
พิมพ์หน้านี้
|
ไงเรา คนไหนล่ะได้ข่าวว่าเป็น ดารา เสียงคุณหมอผู้อำนวยการรพ.ทักตั้งแต่แรกเจอหน้า ทำเอาพวกเราเหวอไปเลย ก็เราพึ่งจะมาถึง รพ.วันนี้วันแรกนี่ ภาคเรียนสุดท้ายของชีวิตนักศึกษาพยาบาลก็จะเหมือนนักศึกษาแพทย์ คือ จะต้องถูก ปล่อยเกาะ ให้มาฝึกปฏิบัติที่รพ.ชุมชน ซึ่งทางคณะฯ ก็จะได้ประสานงานไว้แล้ว วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันและเพื่อนรวมสี่คนเดินทางมาถึง อาจารย์พยาบาลพามาส่งถึง รพ. หลังจากแนะนำและส่งพวกเราไว้กับผอ.รพ. พูดคุยอยู่ด้วยอีกพักใหญ่ อาจารย์ก็แยกตัวไปทักทายพี่ๆ พยาบาลพร้อมกับฝากฝังพวกเราไว้ก่อนจะลากลับไป รพ.นี้เป็นรพ.ชุมชนขนาด 10 เตียง ซึ่งหมายถึงมีจำนวนผู้ป่วยพักค้างในรพ.ได้เพียง 10 เตียง ตั้งอยู่ในอำเภอเล็กๆ ในจังหวัดราชบุรี สภาพแวดล้อมรพ.ดูเขียวชอุ่มร่มรื่นดี บรรยากาศในรพ.ก็ดูจะไม่สับสนวุ่นวายเหมือนรพ.ใหญ่ๆ ในเมือง มองไปนอก รพ.ก็จะเห็นเป็นสวนผลไม้ บ้านเรือนตั้งเรียงรายอยู่ห่างๆ อ้าวเงียบกันไปเลย เอางี้ใครล่ะ นภัส น่ะ คุณหมอถามซ้ำพร้อมกับยิ้ม คราวนี้เพื่อนๆ ชี้มือมาที่ฉันอย่างพร้อมเพรียง ในขณะที่ฉันได้แต่ยืนงง ตอนสมัยเรียนเฉพาะภาคปฏิบัติน่ะทั้งนักศึกษาแพทย์ นักศึกษาพยาบาลก็จะมีการบันทึกสถิติสะสมแต้มเพื่อเป็น ดารา กันแหละ อย่าเพิ่งทำหน้างง ดาราที่ว่าไม่ใช่หมายถึงว่าสวยงาม หล่อล้ำเลิศเลออะไรหรอก ที่เรียกว่า ดารา น่ะหมายถึงคนที่ขึ้นชื่อว่าขึ้นเวรวันไหนวันนั้น หอผู้ป่วยปั่นป่วนไปเลยนะซิ ประมาณว่าก่อนจะขึ้นเวรหอผู้ป่วยก็ยังสงบดี พยาบาล หมอยังนั่งคุยกันกระหนุง กระหนิง (อ๊ะอ๊ะอย่าเข้าใจผิด ก็แค่หยอกล้อกันนิดหน่อยคลายเครียดระหว่างที่หมอตรวจ บันทึกอาการคนไข้ ในขณะที่พยาบาลก็จัดเตรียมยา ทำงานต่างๆ ในห้องทำงานก็แค่นั้น) แต่พอ ดารา เหยียบย่างเข้าบริเวณตึกเท่านั้นแหละ คนไข้ที่อยู่ดีๆ ก็ให้มีอันเป็นซะงั้น ตอนแรกที่ได้ยินพี่ๆ เล่ากันที่หอ ฉันเองได้แต่ขำๆ อะไรจะปานนั้น จนกระทั่งได้เจอกับตัวเอง วันที่ฉันขึ้นฝึกบนหอผู้ป่วยครั้งแรก นักศึกษาพยาบาลปี 2 อย่างฉันก็มักจะได้รับมอบหมายให้ดูแลคนไข้ที่ไม่มีอาการอะไรซับซ้อนมาก อาจารย์เพียงต้องการให้พวกเราหัดทำความคุ้นเคยกับคนไข้ ประเมินอาการและทำการพยาบาลง่ายๆ บรรยากาศในตึกดูเงียบสงบ พอหลังเที่ยงอาจารย์ก็เรียกพวกเราให้รวมกลุ่มเข้าห้องเพื่อสรุปงาน ยังไม่ทันได้เริ่มคุยอะไรกัน รอบตัวก็มีเสียงดังขึ้น ทั้งเสียงลากรถทำการพยาบาล เสียงสั่งงานกัน ตึกที่เงียบสงบดูวุ่นวายในพริบตา อาจารย์รีบเดินออกมาดู โดยมีพวกเราเดินตามมาติดๆ เห็นพี่ๆ ปิดม่านกั้นเตียงคนไข้รายหนึ่ง รถทำการพยาบาลต่างๆ 2-3 คันถูกเข็นไปรวมกันที่นั่น พี่คนหนึ่ง (มักจะเป็นพี่หัวหน้าตึกหรือหัวหน้าเวร) ก็ประจำอยู่ที่เคานเตอร์สั่งงาน โทรศัพท์ติดต่อห้องเลือด ห้องแล็บ ตามอาจารย์แพทย์ ส่วนที่เหลือก็จะดูแลคนไข้รายอื่นๆ จนเหตุการณ์เริ่มสงบน่ะแหละ พี่ๆ คุยกันให้ได้ยินถึงได้คำตอบ คุณหมอท่านหนึ่งแวะมาดูคนไข้ที่ตึก ตึกคนไข้ที่ฉันฝึกงานน่ะเป็นตึก 2 ชั้น แต่ละชั้นก็จะแยกเป็น 2 ฝั่งๆ ละ 1 หอผู้ป่วย ก็หมายความว่ามีหอผู้ป่วย 4 หอในตึกเดียวกัน ตึกนี้น่ะอยู่ติดกับตึก ผู้ป่วยนอกก็เลยเป็นตึกที่จะรับภาระดูแลคนไข้หนักที่รับจากตึกผู้ป่วยนอกไง พอคนไข้อาการเริ่มดีขึ้นก็จะย้ายไปตึกที่อยู่ด้านใน เพื่อให้ตึกนี้ว่างรับคนไข้หนักต่อ สรุปคือตึกนี้น่ะจะมีแต่คนไข้หนักๆ ตลอดแหละ แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าทุกคราแค่คุณหมอท่านนี้เดินมาถึงเท่านั้น ทั้ง 4 หอผู้ป่วยมีคนไข้พร้อมใจกันหยุดหายใจหอละ 1 คน ดีที่เป็นตอนกลางวัน ทั้งแพทย์ นักศึกษาแพทย์ พยาบาล นักศึกษาพยาบาลเพียบ ไหนจะผู้ช่วยพยาบาล แล้วนักเรียนผู้ช่วยพยาบาลอีกล่ะ อาจารย์แพทย์ก็พึ่งจะละตึกไปเมื่อครู่เลยยังตามกลับมาช่วยได้ทัน คนไข้ทั้ง 4 คนปลอดภัย ไม่มีใครเป็นอะไร พี่ๆ ยังพูดกันว่าสงสัยจะมี ดารา แจ้งเกิดใหม่มาสมทบไม่ก็มาทาบรัศมีกับคุณหมอท่านนั้นละมัง พวกเราหันมองหน้ากันเองเลิ่กลั่ก จนเมื่อฉันเริ่มขึ้นฝึกงานนานวัน เหตุการณ์ทำนองนี้ก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ผลฉันก็เลยได้เป็น ดารา โดยปริยายน่ะสิ ว่าแต่เรื่องรู้มาถึงนี่ได้ยังไงกัน ต้องเป็นเพื่อนๆ รุ่นก่อนที่พึ่งกลับไปแน่เลย ฉันคิด คุณหมอส่งยิ้มให้ฉันแต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไร ได้แต่กล่าวต้อนรับ จากนั้นก็พาพวกเราเดินดูโดยรอบ รพ. แนะนำรพ. แนะนำพี่ๆ พยาบาลก่อนจะส่งพวกเราทิ้งไว้แล้วเดินจากไปตรวจคนไข้ พี่ๆ พยาบาลก็มารับช่วงต่อแนะนำงานของพยาบาลในแต่ละเวร ก่อนจะจ่ายงานพวกเราให้แยกย้ายกันไปตามส่วนต่างๆ พวกเราต้องปฏิบัติงานเหมือนกับพยาบาลจบแล้ว คือต้องขึ้นเวรเช้า บ่าย ดึกไปกับพวกพี่ๆ แหละ คืนแรกของการอยู่เวรเป็น นิอร ที่ได้อยู่เวรก่อน ส่วนฉันได้ขึ้นเวรวันที่ 2 หมุนเวียนกันไป คืนแรกที่รพ. ผ่านไปด้วยดี นิอรกลับลงจากเวรเมื่อกว่าเที่ยงคืน พออาบน้ำเสร็จก็ส่งเสียงแจ๋วๆ เล่าถึงเหตุการณ์เฉิ่มๆ ของเธอตอนทำงาน เด็กน้อยอายุราว 3 ขวบ มีไข้ หมอสั่งให้ฉีดยา ค่าที่เธอยังเงอะงะ พอเดินมาจะฉีดยาแค่เด็กน้อยร้องไห้จ้าก็ยืนเอ๋อไปเลย จนพี่ๆ ต้องเข้ามาช่วยถึงได้เรียบร้อย ฉันนอนฟัง ยิ้มขำๆ ไปกับเรื่องที่เธอเล่า เย็นวันที่ 2 ขณะที่ฉันกำลังสาละวนง่วนอยู่แถวๆ รถฉีดยา เสียงเพื่อนๆ พูดคุยกันดังแว่วอยู่ข้างหลัง เห็นบอกพี่ๆ ว่าว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยเดินเล่นมาที่ตึก เหมือนว่าคืนนั้นจะผ่านไปด้วยดี คนไข้ที่มาส่วนใหญ่ก็จะเป็นไข้หวัด ปวดหลังด้วยเป็นหน้าฝน หน้านา ไม่มีใครเป็นอะไรที่น่าหนักใจ จนใกล้ 3 ทุ่มเพื่อนๆ ต่างก็เตรียมตัวกลับไปที่หอพักว่าจะไปดูทีวีกัน ก็ได้ยินเสียงคนถกเถียงกันแว่วมาแต่ไกล มองไปที่หน้าตึก เห็นเป็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินขึ้นตึกมา ดูจากรูปร่างคล้ายกับคนที่เพิ่งคลอดลูกมาได้ไม่นาน ที่ตามหลังมาเป็นชายหนุ่มวัยใกล้เคียงกัน โดยมีห่อทารกน้อยอยู่ในอ้อมกอดด้วย ทั้งสองต่างก็ยังถกเถียงกันไปมาระหว่างที่เดิน ฉันเข้าไปช่วยพี่พยาบาลรับคนไข้ ได้ยินหญิงสาวที่เป็นคนไข้เล่าว่า เธอทะเลาะกับสามีหนุ่ม เลยประชดด้วยการกินยา พลางยกแก้วโค้กที่ถือมาด้วยให้ดูประกอบ ยังไม่ทันได้ซักว่ายาอะไร คุณหมอก็เดินมาถึงพอดี เลยส่งคนไข้พร้อมประวัติให้ไปพบหมอ เตรียมล้างท้อง คุณหมอส่งเสียงบอกพร้อมกับก้มเขียนแฟ้ม ก่อนจะลุกไปล้างมือ ใส่ถุงมือรอ พี่พยาบาลที่อยู่บริเวณนั้นช่วยกันจัดเตรียมรถบรรจุอุปกรณ์ที่จะใช้ในการล้างท้อง ในขณะที่คนไข้ก็ถูกพาไปขึ้นนอนบนเตียง สามีคนไข้ที่มาด้วยถูกกันให้อยู่ห่างๆ ฉันเดินไปใกล้เตียงคนไข้ ในขณะที่เพื่อนๆ ต่างก็ถอยไปยืนดูอยู่ไกลๆ เพราะไม่ได้อยู่เวรวันนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันจะได้เห็นการล้างท้อง คุณหมอพูดให้ฟังคร่าวๆ ว่าจะล้างท้องคนไข้เพื่อเอายาที่คนไข้กลืนไปออก คุณหมอค่อยๆ ใส่สายยางผ่านเข้าทางจมูกคนไข้ลงไปที่กระเพาะอาหาร ปลายอีกข้างต่อเข้ากับกระบอกฉีดยาขนาดใหญ่ จากนั้นก็ดูดน้ำจากกระเพาะอาหารออกมาจนเต็มกระบอกฉีดยา ก่อนจะปลดออกแล้วฉีดน้ำทิ้งลงในถังที่วางอยู่ข้างเตียง สลับกับดูดน้ำเกลือที่เทไว้ในชามรูปไตใส่เข้าไปในสายยางเพื่อไปล้างกระเพาะ ในถังที่รองรับน้ำจากสายยางปริมาณของน้ำค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้นจนเกือบเต็ม เห็นฟองฟอด กลิ่นยาเหม็นคลุ้งไปทั้งห้อง ฉันเห็นคุณหมอทำสีหน้าไม่สู้ดีก่อนที่จะละมือหันมาถามสามีคนไข้ ยาเขียวฆ่าหญ้า เสียงบอกจากสามีคนไข้ พร้อมกับที่คนไข้ส่งเสียงมาจากเตียง เสียงพูดดูอู้อี้คงเพราะสายที่คาอยู่ในจมูก แค่ครึ่งแก้วเอง ไม่เป็นอะไรหรอก ขี้ตื่นไปได้ เธอพูดพร้อมกับยิ้ม ยังไม่ทันที่หมอจะทำอะไร คนไข้ที่เมื่อครู่ยังส่งเสียงจู่ๆ ก็ตาค้าง นิ่งไป คุณหมอรีบผละลุกมาจับชีพจรที่ข้างลำคอคนไข้พร้อมกับร้องสั่ง เตรียมปั๊มหัวใจ พอสิ้นเสียงคุณหมอ ทุกอย่างก็ดูโกลาหลไปหมด ม่านถูกลากมากั้นรอบเตียงคนไข้ไว้โดยที่ฉันติดอยู่ในม่านนั้นด้วย ในขณะที่ญาติคนไข้ถูกกันออกไปนอกห้อง ความที่ไม่คุ้นกับสถานที่ ตกใจกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทำให้ฉันได้แต่ยืนงงทำอะไรไม่ถูก ตัวชา ใจเต้นตึกๆ มองเห็นคุณหมอยืนกดหน้าอกคนไข้ขึ้นลงเป็นจังหวะ มีพี่พยาบาลยืนคอยบีบลูกยางปั๊มลมที่ต่ออยู่กับหน้ากากที่ครอบปากและจมูกคนไข้เพื่อบีบลมเข้าปอดสลับจังหวะกับคุณหมอ พี่พยาบาลอีกคนแทงสายน้ำเกลือเข้าที่แขนคนไข้ พร้อมกับฉีดยาเข้าสายน้ำเกลือเข็มแล้วเข็มเล่า คนไข้ยังคงนอนนิ่ง ปลายมือปลายเท้าและตรงกลางใบหน้าเริ่มจะคล้ำ คุณหมอเหลือบตามองคนไข้เป็นระยะในขณะที่มือก็ยังคงไม่หยุดกดหน้าอก คงด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าวผสมกับความร้อนใจ ฉันเห็นเหงื่อออกจนท่วมไปทั้งตัวคุณหมอ เสื้อที่คุณหมอใส่อยู่เปียกโชก หยาดเหงื่อพรูเต็มหน้าไหลนองลงสองข้างแก้มและหยดลงต้องตัวคนไข้ แต่คุณหมอไม่สนใจ ยังคงกดหน้าอกคนไข้เป็นจังหวะต่อไป เวลาผ่านไปนานกว่าครึ่งชม. ในที่สุดคุณหมอก็ละมือมาจับชีพจรที่ข้างลำคอคนไข้อีกครั้ง เปิดเปลือกตาคนไข้พร้อมใช้ไฟฉายส่องไปที่ตาทั้งสองข้าง ก่อนที่จะทิ้งมือทั้งสองลงข้างตัวอย่างสิ้นหวัง
ข้างนอกห้องสามีคนไข้ยังคงยืนชะเง้อมองเข้ามาด้วยความหวัง สองมือโอบทารกน้อยในอ้อมกอดแน่น จู่ๆ ทารกก็ร้องไห้จ้าดังขึ้นในความเงียบ แกร้องราวกับรับรู้ว่าแม่ของแกได้จากแกไปแล้วชั่วนิรันดร์ ยังมีต่อ |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |