตยมีเผด็จการ ในเผด็จการมีประชาธิปไตย นี้เป็นสำนวนโวหาร ที่ต้องถอดความเพราะมันทับซ้อนกันอยู่หลายชั้น
ในวาระครบรอบ 14 ตุลาปีนี้ จะลองถอดความพอเป็นตัวอย่างนำร่องดูบ้าง
คงไม่มีใครสงสัยว่า ทำไมต้องวาระ 14ตุลานะ เพราะเหตุการณ์ 14 ตุลานี่แหละเป็นต้นแบบของการต่อสู้ ระหว่างเผด็จการ กับประชาธิปไตยโดยตรง
ฝ่ายเผด็จการ คือ รัฐบาลทหาร ซึ่งได้อำนาจด้วยการทำรัฐประหาร คือ การโค่นล้มอำนาจกันเอง รวมทั้งการเปลี่ยนมือเข้ามาถ่ายทอดอำนาจกันเองของกลุ่มทหาร
ฝ่ายประชาธิปไตย คือ ขบวนการนิสิต นักศึกษาประชาชนและนักเรียน ที่รวมตัวกันคัดค้านอำนาจรัฐ
เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ฝ่ายประชาชนได้ชัยชนะ
สามปีต่อมาเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ฝ่ายเผด็จการกลับคืนอำนาจ แม้ไม่ใช่ด้วยการกลับมาของกลุ่มอำนาจเก่าโดยตรง แต่ก็ใช้พลังของทหาร คือ รถถังและปืน
กับนักการเมืองสายเผด็จการนั่นเอง ที่รวมเป็นพลังโค่นล้มล้อมปราบอย่างเหี้ยมโหด เป็นหนึ่งในเหตุการณ์อำมหิต ที่มนุษย์กระทำกับมนุษย์ด้วยกัน จารึกเป็นประวัติศาสตร์โลก
ฝ่ายประชาธิปไตย แตกพ่าย หันเข้าจับปืน ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ในเขตป่าเขา
สองเหตุการณ์นั้นคือ 14 ตุลา 16 กับ 6 ตุลา 19 อาจจำแนกได้ชัดเจนว่า เป็นการต่อสู้ของสองฝ่าย คือเผด็จการกับประชาธิปไตยโดยตรง
รถถังกับปืนและเครื่องแบบทหาร กลายเป็นสัญลักษณ์ของเผด็จการมาจนบัดนี้
มือที่กำหมัด ดูจะเป็นภาพพลังต่อสู้ของฝ่ายประชาธิปไตย คู่ไปกับนกพิราบ ที่เป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพเป็นสากล
เป้าประสงค์อันเป็นรูปธรรม ของฝ่ายประชาธิปไตย ในสองเหตุการณ์นั้นคือ รัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ ดูจะกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ ของประชาธิปไตยมาจนบัดนี้
คู่ตรงข้ามเชิงสัญลักษณ์วันนี้ ก็คือ รถถัง ปืนทหาร เป็นสัญลักษณ์เผด็จการ รัฐธรรมนูญเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย
เพราะฉะนั้น การฉีกรัฐธรรมนูญ ด้วย รถถัง ปืน ทหาร จึงเป็นการโค่นล้มประชาธิปไตย ของฝ่ายเผด็จการในเชิงสัญลักษณ์
การทำรัฐประหาร 19 กันยา 49 คือ ภาพลักษณ์นี้
ภาพดอกไม้เสียบปลายปืนรถถัง พร้อมภาพผู้คนแห่ห้อมยินดี กับทหารรักษาสถานการณ์รัฐประหารวันต่อมา จึงเป็นภาพบาดใจ ของผู้รักประชาธิปไตยเชิงสัญลักษณ์นี้ยิ่งนัก
จุดชวนให้ฉุดใจได้คิด
เผด็จการกับประชาธิปไตย คืออะไรกันแน่ เพียงแค่ปากกระบอกปืน กับพานรัฐธรรมนูญเท่านั้นหรือ
คำวินิจฉัยกลางตุลาการรัฐธรรมนูญ คดียุบพรรคไทยรักไทย (ผู้ถูกร้องที่ 1 )ชี้ประเด็นการได้มาซึ่งอำนาจรัฐนั้นมิใช่มีเฉพาะการปฏิวัติรัฐประหาร หรือยึดอำนาจการปกครอง ด้วยกำลังเท่านั้น
หากหมายถึง
หลักการสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยคือ การที่ประชาชนจะต้องเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศที่แสดงออกในการเลือกตั้ง แต่ผู้ถูกร้องที่ 1 กลับทำให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นเพียงแบบพิธีที่จะนำไปสู่การผูกขาดอำนาจทางการเมืองของผู้ถูกร้องที่1 เท่านั้นฯ
การได้มาซึ่งอำนาจรัฐด้วยวิธีฉ้อฉลโดยถือเอาการเลือกตั้งเป็นเพียง แบบพิธี เพื่อเข้าสู่การผูกขาดทางการเมือง
นี่แหละเป็น เผด็จการ อันมีอยู่ในกระบวนการ ประชาธิปไตย ที่มีอยู่จริงตลอดมา แม้ในการเลือกตั้ง ที่จะมีต่อไป
เผด็จการที่แฝงอยู่ในกระบวนประชาธิปไตย ตั้งแต่ต้นคือตั้งแต่การเลือกตั้งนี่แหละ ที่สะท้อนถึงธาตุแท้ของเผด็จการในรูปโฉมใหม่ ที่มีได้มีเฉพาะรถถัง ปืน ทหาร อันเป็นสัญลักษณ์เพียงเท่านั้น
หากมันมีอยู่ใน พานแว่นฟ้า ที่รองรับ รัฐธรรมนูญ นั้นด้วย
รัฐประหาร 19 กันยา 49 เป็นสถานการณ์ เข็มบ่งหนาม
คือหนามตำเนื้อไม่อาจถอนหนามด้วยมือ หรือด้วยปากเสกคาถาว่า หนามออกไป...โอมเพี้ยง!
จะใช้วิธี หนามยอกหนามบ่ง ก็ล้วนแต่หนามที่ไม่คูควร กับหนามอันตำเนื้ออยู่ทั้งนั้น จึงต้องใช้ เข็มบ่งหนาม
ดังนั้น รถถัง ปืน ทหาร กลายเป็น เข็ม
ต่อสถานการณ์นี้ต้องการความถูกต้องสามอย่างคือ
1.ต้องบ่งให้หมดเสี้ยน 2.เข็มอย่าเป็นสนิม 3.เข็มอย่าหักคาเสียเอง
น่ากลัว คือ ทั้งสามอย่างกลายเป็นจริง ทำท่าว่าแผลจะ ติดเชื้อ อีกด้วย
รถถัง ปืน ทหาร ยังคงเป็นสัญลักษณ์อย่างเหนียวแน่นของฝ่าย เผด็จการ
ขณะรัฐธรรมนูญกลายเป็นเหยื่อโอชะ ให้หนอนเผด็จการเข้าเจาะไชต่อไป เวลานี้ก็ไต่ยั้วเยี้ย อยู่เต็มพานแว่นฟ้าแล้ว
เพราะฉะนั้น เราต้องมาทบทวนกันใหม่ถึงความหมายใหม่จากโวหารใหม่ที่ว่า
ในเผด็จการมีประชาธิปไตย ในประชาธิปไตยมีเผด็จการ
ทั้งพานรัฐธรรมนูญ และรถถัง ปืน ทหาร เป็นเพียง สัญลักษณ์ลวง
ด้วยทั้งสองสิ่งนี้เปลี่ยนมือกันได้เสมอ ขึ้นกับว่ามันอยู่ในมือใคร
มือเผด็จการ หรือมือประชาธิปไตย
......................................
|